ตอนที่ 82
ตอนที่ 373 ระดับหกขั้นกลาง
October 22, 2026
ตอนที่ 373 ระดับหกขั้นกลาง ”แก?” หยินเฟิงเซียวหัวเราะออกมา“ แกต้องการแข่งขันกับคุณหนูหยานของเราทั้งที่แกเป็นนักรบอสูรกิตติมศักดิ์ แกไม่มีความละอายใจหรือไง? แกไม่กลัวหรือว่าคนอื่นจะหัวเราะเยาะบ้างหรือไง!” ชายที่ไปคุยกับซูผิงยืนประหลาดใจเพราะคำตอบที่ไม่คาดคิดนี้”คุณซู ลีกนักรบเปิดให้เฉพาะเยาวชนที่ต่ำกว่าระดับเจ็ดเท่านั้น คุณเป็นนักรบอสูรกิตติมศักดิ์ ผมไม่คิดว่าจะมีใครมาเป็นคู่ต่อสู้ของคุณได้” ชายคนนั้นพูดพลางยิ้มอย่างบิดเบี้ยว “ใครบอกคุณว่าผมเป็นนักรบอสูรกิตติมศักดิ์” ซูผิงตอบอย่างเย็นชา“ ผมมีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับลีกนักรบ! เนื่องจากคุณอนุญาตให้เธอซึ่งเป็นบุคคลภายนอกแทรกแซงเข้ามาในลีกนักรบ ผมก็มีสิทธิ์แทรกเข้ามาเหมือนกัน!” ชายคนนั้นกำลังคิดคำพูด”คุณซู คุณ…” เขาไม่ค่อยเข้าใจคำตอบของซูผิงที่ว่าเขาไม่ใช่นักรบอสูรกิตติมศักดิ์? ยังไง?เขาสร้างแรงกดดันอย่างมากและเขาก็บินได้ เขาจะไม่ใช่นักรบอสูรกิตติมศักดิ์ได้ยังไง? หรือว่าซูผิงสามารถบินได้เพราะเขาเชี่ยวชาญทักษะลับบางเหมือนหยานปิงเยว่? ถึงอย่างนั้นเขาจะอธิบายได้อย่างไรที่เขาเพิ่งทำลายผนึก?แม้แต่นักรบอสูรกิตติมศักดิ์ที่อยู่ในขั้นสูงสุดก็ไม่สามารถทำได้ง่ายๆ! ใครบางคนอย่างปรมาจารย์ดาบหรือฉินตู้หวงจิตวิญญาณคลั่ง อาจจะสามารถปลดปล่อยการโจมตีที่เทียบเท่ากับระดับตำนานได้ แต่การทำสิ่งดังกล่าวจะทำให้เหนื่อยมาก พวกเขาจะไม่สามารถโจมตีแบบนั้นได้ซ้ำๆ นอกจากนี้คนนั้นต้องอยู่ในระดับกิตติมศักดิ์ขั้นสูงสุด หยินเฟิงเซียวมองไปที่ผนึกและอุปกรณ์ในระยะไกลเมื่อได้ยินคำพูดของซูผิง ”ไร้สาระ!แกอ้างว่าแกไม่ใช่นักรบอสูรกิตติมศักดิ์ แกคิดว่าเราปัญญาอ่อนหรือไง?” จ้าวอู่จื่อหัวเราะเยาะ จ้าวอู่จื่อมีรูปร่างที่แข็งแกร่งและมีใบหน้ารูปเหลี่ยมดูตรงไปตรงมาอย่างไรก็ตามเขาวางแผนมาอย่างดี เขาจงใจพูดซ้ำคำพูดของซูผิงเพื่อให้ทุกคนได้ยิน คนอื่นๆ จ้องไปที่ซูผิงด้วยคิ้วที่ขมวด เขาแสดงความแข็งแกร่งขนาดนี้แต่เขาบอกว่าเขาไม่ใช่นักรบอสูรกิตติมศักดิ์ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นนักรบอสูรกิตติมศักดิ์ แต่อย่างน้อยเขาก็ควรอยู่ที่ระดับแปดขั้นสูงสุด ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด เขาจะไม่มีคุณสมบัติในลีกนักรบ ซูผิงจ้องมองไปที่จ้าวอู่จื่อความเย็นชาในดวงตาของซูผิงลึกล้ำขึ้นเรื่อย ๆ “ถ้าพูดหยาบคายกับฉันอีกคำ แกตาย!” จ้าวอู่จื่อนิ่งงันเขาไม่เคยคิดว่าซูผิงจะขู่เขา จ้าวอู่จื่อร้องเสียงหลง“ แกบอกว่าแกไม่ใช่นักรบอสูรกิตติมศักดิ์ ถ้าเป็นเช่นนั้น คนที่พูดจาหยาบคายก็คือแก!”“แกไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนั้นกับฉัน!”ซูผิงจ้องมองเขาและกล่าวกับนักรบอสูรกิตติมศักดิ์“ คุณไม่มีอุปกรณ์สำหรับทดสอบระดับพลังหรือไง? ทดสอบผมแล้วคุณจะรู้!””แก!”จ้าวอู่จื่อรู้สึกบ้าคลั่งหลังจากเห็นว่าซูผิงเพิกเฉยต่อเขาโดยสิ้นเชิงเส้นเลือดปูดบนหน้าผากของจ้าวอู่จื่อ แต่สุดท้าย เขาก็ควบคุมความโกรธได้ หมัดอันทรงพลังของชายหนุ่มยังคงแจ่มแจ้งอยู่ในหัวของเขา และนั่นเป็นสิ่งเตือนใจให้เขาระมัดระวัง เขาไม่แน่ใจนักว่าเขาจะสามารถสู้กับชายหนุ่มได้หากพวกเขาต่อสู้กันนักรบอสูรกิตติมศักดิ์พูดไม่ออกเขาไม่รู้ว่าเจ้าของร้านพยายามจะทำอะไร ทดสอบไปเพื่ออะไร?เมื่อพูดเช่นนั้นเขาก็กระตือรือร้นที่จะค้นหาระดับแท้จริงของซูผิง“แน่นอนเราจะทำอย่างที่คุณต้องการ อย่างไรก็ตามระดับของคุณจะต้องต่ำกว่าระดับเจ็ดคุณจึงจะเข้าร่วมได้ มิฉะนั้นผมหวังว่าคุณจะยุติข้อพิพาทหลังการแข่งขัน” คนจากรัฐบาลกล่าวซูผิงไม่พูดอะไรตอบกลับชายจากรัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขอให้เจ้าหน้าที่นำอุปกรณ์ที่เคยใช้กับหยานปิงเยว่ออกมาไม่นานอุปกรณ์ที่วางทิ้งไว้ข้างเวทีก็ถูกนำขึ้นมา“ ผิง…”ซูหลิงเยวี่ยยืนอยู่ข้างๆซูผิงจ้องมองเขาด้วยความกังวลและสับสน“หึ แกมันรนหาที่เอง!”จ้าวอู่จื่อแสยะยิ้มร้ายกาจหยินเฟิงเซียวยังคงหน้านิ่งและไม่พูดอะไรหยานปิงเยว่ยืนอยู่ข้างหลังพวกเขาเธอกุมข้อมือที่ถูกตัดของเธอ และจ้องมองไปที่ซูผิง”คุณซู”ชายจากรัฐบาลนำอุปกรณ์มาด้วยรอยยิ้มลำบากใจชายคนนั้นสังเกตเห็นว่าสุนัขมังกรดำที่คอยปกป้องซูผิงเงยหน้าขึ้นราวกับว่ายอมให้เขาขยับเข้าไปใกล้ชายคนนั้นรู้สึกประหลาดใจนั่นคืออสูรของสวี่คัง ทำไมมันถึงทำตัวเหมือนเป็นอสูรของซูผิง?แต่นั่นไม่สำคัญชายคนนั้นเดินเข้ามาหาซูผิงด้วยความรวดเร็ว และส่งอุปกรณ์ให้ซูผิง จากนั้นก็เรียกเจ้าหน้าที่สองคนมาช่วยซูผิงทำการทดสอบในไม่ช้าเจ้าหน้าที่ทั้งสองก็รัดอุปกรณ์บนข้อมือซูผิงอย่างระมัดระวัง“โปรดปล่อยพลังดวงดาว” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวด้วยความเคารพ