ตอนที่ 636
ตอนที่ 1019 โลกมายา
October 22, 2026
ซูผิงไม่หยุด เขายังคงเดินต่อไป เสียงเหล่านั้นค่อย ๆ จางหายจนไม่ได้ยินอีกต่อไป ซูผิงไม่รู้ว่าผู้ดูแลถานพาเขามาที่นี่ตอนไหน เธอคงรู้สึกว่าความคิดที่ฝังไว้อยู่ของเธอถูกกระตุ้นแล้ว จิตใจของเขาจะเป็นอิสระถ้าเธอพาเขาออกจากทะเลมายา มีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้ ตระกูลโหลวหลานไม่ได้ทำการสำราจก่อนเลยหรอ?ฉันได้ยินว่าปัญญาประดิษฐ์ของสหพันธ์ได้สอดส่องทะเลมายาอยู่ตลอด มันต้องส่งสัญญาณเตือนแล้วสิถ้ามีอะไรผิดปกติ ดวงตาของซูผิงเป็นประกาย เขาสังเกตเห็นว่าหมอกลดลง มันมืดเล็กน้อยราวกับว่าปนเปื้อนด้วยหมึก ตอนนั้นเองที่ภาพมายาของต้นไม้และชายชราปรากฏขึ้นอีกครั้ง ชายชราโบกมือให้ซูผิง “เพื่อนตัวน้อยของข้า คลื่นแห่งความโสมมกำลังจะมา มานี่สิ” โจแอนนาปรากฏตัวข้างชายชราก่อนที่ซูผิงจะตอบ เธอมองเขาเงียบ ๆ ด้วยสายตาที่เป็นกังวล การแสดงออกของซูผิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นก็เดินจากไปโดยไม่พูดอะไร “เพื่อนตัวน้อยของข้า เจ้าไม่เต็มใจที่จะเชื่อใจเราจริงๆ หรอ?” ชายชราตะโกนไล่หลังซูผิง ซูผิงไม่ได้มองย้อนกลับไป แต่แล้วบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา ซึ่งมีโครงกระดูกที่น่าเกรงขามนั่งอยู่ มันมองลงมาที่ซูผิงอย่างเย่อหยิ่ง “ข้าไม่ได้ต้องการแสดงตัว แต่เจ้าดื้อรั้นเกินไป เจ้าไม่สามารถบอกได้ว่าอะไรจริงและอะไรไม่จริง” รูม่านตาของซูผิงจ้องเขม็ง เขาคุ้นเคยกับโครงกระดูกและบัลลังก์นี่มากเกินไป มันเป็นลอร์ดที่น่าสะพรึงกลัวที่เขาพบในการเดินทางครั้งแรกของเขาตอนไปยังอาณาจักรโกลาหลแห่งอันเดธ หลังจากที่เขาได้รับระบบ ผลึกเลือดที่เขามอบให้โครงกระดูกน้อยกินก็ถูกขโมยมาจากลอร์ดคนนี้ “เชื่อใจเรา เราจะไม่ทำร้ายเจ้า” ชายหนุ่มกล่าวขณะที่เขาปรากฏตัวถัดจากราชาโครงกระดูก เขามีรูปลักษณ์ที่น่ากลัวน้อยกว่าและคุ้นเคยมากกว่า ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากที่ปรึกษาที่สอนซูผิงในสถาบันวิถีสวรรค์ในแดนเทพอาเคี่ยน “ถ้าเจ้าไม่เชื่อใจพวกเขา เจ้าจะเชื่อใจสถาบันวิถีสวรรค์ไม่ได้หรือ? เจ้าคงจะตายไปแล้วถ้าเราต้องการจะฆ่าเจ้า!” เขาพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ และภาพมายาอันน่าเกรงขามก็ปรากฏขึ้นด้านหลังชายหนุ่ม ซึ่งไม่ได้น่ากลัวไปกว่าโครงกระดูกที่น่าสะพรึงกลัว การแสดงออกของซูผิงเปลี่ยนไป ภาพมายาที่เขาเห็นในสนามบ่มเพาะไม่ควรปรากฏที่นี่ แต่พวกมันให้ความรู้สึกเหมือนจริงมาก กลิ่นอายของพวกเขาทำให้เขาขนลุกราวกับว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับพวกเขาในชีวิตจริง ทำไมในใจฉันถึงมีคนมากมายขนาดนี้ ฉันเคยเจอพวกเขาเพียงครั้งเดียว พวกเขาควรจะส่งพ่อแม่หรือน้องสาวของฉัน หรือแม้แต่อสูรของฉันมา ถ้าพวกเขาต้องการหลอกฉัน… สีหน้าของซูผิงเปลี่ยนไป เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เลือกที่จะเดินไปทางอื่น ราชาโครงกระดูกและร่างพร่ามัวที่อยู่ข้างหลังเขาเปล่งเสียงเย็นชา บางคนดูผิดหวังอย่างมาก ในขณะที่บางคนส่ายหัวและถอนหายใจ “นั่นคือผู้สืบทอดที่โดดเด่นที่สุดหรอ? เฮอะ!” “เรารอมาหลายพันล้านปีแล้ว คิดว่าเขาจะเป็นแสงแห่งความหวังของเรา น่าผิดหวังจริงๆ!” ซูผิงไม่ได้หันกลับไปมอง เขายังคงก้าวไปข้างหน้า หมอกหนาทึบรอบตัวเขาพลันพุ่งขึ้นราวกับกระแสน้ำ ราวกับถูกผลักโดยบางสิ่ง ซูผิงถูกจับโดยไม่ได้เตรียมตัว เขาพยายามที่จะต่อต้าน แต่หมอกก็พุ่งเข้ามาหาเขาเหมือนกำแพง เขารู้สึกหายใจไม่ออก ราวกับว่าตกลงไปในทะเลลึก—เขามองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืดรอบตัวเขา ซูผิงได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงคำรามที่เหมือนเสียงร้องของสิ่งมีชีวิตบางชนิดมาจากส่วนลึกของหมอก เขาพยายามดิ้นรนเพื่อขจัดหมอกรอบๆ ตัวเขา แต่หมอกก็รวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งเขาก็เห็นเงาที่น่าสะพรึงกลัวมากมายผ่านไปมา มีเสียงดังเอี๊ยดๆ คล้ายกับเสียงแมลงมาจากด้านหลังของเขา ซูผิงควบแน่นดาบด้วยพลังจิตและฟันไปทางพวกมัน ดูเหมือนว่าเขาจะโดนอะไรบางอย่างขณะที่ได้ยินเสียงร้องออกมา สิ่งมีชีวิตนั้นดูโกรธจัด หมอกเพิ่มขึ้นอีกครั้งและเงาขนาดมหึมาก็พุ่งเข้ามาใส่เขา ซูผิงเห็นปากที่น่ากลัวผลักหมอกออกไปและพยายามกลืนเขาทั้งตัว เขารีบสร้างดาบพลังจิตแล้วฟันเข้าที่ปากปากตอบสนองอย่างรวดเร็ว บดขยี้ดาบพลังจิตจนเป็นชิ้นๆร่างกายของซูผิงกำลังจะเข้าไปในปาก แต่แล้วข้อมือของเขาก็รู้สึกเย็น มือที่เย็นและนุ่มจับข้อมือของเขาแล้วดึงเขาไปด้านข้าง ช่วยเขาให้พ้นจากปากที่ชั่วร้าย จากนั้นเขาก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาถูกเจ้าของมือดึงตามไปเขาคือผู้ดูแลถานใช่ไหม ซูผิงรู้สึกมึนงงในขณะที่เขาสัมผัสได้ว่ามือนี้เป็นมือของผู้หญิงทั้งสองคนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่เร็วมาก หมอกหนาปกคลุมใบหน้าของเขาขณะเคลื่อนไหว ซูผิงไม่รู้ว่าทำไมผู้ดูแลถานถึงมานี่ และเขาก็ไม่สามารถยืนยันตัวตนของเธอได้ ถึงกระนั้นเธอก็ช่วยเขาจากสัตว์ประหลาดตัวนั้น ดังนั้นเธอจึงไม่มีเจตนาร้ายหมอกบังภาพด้านหลัง ซูผิงได้ยินเสียงกรีดร้องของสัตว์ประหลาดขณะที่เขาถูกดึงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่นานเสียงกรีดร้องก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ซูผิงรู้สึกว่าเขากำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ไม่สามารถจินตนาการได้ไม่นานหลังจากนั้น คนที่ช่วยชีวิตเขาก็ค่อยๆ หยุดลงหมอกที่หมุนวนค่อย ๆ ช้าลง ซูผิงขอบคุณเธออย่างรวดเร็วและถามด้วยความไม่แน่ใจ “คุณคือผู้ดูแลถานใช่ไหม?”หมอกที่อยู่ด้านหน้าของซูผิงค่อยๆสลายหายไปหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เผยให้เห็นถึงร่างของหญิงสาวสวยที่มีผมสีบลอนด์ เธอไม่ใช่ใครอื่นนอกจากโจแอนนาซูผิงตกตะลึงครู่หนึ่ง แต่ก็ค่อยๆหายไปเสียงอบอุ่นดังมาจากที่ไหนสักแห่งจากด้านหลังโจแอนนา “เจ้าไม่จำเป็นต้องกลัว”หมอกหนากระจาย เผยให้เห็นร่างที่ถูกซ่อนไว้ พวกเขาทั้งหมดเป็นเทพผมสีบลอนด์ คนที่อยู่ตรงกลางเป็นผู้หญิงร่างยักษ์ที่สวมชุดคลุมหรูหรา หางยาวจนดูเหมือนหางฟีนิกซ์ เทพคนอื่นข้างๆ เธอตัวเล็กเท่ามือของเธอ ซูผิงสามารถเห็นทุกริ้วรอยบนใบหน้าของหญิงชราได้อย่างชัดเจนเหล่าเทพที่อยู่ถัดจากหญิงชรากำลังกระซิบคุยกัน“เขาคือผู้สืบทอด?”“เขาอ่อนแอมาก ไม่มีทางเป็นเขาได้ใช่ไหม?”“การที่เขาอ่อนแอในตอนนี้ไม่เกี่ยวสักหน่อย อย่าเมินเขา”ซูผิงทั้งตกใจและสงสัย นี่เป็นภาพยายาหรือมันเป็นเรื่องจริง?ซูผิงมองไปที่โจแอนนาและอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เธอเป็นใครกันแน่?”โจแอนนามองเขาอย่างอ่อนโยน ซูผิงไม่เคยเห็นสีหน้าแบบนี้มาก่อน มันเป็นความปรารถนาลึก ๆ ในใจของเขาหรือเปล่า? แต่ความรู้สึกตอนที่ข้อมือของเขาถูกจับกลับให้ความรู้สึกเหมือนจริงเหลือเกินภาพมายาที่นี่สมจริงมากจนแยกจากของจริงไม่ออกเลยหรอ?อย่างไรก็ตาม เขามั่นใจว่าโจแอนนาอยู่ในร้านของเขา เธอไม่มีทางมาอยู่ที่นี่ได้ทุกสิ่งที่เขาเห็นเป็นภาพมายาอย่างไรก็ตามซูผิงไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงแตะตัวเขาได้ คำอธิบายเพียงอย่างเดียวคือประสาทสัมผัสของเขาถูกภาพมายากั้นไว้ด้วยเช่นกันภาพมายาบางอย่างอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือถึงตายได้ ถ้าสมองตายในภาพมายา มันก็จะตายในความเป็นจริง สมองจะคิดว่ามันตายแล้วและจะหยุดการทำงานของร่างกายทั้งหมดถ้านี่เป็นภาพมายา แล้วคนพวกนี้ที่ฉันไม่รู้จักล่ะ ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ในจิตใต้สำนึกของฉัน? การต่อสู้ระหว่างผู้กลืนกินทมิฬกับชายหนุ่มลึกลับมีจริงไหม?ซูผิงเริ่มสงสัยในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นหญิงชราจ้องมาที่ซูผิงอย่างอ่อนโยนและพูดว่า “อย่ากลัวไปเลย ที่นี่ปลอดภัย วิญญาณเหล่านั้นจะไม่กล้าเข้ามาใกล้ เจ้าอาจกลับไปได้เมื่อคลื่นสงบลง เราจะรวบรวมวิญญาณบางส่วนให้เจ้าดูซับ สิ่งที่เจ้าต้องทำคือบ่มเพาะที่นี่”ซูผิงมองอย่างเย็นชาและยังคงเงียบ