ตอนที่ 137
บทที่ 393 เผยความจริง
October 28, 2026
แอบคิดอยู่ว่าวันนี้ออกมาข้างนอกยังใส่เสื้อผ้าน้อยไปหน่อย ฉู่หว่านถิงกระชับเสื้อกันหนาวบนตัวให้แน่น แล้วหันหน้ามองทางหยางยี่
ลมหนาวแทรกเข้ากระดูก แต่ว่าหยางยี่กลับไม่ได้รู้สึกหนาวมากเท่าไร เพียงแค่ลมหนาวแบบนี้พัดผ่านบนหน้าของเขา ก็ทำให้สติสัมปชัญญะของหยางยี่ที่เดิมทีมึนเมาอยู่บ้างตื่นตัวขึ้นหน่อย มองไปรอบด้านแล้ว
ดื่มเบียร์มากแล้วก็มีจุดหนึ่งที่ไม่ดี นั่นคือจะท้องอืด ถึงแม้บอกว่าดื่มไม่เมา แต่ว่าท้องอืดก็ยังไม่สบายตัวเอามากๆ เหมือนกัน
“ไปเถอะ ดึกขนาดนี้แล้วพวกเราควรกลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว วันนี้พี่ทำให้ฉันเปิดโลกกว้างจริงๆ”
ฉู่หว่านถิงมองหยางยี่เหมือนคนที่ไม่เป็นอะไรเลย ชั่วขณะนั้นในสายตาเผยความรู้สึกชมเชยและความรู้สึกนับถือนิดๆ ออกมาแล้ว พูดกับหยางยี่แบบเขินอายพอสมควร
นึกไม่ถึงผู้ชายคนนี้หลังจากช่วยตนเองไว้ที่สนามบิน ยังมีด้านที่ทำให้คนประหลาดใจมากขนาดนี้ ทำให้เธอยากจะต้านทานไหวเสียจริง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่เต็มไปด้วยพลังหนุ่มสาว และทำให้หญิงสาวอย่างฉู่หว่านถิงนี้ยิ่งรู้สึกดีต่อผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่และลึกลับแบบหยางยี่คนนี้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวอีกด้วย ดังนั้นเวลานี้ ฉู่หว่านถิงค่อนข้างจะแน่ใจอย่างมากในจุดหนึ่งได้แล้ว นั่นก็คือ ตนเองชอบผู้ชายคนนี้
เพียงแต่ว่า ตั้งแต่เริ่มต้นมาหยางยี่เกรงอกเกรงใจต่อตนเองมาโดยตลอด ดังนั้นฉู่หว่านถิงจึงไม่กล้าพูดอะไรเท่าไร ได้เพียงเก็บซ่อนความคิดพวกนี้เอาไว้เงียบๆ คิดว่าค่อยๆ รู้จักกันไว้แล้วค่อยพูดอีกที
“คือว่า ฉู่หว่านถิง มีเรื่องที่ฉันคิดว่าฉันต้องพูดกับเธอให้ชัดเจน...”
หยางยี่รู้สึกลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ยังเอ่ยปากพูดออกมา เขาไม่คิดจะปิดบังหญิงสาวที่ดูขึ้นมาสดใสร่างเริงคนนี้ นี่คือการไม่รับผิดชอบต่อเธอ อย่างน้อยต้องให้เธอได้รู้ว่า ตนเองเป็นผู้ชายที่แต่งงานแล้ว โดยเฉพาะยังมีลูกสาวคนหนึ่งด้วย ดังนั้นจะพัวพันกับเธอไปตลอดไม่ได้เด็ดขาด
“อะไรนะ? พี่ว่ามาสิ”
เป็นลมหนาวพัดผ่านมาอีกระลอก คำพูดของหยางยี่ถูกกลบอยู่ในลมเสียงพัดดังฟู่ๆ ฉู่หว่านถิงได้ยินไม่ชัดเจนมาก ได้ยินเพียงหยางยี่พูดประโยคหนึ่งว่า “มีเรื่องจะพูดกับเธอ” ดังนั้นเธองุนงงนิดหน่อย จึงถามขึ้นมา
ลมหนาวเสียดกระดูก เสื้อผ้าบนตัวฉู่หว่านถิงบางมาก ตอนนี้หนาวจนสั่นเทาอยู่บ้างแล้ว อดถูฝ่ามือด้วยกันไม่ได้ เป่าลมร้อนออกมาทีหนึ่ง เพื่อคลายความหนาวเย็นบนตัว
หยางยี่เห็นเหตุการณ์ จึงถอดเสื้อด้านนอกที่ใส่บนตัวลงมาแล้ว จากนั้นคลุมบนตัวของฉู่หว่านถิง
การกระทำนี้ของหยางยี่ ไม่มีความหมายอื่นจริงๆ เขาเพียงแค่เพราะเห็นฉู่หว่านถิงยังเด็ก โดยเฉพาะยังสาวอยู่ด้วย ไม่เคยเจอเล่ห์เหลี่ยมของสังคม ดังนั้นถึงดูแลมากหน่อยโดยจิตใต้สำนึก และจากก้นบึ้งหัวใจ หยางยี่ปฏิบัติต่อฉู่หว่านถิงเหมือนเป็นน้องสาวมาโดยตลอด ไม่ได้มีความคิดอย่างอื่น
ในฐานะผู้ชายที่แต่งงานแล้วคนหนึ่ง ความรักของหยางยี่และเสิ่นเสวี่ยมั่นคงหนักแน่นมาก ไม่มีใครเทียบได้ ดังนั้นหยางยี่ไม่รู้ว่าสำหรับหญิงสาวแบบนี้ควรจะบอกกับเธออย่างไรถึงจะไม่ทำร้ายศักดิ์ศรีของเธอ และไม่รู้ว่าตอนนี้เผยความจริงกับเธอไปจนหมดเปลือกจะเป็นเวลาเหมาะสมหรือไม่ แต่ว่าเขามักรู้สึกว่าทำแบบนี้อาจจะไม่ค่อยดีนัก
ดังนั้นจึงกลืนคำพูดที่มาถึงริมฝีปากแล้วกลับลงไปเงียบๆ หยางยี่คิดว่าควรเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมหน่อยแล้วค่อยพูดกับเธอดีกว่า
ดังนั้นพอเขาคิดดูแล้ว พูดอย่างนิ่งๆ “ฉันหมายความว่า พรุ่งนี้ตอนออกมาใส่เสื้อผ้าให้มากหน่อย อากาศหนาวเหลือเกิน ไม่อย่างนั้นจะไม่สบายเอา”
ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรอยู่ตั้งนาน สุดท้ายหยางยี่เลือกที่จะไม่เปิดเผยความจริงแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นพูดอีกอย่างแทน
สำหรับคำพูดที่เขาอยากพูดจริงๆ ไว้รอโอกาสอันเหมาะสม แล้วค่อยบอกเถอะ