ตอนที่ 152
บทที่ 408 ไม่ใช่ศัตรู
October 28, 2026
“ท่านเฟิงครับ ท่านรู้ได้ยังไงครับ?”
ได้ยินคำถามของท่านเฟิงแล้ว เห็นชัดว่าหยางยี่ตื่นตกใจอย่างมาก สายตาที่มองเฟิงฉางมีความแปลกใจ
จากในคำพูดของเขาฟังออกได้ไม่ยาก หยางยี่คือยอมรับแบบอ้อมๆ แล้ว เพียงแค่สิ่งที่ทำให้หยางยี่นึกไม่ถึงคือ ท่านเฟิงคนนี้มองแวบเดียวก็มองออกว่าตนเองออกมาจากตระกูลต้นกำเนิดตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะยังเคยใช้ชีวิตร่อนเร่พเนจรมาตลอด เติบโตมาแบบขอข้าวชาวบ้านกิน
ท่านเฟิงคนนี้ สรุปอยู่สถานะไหนกันแน่? ทั้งที่ความรู้สึกแวบแรกที่มอบให้เขาก็คือพิเศษขนาดนั้น มีความรู้สึกแตกต่างออกไปมาก ตอนนี้พิสูจน์การคาดเดาของเขาแล้ว แต่ว่าทำไม หยางยี่ถึงมองไม่ออกว่า ท่านเฟิงคนนี้เป็นใครกันแน่ล่ะ?
“เฮ้อ นึกไม่ถึงจริงๆ นะ แม้แต่ตระกูลหยางที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ยังเดินมาถึงช่วงที่สิ้นไร้ไม้ตอกเช่นกัน ดูแล้ว ตอนนี้แต่ละตระกูลก็เสื่อมกำลังอันเข้มแข็งลงมากันแล้ว แต่ว่าหลายสิบปีไม่ได้กลับไปดูสักหน่อย นึกไม่ถึงตอนนี้แต่ละตระกูลกลายเป็นสภาพเช่นนี้แล้ว ทำให้คนรู้สึกทอดถอนใจเสียจริงนะ!”
เห็นหยางยี่ยอมรับชีวิตขมขื่นของตนเองแล้ว จึงพิสูจน์การคาดเดาในใจของเฟิงฉางได้ ในสายตาของเฟิงฉางมีความคลุมเครือนิดๆ แวบผ่าน จากนั้นจึงถอนหายใจทีหนึ่ง พูดจาแบบจำใจพอสมควร
แต่ว่าคำพูดพวกนี้ของเขา เข้ามาอยู่ในหูของหยางยี่ กลับเห็นชัดว่ามันกะทันหันและเหลวไหลอย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหยางยี่ยังไม่ได้กลับสู่ในตระกูล ยิ่งไม่เคยเข้าใจเรื่องราวระดับลึกเกี่ยวกับตระกูลฤๅษี ดังนั้นถ้าฟังคำพูดของเฟิงฉางไม่เข้าใจ ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลดี
“ท่านเฟิงครับ นี่คือท่านหมายความว่าอะไรครับ?”
หยางยี่ถามอย่างสงสัยอยู่บ้าง
จากในคำพูดของท่านเฟิงดูออกได้ไม่ยาก ในความเป็นจริงท่านเฟิงก็เป็นคนที่อยู่ในตระกูลฤๅษี แต่ว่าตระกูลเฟิงนี้ หยางยี่เหมือนไม่เคยได้ยินพวกตวนมู่เจี๋ยพูดถึงมาก่อน
เพราะก่อนหน้านี้พวกตวนมู่เจี๋ยก็เคยเปิดเผยกับตนเอง เกี่ยวกับสี่ตระกูลใหญ่ชั้นนำสูงสุดในตระกูลฤๅษี ฉีเหมินตุ้นเจี่ย ตระกูลไป๋ ตระกูลหลี่ ตระกูลหวง และตระกูลหยาง
ในทั้งสี่ตระกูล ไม่ได้มีสักตระกูลเป็นแซ่เฟิง โดยเฉพาะนามสกุลนั้นของหมอผียมบาล ไม่ใช่นามสกุลเดียวกับท่านเฟิงด้วย
พอเป็นแบบนี้ งั้นก็เหลือเพียงความเป็นได้อย่างเดียว นั่นก็คือ ตระกูลของท่านเฟิงบางทีอาจไม่ได้จัดอันดับอยู่ในสี่ตระกูลใหญ่ มีความเป็นไปได้มากว่าจะเป็นแค่ตระกูลทั่วไปแห่งหนึ่ง
ถ้าเป็นเช่นนี้ ถึงสามารถพูดให้เข้าใจได้
เห็นการแสดงออกที่ดูมึนงงของหยางยี่ เฟิงฉางมองหยางยี่อย่างลึกซึ้งทีหนึ่ง และไม่พูดอะไรมากมาย เพียงแค่ส่ายหน้าเล็กน้อย ก็ช่างเถอะ
“ช่างเถอะ ในเมื่อตอนนี้นายยังไม่ได้กลับไปในตระกูลของนาย อย่างนั้นบางทีเรื่องพวกนี้ คนในตระกูลนายคงวางแผนไว้อีกแบบ บางเรื่อง คนในตระกูลของนายไม่อยากให้นายรู้ ฉันก็ยิ่งบอกนายไม่ได้เลย ไม่อย่างนั้นก็จะทำลายความตั้งใจดีของคนในตระกูลนายเอา นายเพียงต้องจำไว้ว่า เรื่องบางอย่าง ตอนนี้นายไม่ควรจะรู้ และไม่ต้องถามมาก ก็พอแล้ว”
สำหรับเรื่องราวของตระกูลหยาง ก่อนหน้าที่เฟิงฉางยังไม่ได้ออกมาจากตระกูลฤๅษีได้ยินมาบ้างเหมือนกัน เพียงแค่นึกไม่ถึงว่าตอนนี้ตระกูลหยาง จะตกต่ำถึงขั้นนี้แล้ว
เสือออกจากป่าลึกมาตกที่นั่งลำบากแม้แต่สุนัขก็รังแกได้(ผู้มีอำนาจที่สูญเสียสิทธิประโยชน์ของตนเองไปแล้ว)
ในเมื่อคนตระกูลหยางไม่คิดจะเรียกเจ้าหนุ่มตระกูลหยางคนนี้กลับไปตอนนี้ งั้นเขาก็ไม่อาจพูดอะไรมากแล้ว พูดมากก็ไร้ประโยชน์
นิ่งไปครู่หนึ่ง เฟิงฉางก็มองหยางยี่อีกแวบหนึ่ง จากนั้นถามอย่างเอื่อยเฉื่อย “ถ้าตาแก่อย่างฉันเดาไม่ผิดละก็ คิดว่าเรื่องเซ่นไหว้เทพในวันพรุ่งนี้ นายก็จะไปเข้าร่วมที่นั่นด้วยสินะ?”
พอได้ยิน สีหน้าหยางยี่ที่มึนงงอยู่บ้างก็เปลี่ยนแปลงกะทันหัน มองทางท่านเฟิงแบบสงสัยพอสมควร