ตอนที่ 8
ตอนที่ 1441
October 22, 2026
ตอนที่ 1441 ต้นนิพพาน โดย Ink Stone_Fantasy ภายใต้ต้นไม้ดึกดําบรรพ์ที่สูงเทียมฟ้า มีสัตว์มงคลดึกดํา บรรพ์ยึดครองอยู่ที่นั่น มีหญ้าเซียนในตํานานที่พลิ้วไหวโต้ลมอยู่ ตรงนั้น มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สูงส่งบริสุทธิ์ยิ่งพํานักอาศัยอยู่ตรงนั้น ประหนึ่งว่าต้นไม้ดึกดําบรรพ์ที่สูงเทียมฟ้าต้นนี้แหละที่ ก่อกําเนิดเป็นตรีสหัสโลกธาตุขึ้นมา เหมือนว่าการมีต้นไม้ดึกดํา บรรพ์ที่สูงเทียมฟ้าต้นนี้นี่เอง ทําให้กําเนิดทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นบน โลกนี้ “นี่แหละคือสายเลือดที่เก่าแก่โบราณที่สุด สายเลือดที่เก่าแก่ โบราณจนไม่อยู่ในบันทึก” หลี่ชิเย่มองดูต้นไม้ดึกดําบรรพ์ที่สูง เทียมฟ้าตรงหน้าแล้วยิ้มกล่าวเรียบเฉยว่า “ต่อให้ทุกสิ่งได้ตายไป แล้ว ต่อให้ทุกสิ่งกลับกลายเป็นเถ้าธุลีไปแล้ว ต่อให้ทุกสิ่งไม่ หลงเหลืออะไรเอาไว้อีกแล้ว ท้ายที่สุดสายเลือดลักษณะเช่นนี้ยังคง สืบทอดต่อไปได้ – หลี่ชิเย่ที่มองเห็นต้นไม้ดึกดําบรรพ์ที่สูงเทียมฟ้าต้นนี้ การ มองดูต้นไม้ดึกดําบรรพ์ที่สูงเทียมฟ้าต้นนี้ก็เหมือนหนึ่งกําลังชื่น ชมสุดยอดผลงานของตนเองอย่างนั้น ถึงกับเผยให้เห็นถึงรอยยิ้ม เต็มใบหน้าที่บ่งบอกถึงความพึงพอใจ กล่าวว่า “ตาเฒ่าต้นไม้ กลายเป็นเถ้าธุลีไปแล้ว แม้แต่สายเลือดต้นกําเนิดก็กลายเป็นเถ้า ธุลีไปด้วย ไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่อีกเลย แต่สิ่งที่ทําให้ผู้คนนึกไม่ ถึงก็คือ สายเลือดต้นกําเนิดกลับได้รับการสืบทอดต่อมา นับเป็น ” เรื่องที่น่าอัศจรรย์จริงๆ แต่ทว่า อย่างไรเสียก็คือสายเลือดต้น กําเนิด ทุกอย่างย่อมอยู่เหนือความรู้ทั่วไปอยู่แล้ว สําหรับเรื่องราวเกี่ยวกับสายเลือดของเยเสี่ยวเสี่ยวนั้น เรียกได้ ว่าไม่ได้มีอยู่ในบันทึก หลี่ชิเย่เองก็ได้ความรู้มาจากบันทึกจํานวน มากมายได้พบเจอเรื่องราวที่เป็นตํานานเท่านั้น อีกทั้งเรื่องราวที่ เป็นตํานานเหล่านี้ยังมีลักษณะของเรื่องราวที่เล่ากันปากต่อปาก ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทําให้ยากแก่การสืบค้นก็คือ ตํานานเหล่านี้มักจะ เป็นการพูดกันไปปากต่อปากและขยายวงกว้างออกไป จึงห่างไกล จากความเป็นจริงค่อนข้างมากเหลือเกิน ตอนแรก หลี่ชิเย่เองก็ไม่กล้ายืนยันในสายเลือดของเยเสี่ยว เสี่ยว เนื่องจากจะอย่างไรเสียสายเลือดเช่นนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน กระทั่งท้ายสุด หลี่ชิเย่ดูจะมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น แม้ว่าตํานานที่ เป็นเพียงคําบอกเล่าไม่กี่คํา และห่างไกลจากความเป็นจริง มากมายนัก แต่ทว่า มันไม่ได้หมายความว่าสายเลือดเช่นนี้จะไม่มี อยู่จริง ความจริงก็คือมันมีอยู่จริงๆ ไม่รู้ว่าได้ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานเท่าไรแล้ว ในที่สุด สายเลือดเช่นนี้ก็ปรากฎบนโลกนี้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นสายเลือดที่ ยอดเยี่ยมที่สุดของเผ่าพฤกษา! และเป็นสายเลือดต้นกําเนิดที่สุด ของเผ่าพฤกษา การปรากฏขึ้นมาของสายเลือดนี้ยาวไกลจนไม่ สามารถบันทึกเอาไว้ ไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านพ้นไปนานแค่ไหน ต้นไม้ดึกดําบรรพ์ที่สูง เทียมฟ้าต้นนั้นได้หายไปแล้ว ขณะที่เย่เสี่ยวเสี่ยวเองยังคง นั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางวังน้ําวนนั่น แต่ว่า วังน้ําวนทางช้างเผือก ในเวลานี้กลายเป็นสลดและอับแสงยิ่งนัก ไม่เหลือแม้กระทั่งสีเทา ก่อนหน้านั้น ในขณะนี้ จักรวาลยังคงเงียบงันเหมือนเดิมไม่ได้แตกต่างอะไร กับช่วงก่อนหน้านั้น มันยังคงเป็นโลกแห่งความตาย บรรยากาศ แห่งความตายสร้างความกดดันต่อผู้คนจนหายใจไม่ออก หลังจากเวลาผ่านไปนานมาก เย่เสี่ยวเสี่ยวลืมตาทั้งสองขึ้นมา นางยังคงเป็นเด็กผู้หญิงที่มีอายุเพียงสิบสามสิบสี่เท่านั้น สายตายัง คงไว้ซึ่งลักษณะของความเป็นเด็ก เย่เสี่ยวเสี่ยวก็ยังคงเป็นเย่เสี่ยว เสียวเหมือนเดิมสิ่งเดียวที่แตกต่างก็คือพลังลมปราณที่ไหลรินอยู่ภายในกาย ของนาง ลมปราณของนางนั้นดึกดําบรรพ์ยิ่งนัก ผู้คนสามารถรับรู้ ได้ถึงความเรียบง่ายและความดึกดําบรรพ์ ถ้าหากไม่เห็นตัวคน อาศัยการรับรู้จากพลังลมปราณที่ปรากฎ คนอื่นอาจจะเข้าใจว่าเย่ เสี่ยวเสี่ยวนั้นคือสิ่งมีชีวิตดึกดําบรรพ์ที่มีชีวิตอยู่มาอย่างยาวนานหลังจากที่เย่เสี่ยวเสี่ยวลืมตาขึ้นแล้วก็ได้ลุกขึ้นยืน “ปัง” จังหวะที่นางลุกขึ้นยืนวินาทีนั้น ทางช้างเผือกพลันแหลกละเอียด กลายเป็นจุณในทันที แม้แต่ดวงดาวทั้งหมดก็แหลกละเอียดเป็น ผุยผงไปในเวลานี้ ทางช้างเผือกที่เดิมมีขนาดใหญ่โตมโหฬารพลัน กลายเป็นธุลีไปไม่คงอยู่อีกต่อไป เหมือนหนึ่งว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ เคยมีทางช้างเผือกดังกล่าวมาก่อนเย่เสี่ยวเสี่ยวเองก็รู้สึกงงงันที่จู่ๆ ทางช้างเผือกก็แหลกละเอียด ไป ไม่ง่ายนักกว่าจะได้สติกลับคืนมาเย่เสี่ยวเสี่ยวก้าวออกไปก้าวเดียวก็กลับไปอยู่ข้างกายของหลี่ ซิเย่ หลี่ชิเย่มองดูนางตั้งแต่หัวจรดเท้า สุดท้ายเผยรอยยิ้มออกมา และยิ้มกล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีด้วยที่สายเลือดของเจ้าได้ฟื้น ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง มีเพียงสถานที่แห่งนี้เท่านั้น สายเลือดของเจ้าจึง จะตื่นขึ้นมาได้อย่างแท้จริง”“ควรจะเรียกมันว่าเป็นสายเลือดอะไรดี? ” เย่เสี่ยวเสี่ยวถึงกับ ขมวดคิ้วนิดหนึ่ง ยามที่นางแสดงท่าทางขมวดคิ้วนั้นนิดหนึ่งนั้น เหมือนว่านางได้เติบโตขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว“มันเป็นสายเลือดที่ไม่ได้มีในบันทึก” หลี่ชิเย่นิ่งเงียบอยู่พัก หนึ่ง กล่าวว่า “แต่ว่า มันกลับมีเรื่องราวที่เป็นตํานาน เป็นเทพ นิยายอยู่บ้าง เจ้าสามารถเรียกมันว่า ต้นนิพพาน สายเลือดต้น นิพพาน”“ต้นนิพพาน? ” เย่เสี่ยวเสี่ยวพึมพําว่า “สายเลือดต้นนิพพาน” นางรู้สึกไม่คุ้นกับชื่อนี้ แม้ว่าสายเลือดของนางได้ฟื้นตื่นขึ้นมาแล้วเกรงว่า ในความเป็นจริงแล้วคงไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน หลี่ ชิเย่เองก็เพียงอาศัยตํานานโบราณจัดการตั้งชื่อให้กับสายเลือดนี้ เท่านั้นเอง“กลับไปเถอะ พวกเราเกือบจะได้เวลาต้องไปจากที่นี่แล้ว” หลี่ ชิเย่ยิ้มกล่าวสําหรับหลี่ชิเยู่แล้ว การมาครั้งนี้นับว่าได้รับผลสําเร็จอย่างเป็น กอบเป็นกํา สิ่งที่เขาคาดหวังเอาไว้ก็ได้มาทั้งหมด เวลานี้เหลือ เพียงเรื่องเดียวที่ยังไม่ได้สะสาง เมื่อเรื่องนี้ได้รับการสะสางเรียบร้อย แล้ว ก็สมควรแก่เวลาที่เขาจะต้องพาซูหย่งหวงไปจากแดน วิญญาณสวรรค์เสียที“ตกลง” เย่เสี่ยวเสี่ยวพยักหน้าเงียบๆ เมื่อได้สติกลับมา คนที่ พูดมากในยามปกติเช่นนาง เวลานี้กลับนิ่งเงียบ เนื่องจากการฟื้น และตื่นขึ้นมาของสายเลือดได้ให้อะไรแก่นางมากมายเสียเหลือเกิน นางจึงยากจะเข้าถึงได้หมดในเวลานี้ระหว่างที่หลี่ชิเย่ และเย่เสี่ยวเสี่ยวเข้าไปยังโลกภายในนั้น เงินจ่อโจวได้กลับมคึกคักอย่างกะทันหัน มีผู้บําเพ็ญตนจํานวน มากที่เข้ามายังเสินจือโจวแม้ว่าในช่วงเวลาปรกติก็มีผู้บําเพ็ญตน และหมอโอสถมาหา ซื้อสมุนไพรอยู่แล้ว แต่ทว่า การที่มีผู้บําเพ็ญตน จํานวนนับไม่ถ้วน แห่กันมาที่เสินจ่อโจวภายในคืนเดียวนั้น ดูเหมือนจะไม่เคยเกิด ขึ้นมาก่อนการที่ผู้บําเพ็ญตนจํานวนนับไม่ถ้วนพากันมาที่เดินจือโจว ภายในค่ําคืนเดียวนั้น หาใช่เป็นเพราะระดับเมิ่งเจิ้นเทียนได้มาอยู่ที่ เงินจือโจวแต่เป็นเพราะภายในค่ําคืนเดียว ปรากฏข่าวลือขึ้นมาเรื่องหนึ่ง อีกทั้งข่าวลือนี้แพร่สะพัดได้เร็วมาก ภายในระยะเวลาอันสั้นก็ กระจายไปทั่วแดนวิญญาณสวรรค์แล้ว