ตอนที่ 38
ตอนที่ 38 ปัญหาของนาย ฉันจะช่วยแบกเอง!
October 22, 2026
ตอนที่ 38 ปัญหาของนาย ฉันจะช่วยแบกเอง!
ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ เขาเองก็ไม่สามารถบังคับให้พวกเขานำเอาสิ่งที่ไม่มีอยู่ในเวลานี้ออกมาได้ ตอนนี้ได้แต่ต้องปล่อยผ่านไปก่อน
เขาเพิ่งหยิบมีดเล็กสำหรับหั่นเนื้อขึ้นมาไว้ในมือ ขณะที่กำลังจะหั่นเนื้อ ร่างอรชรร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงด้านหน้ากระโจม นอกจากท่านหญิงซางซูชิงแล้วยังจะเป็นผู้ใดได้อีก
ไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าลิง ทว่าสตรีนางนี้กลับมาที่นี่ น่าสนใจดี! หนิวโหย่วเต้าหรี่ตาพลางยิ้มเล็กน้อย ผายมือเชื้อเชิญ ขณะเดียวกันก็วางมีดในมือลง
ซางซูชิงเดินมาหยุดข้างโต๊ะเตี้ย นั่งคุกเข่าอยู่ตรงข้ามหนิวโหย่วเต้า “รบกวนเวลาอาหารของเต้าเหยี่ยเสียแล้ว ขออภัย!”
เต้าเหยี่ยอย่างนั้นหรือ? หนิวโหย่วเต้าเผยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายมิยิ้มออกมา คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนคำเรียกเป็น ‘เต้าเหยี่ย’ บนโลกนี้มีแค่เจ้าลิงเพียงคนเดียวที่เรียกแบบนี้ เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมก็ไม่หิวสักเท่าไร”
ซางซูชิงถาม “หรือฝีมือการปรุงอาหารของพวกทหารจะไม่ถูกปากเต้าเหยี่ย?”
แบบนั้นคู่ควรเรียกว่าฝีมือการปรุงด้วยหรือ? หนิวโหย่วเต้าค่อนขอดอยู่ในใจ ทว่าคร้านจะเถียงกับอีกฝ่าย จึงส่ายหน้ากล่าวไปว่า “เรื่องในวันนี้ส่งผลต่อความอยากอาหาร เกรงว่าคงทำให้ท่านอ๋องและท่านหญิงขุ่นเคืองเสียแล้ว!”
ซางซูชิงเงียบไป ก่อนจะเอ่ยเนิบๆ ว่า “คนตายจากไปแล้ว เพียงหวังให้คนที่เหลือรอดใช้ชีวิตต่อไปให้ดี มีชีวิตอยู่แทนคนที่จากไป นับเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด ทุกคนสมควรก้าวไปข้างหน้า ไม่จำเป็นต้องจมปลักอยู่กับอดีตและเอาแต่กล่าวโทษตัวเอง”
ทั้งสองต่างพูดจาอ้อมค้อมคลุมเครือ ไม่มีใครยอมเปิดประเด็นตรงๆ
หนิวโหย่วเต้ากล่าวด้วยรอยยิ้ม “เหตุใดท่านหญิงจึงมีอารมณ์สุนทรีย์มาคุยเล่นกับแซ่หนิวได้?”
ซางซูชิงพูดเข้าประเด็นทันที “เต้าเหยี่ยคิดจากไปหรือไม่?”
หนิวโหย่วเต้ายิ้มเล็กน้อย “มีความคิดนี้จริง”
ซางซูชิงยืดอกขึ้น พูดจาผ่าเผยงามสง่า “ชิงเอ๋อร์มาที่นี่ด้วยหวังว่าเต้าเหยี่ยจะยอมรั้งอยู่ช่วยเหลือพวกเราสองพี่น้อง!”
หนิวโหย่วเต้าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “กระหม่อมเป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรตัวเล็กๆ ในระดับหลอมปราณคนหนึ่ง เกรงว่าคงไม่มีความสามารถพอเป็นกำลังให้พวกพระองค์ได้ ไปหาผู้มีความสามารถท่านอื่นจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ”
ซางซูชิงเอ่ยว่า “ชิงเอ๋อร์ขอกล่าวกับเต้าเหยี่ยตามตรง แล้วก็มิใช่ว่าจะดูแคลนเต้าเหยี่ย พวกเราพี่น้องตกต่ำจนอยู่ในสภาพเช่นนี้ อนาคตยากคะเน เบื้องหน้าเต็มไปด้วยภัยอันตราย ไม่มีผู้ใดยินดีติดตามพวกเราแล้ว ผู้อื่นต่างหลบลี้หนีหน้า พวกเราสองพี่น้องเองก็ไม่มีสิทธิ์เรื่องมากเช่นกัน ขอเพียงเป็นผู้มีความสามารถ พวกเราพี่น้องล้วนจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถเพื่อยื้อตัวไว้ ค่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ เชื่อว่าพอถึงวันนั้นต้องยิ่งใหญ่เกรียงไกรได้แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นเต้าเหยี่ยก็เป็นศิษย์ของท่านตงกัวด้วย!”
หนิวโหย่วเต้าหัวเราะฮ่าๆ พลางกล่าวว่า “กระหม่อมไม่ทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างพวกพระองค์และอาจารย์ของกระหม่อม ความสัมพันธ์นั้นจึงไม่อาจผูกมัดกระหม่อมไว้ได้ เอ่ยถึงอาจารย์ของกระหม่อมไปก็ไม่มีความหมายอันใด ในเมื่อนี่เป็นเรื่องของพวกเรา พวกเราก็เป็นคนจัดการเองเถอะพ่ะย่ะค่ะ เหตุใดกระหม่อมถึงต้องอยู่ต่อเพื่อทำงานให้พวกพระองค์ด้วย?”
ซางซูชิงเอ่ยว่า “หากเต้าเหยี่ยยอมช่วยเหลือพวกเรา พวกเราจะทุ่มเทจัดหาทรัพยากรบำเพ็ญเพียรให้เต้าเหยี่ยอย่างเต็มที่!”
หนิวโหย่วเต้าเลิกคิ้วเล็กน้อย เอ่ยอย่างเนิบช้าว่า “กระทั่งปกป้องคุ้มครองตัวเองพวกพระองค์ก็ยังทำได้ยาก แล้วจะมีทรัพยากรบำเพ็ญเพียรมาให้กระหม่อมหรือ?”
ซางซูชิงตอบว่า “ดังนั้นถึงได้หวังว่าจะได้ร่วมมือกับเต้าเหยี่ยพยายามฟันฝ่าไปด้วยกัน หาใช่ต้องการให้เต้าเหยี่ยรับใช้พวกเราไม่! ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงเรื่องที่เต้าเหยี่ยล่วงเกินตระกูลซ่งเลย ลำพังแค่เต้าเหยี่ยเป็นศิษย์ของสำนักสวรรค์พิสุทธิ์ เกรงว่าผู้บำเพ็ญเพียรทั่วหล้าคงยากจะยอมรับเต้าเหยี่ยได้ เต้าเหยี่ยอยากได้ทรัพยากรบำเพ็ญเพียรย่อมต้องยากเย็น มาตรว่าตอนนี้พวกเราสองพี่น้องจะไม่มีทรัพยากรบำเพ็ญเพียรใดๆ ให้เต้าเหยี่ย แต่ขอเพียงหามาได้ แม้จะน้อยนิด ทว่าทั้งหมดล้วนยกให้เต้าเหยี่ยทั้งสิ้น หากเต้าเหยี่ยยอมช่วยเหลือพวกเรา พวกเราจะทุ่มเทกำลังทั้งหมดเพื่อจัดหาทรัพยากรบำเพ็ญเพียรให้เต้าเหยี่ย!”
หนิวโหย่วเต้าหยิบมีดเล็กบนโต๊ะขึ้นมาเล่น หลังฟังจบ เขาจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อยว่า “เอาเถอะ โยกโย้กันไปก็ไม่มีประโยชน์ ว่ากันตามนี้แล้วกัน!”
“หือ?” ซางซูชิงไม่ค่อยเข้าใจ จึงถามด้วยความฉงน “ความหมายของเต้าเหยี่ยคือ?”
หนิวโหย่วเต้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบช้าว่า “กระหม่อมตกลงอยู่ต่อ!”
“เอ่อ…” ซางซูชิงตะลึงงัน ภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกยากจะเชื่อได้ เกลี้ยกล่อมได้ง่ายปานนี้เชียวหรือ? นางเตรียมกลยุทธ์มาแล้ว คิดคำพูดไว้เป็นกอง ผลสุดท้ายคือยังไม่ได้ใช้ก็เกลี้ยกล่อมได้สำเร็จแล้ว? นางเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจ “วาจานี้เป็นความจริงหรือ?”
หนิวโหย่วเต้าเงยหน้ามองอีกฝ่าย ย้อนถาม “ในสายตาท่านหญิง แซ่หนิวดูเป็นคนกลับกลอกหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ซางซูชิงได้ฟังก็ปรีดานัก รีบลุกขึ้นยืน จัดแจงอาภรณ์ ค้อมกายคำนับ จากนั้นยืดตัวขึ้นอีกครั้งพลางกล่าวด้วยความตื่นเต้น “เต้าเหยี่ยโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปเชิญเสด็จพี่มาขอบคุณเดี๋ยวนี้!”
“เว้นเรื่องขอบคุณไปเถอะพ่ะย่ะค่ะ และพวกพระองค์ก็ไม่ต้องนำสิ่งใดมาขอบคุณกระหม่อมด้วย พิธีรีตองจอมปลอมเหล่านั้นไม่มีประโยชน์อันใด ฟังกระหม่อมพูดให้จบก่อนก็แล้วกันพ่ะย่ะค่ะ” เขาใช้นิ้วโป้งไล้ใบมีดเล่น หนิวโหย่วเต้าจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเย็นชา เอ่ยว่า “รั้งอยู่น่ะได้ แต่กระหม่อมมีเงื่อนไข ห้ามใช้เจ้าลิงไปรบทัพจับศึก ห้ามใช้เจ้าลิงเป็นเครื่องมือไปฆ่าใคร มิเช่นนั้นอย่าหาว่ากระหม่อมไม่เกรงใจ!” พลันสะบัดมีดเล็กในมือออกไป ปักลงบนก้อนเนื้อในจาน
ซางซูชิงตะลึงงัน ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก พี่ชายของตนต้องการรั้งตัวหยวนกังไว้ก็เพราะคิดว่าหยวนกังมีความสามารถในด้านนี้มิใช่หรือ? หากมิให้หยวนกังรบทัพจับศึก เช่นนั้นจะเอามาทำอันใดเล่า? หากต้องการเพียงกำลังทหารสักคน เช่นนั้นหนิวโหย่วเต้าก็เหมาะสมกว่าหยวนกังจริงๆ
นางลังเลสองจิตสองใจ เรื่องนี้ตัดสินใจได้ไม่ยาก หากไม่ตกลง อีกฝ่ายย่อมจากไป จะไม่ได้ใครมาทั้งนั้น แต่ถ้าตกลง อย่างน้อยๆ ทั้งสองคนก็ยังอยู่ มาถึงขนาดนี้แล้ว มีย่อมต้องดีกว่าไม่มี ท้ายที่สุดซางซูชิงยังคงพยักหน้าตอบตกลง “ได้ ข้ารับปากเต้าเหยี่ย ข้าสามารถรับรองแทนพี่ชายข้าได้!”
หนิวโหย่วเต้าพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้!”
หลังทั้งสองพูดคุยกันตามมารยาทอยู่ครู่ ซางซูชิงก็ขอตัวลา ยามมานางมาอย่างฮึกเหิม ทว่ายามกลับนางกลับดูหดหู่อยู่บ้างเล็กน้อย รั้งคนไว้ได้ ทว่าผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
ซางซูชิงจากไปได้ไม่นาน ด้านนอกก็มีคนปรากฏตัวขึ้นมาอีก หยวนกังเดินเข้ามาอย่างเงียบๆ