ตอนที่ 23
PLAYBOY : 23
October 22, 2026
Pream Part
.
“เมื่อยหรือเปล่า” คริสหันมาถามฉันเมื่อเรามาถึงที่พักกันช่วงบ่ายแก่ ๆ ภูเก็ตคือสถานที่ที่พวกเราเลือกมาในทริปนี้ นั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินภูเก็ต และเช่ารถตู้พร้อมคนขับท้องถิ่นสองคันเพื่อพาเราเที่ยว เพราะทริปนี้ไม่มีใครอยากขับรถเองแม้แต่คนเดียว
“ไม่เท่าไหร่”
“งั้นเธอเดินเล่นอยู่ในบ้านนะ ฉันเอากระเป๋าไปเก็บก่อน เดี๋ยวพาออกไปเดินเล่น”
“มะ...” ฉันตั้งใจปฏิเสธเพราะคิดว่าเดินไปเองก็ได้ ทะเลอยู่แค่หน้าบ้านนี้เอง แต่เมื่อมองหน้าของคริสฉันก็เปลี่ยนใจ “อืม ฉันเดินดูที่พักอยู่แถว ๆ นี่แหละ”
คริสยิ้มออกมาทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ก่อนจะจัดการยกกระเป๋าของฉันและเขาเข้าบ้านไป
ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นก่อนจะถอนหายใจออกมา ต่อไปนี้ฉันคงต้องปรับทัศนคติตัวเองด่วนแล้วแหละ ฉันแต่งงานแล้ว และกำลังตั้งท้องลูกแฝดอยู่ ฉันควรหัดรับความช่วยเหลือจากคนเป็นสามีบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ตั้งท่าปฏิเสธแบบนี้
ฉันเดินสำรวจที่พักเพียงลำพัง คนที่เหลือแยกย้ายกันไปจองห้องนอนหรือเดินเล่นกันหมดแล้ว ทริปนี้เรามากันสิบคน มีฉัน คริส พี่มาเฟีย นับดาว พี่เควิล พี่พบรัก พี่เนตั้นและแฟนของเขาที่ฉันยังไม่รู้จักชื่อ แซนดี้ และคนสุดท้าย นิโคลัส
นิโคลัสที่เป็นบอสของฉันนั่นแหละ
จริง ๆ นิโคลัสจะอยู่เที่ยวไทยต่ออยู่แล้ว แต่พอได้ยินว่าฉันจะมาทะเลก็ขอมาด้วย และโชคดีที่ที่พักมีห้องนอนหกห้องพอดีจึงไม่มีปัญหาอะไร อีกอย่าง นิโคลัสอายุแค่ยี่สิบเจ็ดเอง ไม่ได้ห่างกับพวกฉันมากจนเที่ยวด้วยกันไม่ได้ เมื่อถามคริสเขาก็ไม่ว่าอะไร พี่มาเฟียที่เป็นเจ้าของบ้านตากอากาศนี้ก็อนุญาต นิโคลัสจึงติดสอยห้อยตามมาด้วยแบบนี้
บ้านพักของพี่มาเฟียเป็นบ้านพักสไตล์อังกฤษผสมไทย ตัวบ้านมีสองชั้น มีห้องนอนหกห้องและมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ มีที่กินข้าวทั้งในตัวบ้านและนอกบ้าน ส่วนของนอกบ้านจะสามารถเห็นวิวทะเลได้ชัดเจน เท่าที่กะจากสายตาฉันคิดว่าเดินไม่ถึงห้าสิบก้าวก็น่าจะถึงทะเลสีฟ้าใสนั่นแล้ว เป็นที่พักที่วิวหลักล้านจริง ๆ
“อ้าว คุณ...” ฉันเดินไปเรื่อย ๆ จนเกือบชนเข้ากับผู้หญิงผมสั้นที่คริสกระซิบบอกว่าเป็นแฟนของพี่เนตั้น “ขอโทษค่ะ ไม่ทันมอง”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันเพิ่งได้ยินเสียงของเธอเป็นครั้งแรก เสียงหวานมาก หน้าตาน่ารัก ผมสั้นประบ่า มีหน้าม้าบาง ๆ เหมือนสาวเกาหลีไม่ก็ญี่ปุ่น แถมตัวเล็กมาก น่าจะสูงไม่ถึงร้อยหกสินเซนติเมตรด้วยซ้ำ
“เอ่อ...ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลยค่ะ บอกได้หรือเปล่า” ฉันรีบผูกมิตร รู้สึกถูกชะตาและชอบใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มของเธอ
“เหมือนฝันค่ะ เรียกฝันก็ได้” เธอบอกพร้อมกับรอยยิ้มน่ารัก ลักยิ้มที่แก้มซ้ายทำให้เธอน่าเอ็นดูมากขึ้นไปอีก “อายุสิบแปดย่างสิบเก้า เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดเป็นทางการกับฝันก็ได้นะคะ”
“อ้อ...ได้จ้ะ” เพราะแบบนี้นี่เองฉันถึงรู้สึกว่าหน้าเธอเด็กมาก แถมตัดผมสั้นเหมือนเด็กมัธยมอีก ทีแรกคิดว่ายังอายุไม่ถึงสิบหกปีด้วยซ้ำ ก็ว่าอยู่ว่าพี่เนตั้นคงไม่คบคนที่เด็กกว่าขนาดนั้น แต่ก็ไม่คิดว่าคนอย่างพี่เนตั้นจะมีแฟนเด็กขนาดนี้เหมือนกัน คิดว่าจะได้แฟนรุ่นราวคราวเดียวกันเสียอีก เพราะผู้ชายอย่างพี่เนตั้นไม่น่าจะถูกคนที่เด็กกว่าควบคุมได้
แต่มันก็เป็นไปแล้ว...
“ฝัน อ้าว...พรีมก็อยู่ด้วยเหรอ” พี่เนตั้นโผล่หน้าออกมาจากบ้าน เขาดูแปลกใจที่เห็นฉันยืนคุยอยู่กับเหมือนฝันแบบนี้
“ค่ะ พอดีเจอกับน้องโดยบังเอิญ ก็เลยถามชื่อน่ะค่ะ”
“พี่ไม่ได้แนะนำสินะ ลืมไปเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นพรีมขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวคริสจะหาไม่เจอ ไปนะฝัน ไว้คุยกัน” พี่เนตั้นแค่พยักหน้าแต่ไม่ได้ตอบอะไร ส่วนเหมือนฝันก็รีบพยักหน้ารับหงึก ๆ พร้อมรอยยิ้มสดใส แต่ก่อนที่ฉันจะเดินจากมาก็ได้เห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ควรพลาดเสียก่อน
มือใหญ่ ๆ ที่มีรอยสักของพี่เนตั้นค่อย ๆ เกลี่ยเส้นผมให้เหมือนฝันอย่างเบามือ แถมยังส่งยิ้มให้คนตัวเล็กเหมือนกำลังเอ็นดูอีก ฉันตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น เจอพี่เนตั้นก็หลายครั้งแล้วนะ แต่ฉันเพิ่งเคยเห็นรอยยิ้มเขาครั้งแรก แถมยังเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นน่ามองขนาดนี้อีก เป็นอะไรที่หาได้ยากมากจริง ๆ
ก็ถ้าพี่มาเฟียคือน้ำแข็ง เย็นชา ไร้ความรู้สึก พี่เนตั้นคงเหมือนไฟ ถ้าไม่ใช่ตอนที่ไฟประทุก็จะเป็นแค่ไฟที่สงบและพลิวไหวตามสายลม แต่ขึ้นชื่อว่าไฟ ยังไงก็ไร้ความอ่อนโยนอยู่ดี เพราะมันพร้อมจะแผดเผาทุกคนที่เข้าใกล้อย่างไม่ไว้หน้า
แต่ไฟกองนี้คงละเว้นไว้คนหนึ่งละมั้ง เหมือนฝันคือผู้หญิงที่มหัศจรรย์ เพราะสามารถควบคุมกองเพลิงนี้ไว้ได้ทั้ง ๆ ที่ตัวเล็กนิดเดียว
“ทำอะไรน่ะ”
เฮือก!
ฉันสะดุ้งเมื่อมีใครบางคนมากระซิบที่ข้างหู เมื่อหันไปมองก็เป็นว่าสามีของตัวเองที่ยืนยิ้มโชว์ลักยิ้มอยู่ ทำไมฉันรู้สึกว่ารอยยิ้มของเขามันกวนประสาทแปลก ๆ แบบนี้นะ
“ไม่ได้ทำอะไร”
“เห็นนะ ว่าแอบดูคนอื่นสวีทกัน”
“รู้แล้วจะถามทำไม” ฉันหน้าง้ำ ยอมรับออกมาจนได้เพราะหลักฐานมันคาตาขนาดนี้ “ก็นายหายไปตั้งนาน”
“คิดถึงเหรอ” คริสกระเซ้า เขายักคิ้วหลิ่วตาให้ฉันเหมือนจิ๊กโก๋จีบสาว เดี๋ยวนะ ทำไมเขาแปลกไปแบบนี้ สรุปเขาเป็นผู้ชายแบบไหนกันแน่ อบอุ่น หรือกวนประสาท
“ไม่ได้คิดถึง”
“จริงอ้ะ?”
“จริง!” ฉันบอกเสียงหนักแน่น ไม่ได้คิดถึงจริง ๆ นี่นา เพิ่งห่างกันไม่ถึงสิบนาที ถึงห่างนานกว่านี้ก็ไม่คิดถึงหรอก
ไม่ได้รักซะหน่อย
“โอเค ไม่คิดถึงก็ได้” คริสยกมือสองข้างขึ้นเหมือนยอมแพ้ “แล้วอยากไปไหน เดี๋ยวฉันพาไป”
“ไม่ได้อยากไปไหนหรอก แต่อยากไปเดินเล่นที่ชายหาด”
“สบายมาก” เมื่อเขาพูดแบบนั้นฉันก็หันหลังกลับ เตรียมที่จะเดินออกไปที่ชายหาดทันที แต่แขนกลับถูกรั้งไว้เสียก่อน พร้อมกับอะไรบางอย่างที่วางแหมะลงบนหัวของฉัน ทำให้ฉันหันกลับไปมองคริสด้วยความสงสัย
“หมวกน่ะ ใส่ไว้ ตอนนี้แดดยังแรงอยู่ เดี๋ยวจะร้อน” คริสเฉลยให้ฟังพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเอื้อมมือมาจัดหมวกสานที่ฉันใส่อยู่ให้เข้าที่ “น่ารักแล้วครับคุณแม่”
ตึก ตึก ตึก ตึก
หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นจนผิดจังหวะอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้เป็นเพราะการกระทำที่ใส่ใจ ที่คริสเรียกฉันว่าคุณแม่ หรือจริง ๆ อาจจะเป็นเพราะว่าเขาบอกว่าฉันน่ารัก ฉันไม่รู้เลย และฉันไม่คิดจะหาคำตอบของมัน ก็แค่เผลอใจเต้นแรงแค่แปปเดียว