ตอนที่ 552
ตอนที่ 552 นี่ก็เรียกว่าวิชาปลุกเสกหุ่นหรือ
October 31, 2026
ดูเหมือนกงเสวี่ยฮวาจะตกใจระดับหนึ่งแสนสองหมื่น แล้วมองเจียงเฮ่าด้วยสีหน้าซีดเผือด “เจ้าๆๆ…ข้าๆๆ…เจ้ากอดข้าทำไม!”
เจียงเฮ่ายิ้มเยาะ แล้วมองเขาด้วยความเหยียดหยาม “ทำไมเจ้าไม่ถามตัวเองเล่า ว่าทำไมถึงตกมาจากฟ้าแล้วเข้าหาอ้อมกอดข้า”
เหอะ!
กงเสวี่ยฮวาหน้าบูดหน้าบึ้งราวกับคนท้องผูก ทำไมไม่ร่วงใส่อ้อมกอดสาวงามกันนะ ทำไมถึงต้องร่วงในอ้อมกอดชายหนุ่มด้วย หากเรื่องนี้ถูกแพร่งพรายออกไป นายน้อยแห่งวังเทียนอู่กงอก กสามศอกอย่างข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
เมื่อคิดถึงผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัวที่ตามมา มันอาจกลายเป็นประวัติศาสตร์อันมืดมนของเขา ทันใดนั้นกงเสวี่ยฮวาก็ตีหน้าเคร่งขรึม แล้วเอ่ยเตือนเจียงเฮ่า “เรื่องเมื่อครู่นี้ เจ้าห้าม มแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด! มิฉะนั้น…” เขาบดกราม แล้วข่มขู่ด้วยท่าทางดุร้าย
แต่เจียงเฮ่ากลับหันหน้าหนีด้วยความไม่พอใจ “เจ้าวางใจเถอะ ข้าไม่ใช่คนปากหอยปากปูเหมือนใครบางคน”
กงเสวี่ยฮวานิ่งค้างกะพริบตาปริบๆ ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าคำพูดของเจียงเฮ่านั้นมีอะไรแอบแฝง แต่ไม่รอให้เขาได้เอ่ยถามต่อไป ก็มีอีกหลายคนที่มาปรากฏกายข้างๆ ทั้งสอง ที่สำคัญ ล้ วนแล้วแต่เป็นคนกันเองทั้งนั้น
ไหวปี้ พระมหาอินฮู ทั้งยังมีคนของตำหนักหลีหั่วที่กงเสวี่ยฮวาคิดถึงอยู่ถึงทุกเมื่อเชื่อวัน ทุกคนต่างมาปรากฏตัวที่นี่ ดูเหมือนจะถึงเวลาที่พวกเขาต้องออกไปแล้ว
“เจียงหลีล่ะ” กงเสวี่ยฮวากะพริบตา เพราะไร้เงาเจียงหลีท่ามกลางกลุ่มคน
เจียงเฮ่าก็ขมวดคิ้วมุ่น ตามหาเจียงหลีไปทั่วทุกหนแห่ง แต่ก็หาไปไม่พบ
“เจียงเฮ่า แล้วเจียงหลีล่ะ” ฉินเทียนอีที่เพลิงสีแดงลุกโชนทั้งร่างก็ไม่พบร่องรอยของเจียงหลีเช่นกัน และก้าวเข้ามาหาเจียงเฮ่าอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน ไป๋หลี่เฟิ่ง หันเหยากวง ฉู่เฟยเยียนและศิษย์ทั้งสามจากฮวงเสิน ต่างก็มารวมตัวและปรากฏตัวที่แห่งนี้เช่นกัน
ไหวปี้ก็ไม่เห็นเจียงหลีเหมือนกัน แล้วก็รีบพาคนของวังเวิ่นฉิงเดินเข้ามารวมกลุ่ม
เมื่อเผชิญกับสายตาที่เป็นกังวลของผู้คนมากมาย เจียงเฮ่าก็ส่ายหน้าด้วยความตึงเครียด เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจียงหลีอยู่ที่ไหน ปฏิกิริยาของเขาเช่นนี้ ทำให้ทุกคนเป็นห่วงว่า าเจียงหลีไปอยู่ที่ไหน และทุกคนต่างก็มีสีหน้าย่ำแย่ตามกัน
“เจ้ายังมีหน้ามาถามอีกหรือ ตอนที่อยู่ในอาณาเขตจื๋อจั้ง ตอนที่พวกเจ้าตำหนักหลีหั่วเห็นแก่ตัวแอบออกไปก่อน ทำไมถึงไม่เคยคิดถึงเจียงหลีบ้าง” กงเสวี่ยฮวาโมโหเลือดขึ้นหน้า แล้วสุ มไฟโกรธไปที่ฉินเทียนอีโดยตรง
แม้เขาไม่รู้ว่าเจียงหลีกับฉินเทียนอีมีความสัมพันธ์อันใดกัน แต่แรกเริ่มเดิมที เขาก็มองออกตั้งแต่แรกว่าความรู้สึกที่ฉินเทียนอีมีต่อเจียงหลีนั้นไม่ธรรมดา
“ข้า…” ฉินเทียนอีไร้คำพูดแก้ตัว
ในเวลานี้ เขาก็ร้อนรนกลัวว่าเจียงหลีจะได้รับอันตราย ฉะนั้นเขาจึงไม่อธิบายอะไร
กงเสวี่ยฮวายังไม่หายกรุ่นโกรธ และปราดสายตามองไปทางหลัวอวี่แห่งตำหนักหลีหั่ว แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เมื่อหลัวอวี่ได้รับสายตาที่จ้องมองมาของเขา ก็มองกลับไปโดยไม่สะทกส สะท้าน และสายตาก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจเช่นกัน เขาไม่คู่ควรแก่การให้ความสนใจ
วิ้ง!
ทันใดนั้น แสงสีขาวพร่างพรายตกลงมาจากฟากฟ้าและห้อมล้อมทุกคน
“ประตูดินแดนผนึกมารเปิดออกแล้ว!” หลัวอวี่เงยหน้าขึ้นมองเข้าไปในส่วนลึกของแสงสีขาว แล้วเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ไม่ได้! อาหลียังไม่ออกมาเลย!” เจียงเฮ่าเป็นกังวลขึ้นมาเขาต้องการหลุดพ้นจากแสงสีขาว อย่างไรก็ตาม มีแรงดูดมหาศาลปรากฏขึ้นจากแสงสีขาว และดูดทุกคนออกไปหมดโดยไม่บอกไม่กล่าว
ทันใดนั้น แสงสีขาวก็หายไป และไม่มีใครอยู่บนพื้นสักคน
…
ผืนทะเลนอกดินแดนผนึกมาร เงียบสงบไปทั่วทั้งแผ่น
บนแนวโขดหินริมทะเลมีคนยืนอยู่ที่นั่นหลายคน พวกเขาคือคนที่มาจากกลุ่มอำนาจทั้งเจ็ดที่มารอรับลูกศิษย์ของตน
ทางด้านของฮวงเสินและศิษย์สามคนของตำหนักเย่าต่างมารอพร้อมหน้า เสื้อคลุมสีทองของทั้งสามคนดูสะดุดตามาก และสิ่งที่ทำให้ดวงตาของผู้อื่นมืดมนก็คือรัศมีของจักรพรรดิที่เปล่งประก กายออกมาจากร่างของเสินฉง
ส่วนทางด้านคนของวังเทียนอู่กง ก็ยังคงมาเท่าเดิมดั่งเช่นตอนที่มาส่งกงเสวี่ยฮวา
กลุ่มอำนาจอื่นๆ ก็เป็นประมาณนี้เหมือนกัน
เมื่อได้มายืนอยู่บนแนวโขดหิน ทุกคนก็ทักทายกันตามมารยาท แต่ก็มิได้สนทนาพาทีอะไรมากมาย