ตอนที่ 22
บทที่ 278 ร้อยล้าน
October 28, 2026
ในตอนนี้เอง ผู้ชายที่นั่งอยู่อีกด้านก็ดันกรอบแว่นตา แล้วเอ่ยพูดอย่างหยอกเย้า “น่าเสียดาย คนสวยคนนี้เป็นของแรร์ไอเท็ม ผมเองก็ถูกใจเหมือนกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมไม่ยอมให้คุณได้ตัวเธอไปหรอก”
“สามล้าน!”
ชายหนุ่มที่นั่งบนโต๊ะหมายเลขแปดเอ่ยพูด ผมที่หวีมาเรียบแปล้ ทำให้เขาดูเป็นคนสุภาพ ทว่าสายตาของเขาที่จดจ้องมายังเสิ่นเสวี่ยบนเวที มีแต่ความต้องการอย่างปิดไม่มิด
สามล้าน สำหรับเขาแล้วมันก็แค่เศษเงิน เสียไปก็ไม่เป็นไร
แลกกับการได้บดขยี้ผู้หญิงคนนี้ มันก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว!
ผู้ชายที่เพิ่งเสนอราคา2.3ล้านพลันหน้าตึง แม้ว่าจะขัดใจ แต่ก็ไม่ได้เสนอราคาต่อ
เพราะถึงเขาจะอยากได้แค่ไหน แต่ก็ไม่อยากเอาเงินไปผลาญเล่นๆ
ในเมื่อมีคนอยากได้ผู้หญิงบนเวทีนั้นจริงๆ เขาก็คงทำอะไรไม่ได้
“ห้าล้าน!”
ในตอนนี้เอง ก็มีคนเอ่ยพูดขึ้นมา
ชั่ววินาทีนั้น ชายหนุ่มที่ถือไวน์แดงอยู่ในมือ ก็หน้าตึง
รอยยิ้มที่ยังมีอยู่ในตอนแรกกลายเป็นเรียบตึง
“เสียใจด้วยนะ ประธานไต้ ผมเองก็ถูกใจผู้หญิงคนนี้เหมือนกัน!”
ชายหนุ่มโต๊ะหมายเลขสามแต่งกายเรียบร้อย เหมือนยังเรียนมหาลัยอยู่ ทว่าข้างหลังของเขามีบอดี้การ์ดยืนเฝ้าอยู่สี่คน ซึ่งมันหมายความว่า ฐานพของชายหนุ่มต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
เมื่อประธานไต้เห็นแบบนี้ ไฟโกรธที่ลุกท่วมทรวงอกก็ดับมอดลงไปทันที
“ซะที่ไหนกันล่ะครับ ในเมื่อเป็นคนที่ประธานไป๋ถูกใจ ผมก็ไม่กล้าเข้าไปแย่งชิงอยู่แล้ว”
ประธานไต้กัดฟันพูด ขณะนั้น เสียงหัวเราะสะใจก็ดังขึ้นมาข้างหู
ผู้หญิงคนนี้ เขาถูกใจตั้งแต่แรกเห็น ของแรร์ไอเท็มแบบนี้ เขาตั้งใจเอาไว้ว่าจะฝึกให้เชื่อง
แต่ว่า สุดท้ายก็ต้องซื้อเธอมาให้ได้ก่อน ถึงจะพูดกับเธอรู้เรื่อง
ส่วนเธอจะยินยอมอยู่กับเขาหรือไม่นั้น ก็คงต้องดูว่าเขามีความสามารถขนาดไหน
ชายหนุ่มที่ชื่อ “ประธานไป๋” หัวเราะออกมาเบาๆ นัยน์ตาเป็นประกายวาบ
“ห้าล้าน แลกกับค่ำคืนอันหฤหรรษ์กับผู้หญิง ประธานไป๋ นี่ใจใหญ่จริงๆเลยนะครับ”
แขกโต๊ะอื่นต่างส่งเสียงแซวแกมอิจฉา
เพราะพวกเขารู้ว่า พวกเขาไม่สามารถต่อราคาให้สูงขึ้นไปได้อีกแล้ว
พวกเขาไม่กล้าลงทุนเสี่ยง และไม่ได้มีความสามารถและอำนาจต่อกรกับประธานไป๋
เงินตั้งห้าล้าน แลกกับตัวผู้หญิงคนนี้แค่คืนเดียว เป็นอะไรที่ขาดทุนสุดๆ
ขาดทุนมาก
“ทุกท่านเยินยอกันเกินไปแล้ว”
ชายหนุ่มมองผู้หญิงบนเวทีอย่างอ้อยอิ่ง เอ่ยพูดอย่างนึกสนุกว่า “เพราะแวบแรกที่ได้เห็นผู้หญิงคนนี้ ผมก็รู้สึกว่าเรามีโชคชะตาต่อกัน ถึงได้ทุ่มเงินซื้อเธอมายังไงล่ะ”
เมื่อชายหนุ่มพูดประโยคนี้ออกมา ทุกคนก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ชายหนุ่มที่ชื่อประธานไป๋เห็นแบบนั้น ก็อดที่จะรู้สึกลำพองใจขึ้นมาไม่ได้ จึงยิ้มออกมาเล็กน้อย อารมณ์ดีกว่าใครๆ
ถึงยังไงเขาก็พอมีหน้ามีตาในเมืองหลวง คนทั่วไปจึงไม่กล้าต่อกรกับเขาอยู่แล้ว
ดังนั้น เขาถึงมั่นใจ ว่าตัวเองจะได้ผู้หญิงคนนี้มาครอบครองแน่นอน
เขาคิดเอาไว้แล้วว่าจะพาผู้หญิงคนนี้ไปที่ไหน ถึงขั้นคิดเอาไว้แล้วว่าจะฝึกผู้หญิงคนนี้ให้เชื่องยังไง
ฟากโต๊ะหมายเลขสิบ
หัวใจของเงาหนึ่งสั่นสะท้าน เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ไม่ได้หลงเสน่ห์ผู้หญิงที่อยู่บนเวที แต่ตกใจกลัวมากกว่า
ใครๆก็รู้ว่า คนที่นั่งอยู่ข้างๆเขาตอนนี้ คือราชาเทพเลยนะ
ราชาเทพแผ่รังสีข่มขู่ขนาดนี้ ใครจะกล้าต่อต้าน?
ดวงตาทั้งสองข้างของหยางยี่จดจ้องไปยังหญิงสาวที่แต่งตัวน้อยชิ้นบนเวที สายตาโหดเหี้ยมจนแทบจะฆ่าคนได้
ยิ่งเห็นภาพนี้ เงาหนึ่งก็ยิ่งอกสั่นขวัญแขวน
คนพวกนั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง ถึงกล้าเอาคุณผู้หญิงมาประมูลขายแบบนี้ แถมยังให้ใส่อะไรที่น่าอายแบบนี้อีก นี่มันหาเรื่องตายชัดๆ
“ห้าล้าน ยังมีใครจะเสนอราคาที่สูงกว่านี้ไหม?”
หญิงสาวบนเวทีทำเพียงมองทุกอย่างตรงหน้าด้วยท่าทีเย็นชา หน้ากากที่ใส่อยู่ช่วยปกปิดสีหน้า และแววตาด้านชาของเธอเอาไว้
ถึงอย่างนั้น เสียงของเธอก็ยังคงนุ่มนวล
ทว่าในคราวนี้ไม่มีใครเอ่ยเสนอราคามาอีก
จะมีใครให้มากกว่านี้อีกเหรอ?