ตอนที่ 279
ตอนที่ 279 คุณชายสามรับสมัครคน
October 22, 2026
ตอนที่ 279 คุณชายสามรับสมัครคน
ฉินเหมียนกลับทำราวกับชมละครฉากหนึ่งอยู่ก็มิปาน แย้มยิ้มเดินกลับมาจากหน้าต่าง นั่งลงด้านหน้าโต๊ะ ถามด้วยรอยยิ้ม “นายหญิง ท่านทดสอบเขาเช่นนี้ เพราะคิดว่าเขามีปัญหาหรือเจ้าคะ?”
ซูจ้าวเอ่ยอย่างเฉยชา “เพียงรู้สึกว่าคนผู้นี้ค่อนข้างเสแสร้ง พูดจาทำนองว่าไม่แบ่งแยกสูงต่ำจนรวย บุรุษที่เดินเข้าๆ ออกๆ ในเรือนเมฆาขาว มีใครบ้างที่ไม่ได้เดินเข้ามาในสภาพเรียบร้อยดูดี แต่พอเข้ามากลับกลายเป็นสัตว์เดรัจฉาน ข้าเพียงอยากให้เขาเผยตัวตนออกมา อยากเห็นว่าเขาเป็นคนสับปลับที่ต่อหน้าเป็นอีกอย่างลับหลังเป็นอีกอย่างหรือไม่เท่านั้น”
ฉินเหมียนเงียบไป เอ่ยด้วยความลังเล “นายหญิง ข้าคิดว่าคนผู้นี้อาจจะค่อนข้างแตกต่างออกไปจริงๆ เจ้าค่ะ เหตุการณ์เมื่อครู่นี้ไม่คล้ายจะเป็นการเสแสร้ง…ไม่ใช่บุรุษทุกคนบนโลกนี้ที่จะเป็นเช่นนั้น บุรุษดีๆ ก็ยังมีอยู่ เพียงแต่น้อยนัก”
ซูจ้าวหยิบช้อนขึ้นมาตักเต้าฮวยคำเล็กๆ ส่งเข้าปาก “เรื่องที่ให้เจ้าจัดการส่งเขาไปหาความสำราญที่เรือนเมฆาขาว จัดการไปถึงไหนแล้ว?”
ฉินเหมียนยิ้มเจื่อน “ข้าอ้างกับฮูเหยียนเวยไปแล้วกว่าครั้งก่อนพวกเรามากินเต้าหู้ของที่ร้านโดยไม่จ่ายเงิน ให้ฮูเหยียนเวยพาเขาไปที่เรือนเมฆา ให้ข้าได้ทำหน้าที่เจ้าบ้านรับรองเต็มที่ แต่ฮูเหยียนเวยบอกว่าอันไท่ผิงไม่เคยไปหาความสำราญที่สถานเริงรมย์เลย ไม่จำเป็นต้องเชิญ บอกว่าเชิญเขาไปก็น่าเบื่อเปล่าๆ”
ซูจ้าวขมวดคิ้วเล็กน้อย “บนโลกนี้มีแมวที่ไม่กินปลาด้วยหรือ? หรือว่ารังเกียจสถานที่ประเภทนั้นของพวกเรา?”
ฉินเหมียนกล่าวว่า “ไม่ทราบเลยเจ้าค่ะ แต่ฮูเหยียนเวยบอกว่าเขาไม่ใช่คนที่ชอบไปแหล่งเริงรมย์ บอกว่าอันไท่ผิงเป็นคนหัวแข็ง จากข่าวที่สืบมาได้ คนผู้นี้คล้ายจะเป็นคนค่อนข้างหัวรั้นคนหนึ่งจริงๆ ได้ยินว่าเชี่ยวชาญการต่อสู้ ทว่าตอนอยู่ในกองทัพกลับไม่เป็นที่ชื่นชอบของผู้บังคับบัญชา หาไม่แล้วด้วยความสามารถของเขาคงมีตำแหน่งในกองทัพไปนานแล้ว ไม่ถึงกับเป็นทหารไร้ชื่อแน่เจ้าค่ะ”
“จะว่าไปแล้ว หากไม่ใช่คนหัวแข็ง เขาก็คงไม่มีทางหนีมาเรียกร้องความเป็นธรรมถึงเมืองหลวงได้ พวกขุนนางไหนเลยจะไม่ปกป้องกันเอง คนที่กล้าลักลอบส่งออกม้าศึกจะไม่มีคนหนุนหลังได้อย่างไรล่ะเจ้าคะ! แต่คนผู้นี้ก็ไม่โง่เลย รู้ว่าต้องมาร้องเรียนกับฮูเหยียนอู๋เฮิ่น หากไปหาแม่ทัพคนอื่น เกรงว่าคงตายอย่างไร้หลุมฝังกลบไปแล้ว!”
ซูจ้าวละเลียดกินช้าๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคหนี่ง “เจ้าไปหาเขา ให้เขามานี่หน่อย บอกว่าข้าต้องการพบเขา”
ฉินเหมียนไม่ทราบว่านางคิดอะไรอยู่ จึงรับคำสั่งแล้วออกไป
แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เดินกลับมาคนเดียว ยิ้มเจื่อนพลางกล่าวว่า “เขาไม่ยอมมาเจ้าค่ะ”
ซูจ้าวถาม “ไม่ได้บอกหรือว่าข้าต้องการพบเขา”
ฉินเหมียนถอนใจเอ่ยไปว่า “ข้าบอกแล้วเจ้าค่ะ เขาบอกว่าหากมีจุดไหนที่ไม่พอใจให้ไปคุยกับเสมียนผู้ดูแล หากว่าเป็นเรื่องอื่น ให้พวกเราไปหาฮูเหยียนเวยเจ้าค่ะ”
ซูจ้าวกระแทกช้อนลงในชาม “สุดท้ายก็ยังดูหมิ่นคณิกาอย่างพวกเราอยู่ดี”
ฉินเหมียนหัวเราะเฮอะๆ ตอบว่า “อาจจะใช่กระมังเจ้าคะ”
…..
ริมทะเลสาบด้านนอก หยวนเฟิงบังคับรถม้าบรรทุกสินค้าให้จอดนิ่ง หยวนกังเดินเข้าไปตรวจสอบสินค้าที่เขาขนมา
ขณะกำลังมัดเชือก หยวนเฟิงเดินเข้ามาช่วย หยวนกังกระซิบถาม “มากันเท่าไรแล้ว?”
กระทั่งคนที่อยู่ด้านหลังเดินพ้นไปแล้ว หยวนเฟิงจึงกระซิบตอบว่า “ตอนนี้มาถึงแค่สองร้อยสามสิบสามคนขอรับ”
หยวนกังกล่าวว่า “พรุ่งนี้จะเรียกใช้งานพวกเขาแล้ว เจ้าไปเตรียมการซะ”
หยวนเฟิงถาม “เหลืออีกครึ่งเดือนกว่าจะครบระยะเวลาที่กำหนดไว้ ไม่รอให้คนมาครบก่อนหรือขอรับ?”
สมาชิกในกลุ่มของพวกเขามีกันทั้งหมดสองร้อยเก้าสิบสองคน เพิ่งมาถึงสองร้อยสามสิบสามคน กล่าวก็คือ ยังมีคนอีกเกือบหกสิบคนที่ยังมาไม่ถึง แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะมาถึงตอนไหน
หยวนกังเอ่ยว่า “ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเต้าหู้จะขายดีขนาดนี้ ที่นี่มีแรงงานไม่เพียงพอ ประกอบกับจู่ๆ ฮูเหยียนเวยก็สอดมือเข้ามาแทรกแซงกิจการ ต้องการส่งสินค้าให้สหายเหล่านั้นของเขา ซ้ำยังต้องส่งให้ทางวังหลวงอีก ไม่อาจรออีกครึ่งเดือนได้ แผนการมีการเปลี่ยนแปลง ต้องดำเนินการก่อนกำหนด คนอื่นๆ ที่ยังมาไม่ถึงเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที! ”
“ขอรับ!” หยวนเฟิงตอบรับ
“เดี๋ยวเอาบัญชีจัดซื้อไปส่งมอบให้เสมียนเกาคำนวณซะ” หยวนกังเอ่ยทิ้งท้ายแล้วหันหลังเดินออกไป
“เข้าใจแล้วขอรับ” หยวนเฟิงหัวเราะเล็กน้อย ออกจากหมู่บ้านมานานขนาดนี้ ใช้ชีวิตอยู่ในจังหวัดชิงซานนานขนาดนั้น ได้พบคนจำพวกท่านอ๋อง ท่านหญิงอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในด้านมุมมองหรือความคิดจิตใจก็ล้วนไม่ใช่สิ่งที่เด็กน้อยจากหมู่บ้านบนเขาในอดีตคนนั้นจะเทียบได้อีก เขาก้าวพ้นออกจากหมู่บ้านอย่างสมบูรณ์แล้ว
หยวนกังไม่ค่อยเผยตัวออกมายังหน้าร้านของร้านเต้าหู้มากนัก ขณะที่เขาเพิ่งจะเดินอ้อมผ่านไป เสมียนเกาก็วิ่งออกมารั้งตัวเขาไว้ “เถ้าแก่ ทางเราขาดแคลนคนจริงๆ ขอรับ ท่านจะรับสมัครคนงานเมื่อไรหรือขอรับ? ”
หยวนกังอยากจัดการเรื่องนี้อยู่พอดี เอ่ยถามไปว่า “เจ้าคิดว่ารับสมัครตอนไหนดี?”
เสมียนเกาเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “แน่นอนว่ายิ่งเร็วยิ่งดีขอรับ”
หยวนกังตอบว่า “ได้! อย่างนั้นวันนี้ข้าจะให้คนไปประกาศรับสมัคร เปิดรับคนพรุ่งนี้ เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”
เสมียนเการู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก พยักหน้ารับ “ดีขอรับดี!”
หยวนกังกล่าวว่า “อย่าลืมแจ้งไปยังคุณชายสาม ให้เขาเข้ามาพรุ่งนี้ด้วย”
“เอ่อ…” เสมียนเกาไม่เข้าใจ “ไม่ทราบว่าจะให้คุณชายสามมาทำไมหรือขอรับ?”
“ก็ต้องให้คุณชายสามมารับสมัครคนงานน่ะสิ!” หยวนกังเอ่ยแล้วจากเดินจากไป
“……” เสมียนเกาพูดไม่ออก ให้คุณชายสามมารับสมัครคนงาน เจ้าก็ช่างคิดออกมาได้
เขาอยากจะถามอีกฝ่ายยิ่งนัก เจ้าคิดว่าคุณชายสามใช่คนที่จะมาทำงานเช่นนี้หรือ?
แต่เขาเคยชินกับนิสัยของคนผู้นี้แล้ว ไม่ชอบพูดไร้สาระ พูดคำไหนคำนั้น มอบหมายเรื่องราวให้เจ้าแล้ว เจ้าไปปฏิบัติตามเสียก็พอ ไม่สามารถต่อรองอันใดได้เลย มิเช่นนั้นหากอีกฝ่ายไปบอกให้คุณชายสามเปลี่ยนคน ประเดี๋ยวคุณชายสามต้องมาเตะเขาอีกหลายทีแน่