ตอนที่ 16
บทที่ 16 ต้องยับยั้งตนเองให้ดีนะ
October 22, 2026
เซียวจิ่นหมิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดับไฟเล็กน้อยที่ลุกโชนขึ้นมาเพราะนาง พร้อมพูดขึ้นด้วยเสียงเข้มว่า “เอายาถอนพิษมาให้ข้า”
หยุนหรั่นเฟิงกำลังหงุดหงิดอย่างมาก ได้ยินเซียวจิ่นหมิงมาเพื่อหายาถอนพิษให้กับฉีซินจื่ออีก ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเย้ย พร้อมพูดขึ้นว่า “ได้ ข้าคุกเข่าขอร้องข้า ข้าก็จะให้นาง”
สีหน้าเซียวจิ่นหมิงบูดบึ้ง พร้อมพูดขึ้นมาอย่างเด็ดขาดว่า “ไม่ได้”
อาจารย์มีลูกสาวคนนี้เพียงฉีซินจื่อ ก่อนตายคนที่ไม่วางใจที่สุดก็คือนาง เขาก็รับปากว่าจะดูแลนางเป็นอย่างดี จะปล่อยให้นางต้องทนกับความอัปยศได้อย่างไร
หยุนหรั่นเฟิงเบ้มือ พร้อมพูดขึ้นว่า “งั้นข้าก็ไม่รู้จะทำยังไง ที่จริงพิษนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ตุ่มบนใบหน้าของนาง ไม่กี่วันก็จะหายไปเอง ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยบอกแล้วว่าพวกเจ้าสองคนห้ามมีอะไรกัน ต่อไปขอเพียงพวกเจ้าไม่คิดมีอะไรกัน ยับยั้งความต้องการไว้ให้ดีก็พอแล้ว มีหรือไม่มียาถอนพิษ ก็ไม่เป็นไร”
จากนั้นไม่รอให้เซียวจิ่นหมิงได้พูดตอบ สายตาหยุนหรั่นเฟิงก็ตั้งใจมองลงไป จับจ้องดูตรงตำแหน่งบางอย่าง แล้วก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังว่า “หากองค์ชายทนไม่ไหวจริงๆ ลองเปลี่ยนคนดูไหม? ยังไงจวนก็ออกจะใหญ่โตขนาดนี้ มีสนมน่ารักอ่อนหวานสักแปดคนสิบคนก็ไม่ใช่เรื่องยาก พระชายารอง เป็นกุลสตรีใจดีมีเมตตา ยังไงก็ไม่ปฏิเสธแน่”
สีหน้าเซียวจิ่นหมิงยิ่งอยู่ก็ยิ่งมืดครึ้ม อุณหภูมิภายในห้องลดลงไปหลายระดับ คลื่นแห่งความโกรธภายในดวงตาพัดกระหน่ำ
หยุนหรั่นเฟิงรีบก้าวถอยหลังไปสองเก้าอย่างระแวดระวัง....ผู้ชายสารเลวคนนี้คงไม่คิดที่จะลงมืออีกมั้ง?
เซียวจิ่นหมิงมองดูใบหน้าระแวดระวังของหยุนหรั่นเฟิงอย่างเย็นชา แล้วก็ขี้เกียจที่จะพูดมากกับนาง สะบัดแขนเสื้อแล้วก็ออกจากประตูไป
“เฮ้อ ยาถอนพิษไม่เอาแล้วจริงๆหรือ?” หยุนหรั่นเฟิงถามขึ้นมาพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก
เซียวจิ่นหมิงไม่แม้แต่จะหยุดฝีเท้า เดินตรงออกไปอย่างเดียว เขาไม่เชื่อว่า ไม่มีนาง ก็จะไม่สามารถที่จะหายาถอนพิษได้
เงาร่างของเขาเหมือนดั่งลม หันตัวแล้วก็ออกไปจากเรือนทันที
เซียวจิ่นหมิงไปแล้ว หยุนหรั่นเฟิงเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยมีหลินหลังคอยปรนนิบัติ จากนั้นก็ทานข้าว ตอนนี้มีเงินแล้ว อาหารที่ทานก็ดีขึ้น
“คุณหนู พรุ่งนี้ก็เป็นวันที่จะต้องกลับไปเยี่ยมบ้านแล้ว ท่านมีปัญหากับองค์ชายแปดแบบนี้ เขาจะยอมกลับไปพร้อมกับท่านไหม....” หลินหลังคอยปรนนิบัติไปด้วย พูดขึ้นมาอย่างเป็นกังวลไปด้วย
มือหยุนหรั่นเฟิงที่ถือตะเกียบหยุดชะงัก
เฮ้อ ลืมเรื่องที่จะต้องกลับไปเยี่ยมบ้านแล้ว
นางครุ่นคิดแล้วก็พูดขึ้นว่า “ก่อนหน้านี้เขารับปากข้าแล้ว เป็นถึงองค์ชายคนหนึ่ง คงไม่ใช่คนไม่รักษาคำพูด.....”
แต่ปัญหาตอนนี้คือ.... นางไม่อยากกลับไปเยี่ยมบ้านแล้ว
ที่ผ่านมาหยุนหรั่นเฟิงอยากให้เซียวจิ่นหมิงรับปากกลับไปเยี่ยมบ้านกับนาง เพราะตอนนั้นนางอยากอาศัยโอกาสนี้ไปเจอพ่อของเจ้าของร่างเดิม
แต่เมื่อหลายวันก่อน ได้เจอแล้วอย่างบังเอิญ แล้วจะกลับไปจวนแม่ทัพใหญ่อีกทำไม? ไปสู้รบตบมือกับน้องสาวกับแม่เลี้ยงหรือ?
ในขณะที่กำลังพูด พ่อบ้านหลิวก็วิ่งมาเรือนเหอซินอย่างเร่งรีบ หลังจากทำความเคารพหยุนหรั่นเฟิงแล้ว แล้วก็ยื่นใบรายการฉบับหนึ่งมาให้ พร้อมพูดขึ้นว่า “พระชายา พรุ่งนี้ที่จะกลับไปเยี่ยมบ้าน นี่เป็นของขวัญที่จวนองค์ชายแปดเตรียมไว้ให้กับจวนแม่ทัพใหญ่ ท่านตรวจดูก่อน"
หยุนหรั่นเฟิงรับในรายการมา ดูอย่างลวกๆ พ่อบ้านหลิวคนนี้เป็นคนเก่าคนแก่ของจวนองค์ชายแปด คนพวกนี้เตรียมการ จัดการได้ดีพอสมควร สิ่งของในรายการไม่ถือว่าล้ำค่าเกินไป แต่มูลค่าก็ไม่ด้อยอย่างแน่นอน เอามาเป็นของขวัญเพื่อกลับไปเยี่ยมบ้านนั้น เหมาะสมอย่างมาก
แต่ตอนนี้นางไม่อยากกลับบ้านแล้ว....
สายตาหยุนหรั่นเฟิงกลอกไปมา จู่ๆก็บีบต้นขาอย่างแรง ซี๊ด
ทันใดนั้น บนใบหน้าที่สวยงามของนางปรากฏร่องรอยความเศร้า ยกมือขึ้นแนบอกแล้วสะอื้น สักพักน้ำตาก็คลอเบ้า ราวกับถูกกระทำอย่างน่าสงสาร ขบฟันขาว เนิ่นนานค่อยขยับริมฝีปาก พูดออกมาอย่างเต็มล้นไปด้วยความทุกข์ระทม
“ไม่กลับไปแล้ว”
พ่อบ้านหลิวตกตะลึงอ้าปากค้าง พร้อมพูดขึ้นว่า “อ๋า? ไม่กลับแล้ว?”
หยุนหรั่นเฟิงยกมือปิดตา พูดขึ้นมาอย่างเจ็บปวดสิ้นหวังว่า “องค์ชายเหยียดหยามข้าครั้งแล้วครั้งเล่า คนอื่นเห็นข้าเป็นตัวตลก ตอนนี้จะกลับไปเยี่ยมบ้านข้าก็ต้องกลับไปเอง ข้ายังจะกลับไปทำอะไร เป็นตัวตลกให้คนอื่นต่อไปหรือ ข้าไม่กลับไปแล้ว”