ตอนที่ 97
ตอนที่ 389-390
October 22, 2026
ตอนที่ 389 การรวมตัวของห้าตระกูลใหญ่ ถังยู่หรานรู้สึกเหมือนเธอไม่เคยรู้จักซูผิงฉันประเมินนายไว้สูงอยู่ตลอด แต่ก็พบว่ายังประเมินนายต่ำไป! นั่นคือความรู้สึกของถังยู่หรานอย่างแรก นักรบอสูรกิตติมศักดิ์มาเพื่อมอบบางสิ่งบางอย่างให้กับซูผิง จากนั้นนักรบอสูรกิตติมศักดิ์สองคนก็มามอบของขวัญให้กับซูผิงและปรมาจารย์ดาบก็ยังสนิทกับเขา ยิ่งคิดเรื่องนี้เธอก็ยิ่งงุนงง ”ไม่มีอะไรอีกแล้ว?”ซูผิงถาม โจวเทียนกวงและผู้อาวุโสจ้องหน้ากันด้วยความสิ้นหวังเลือดมังกรสองหลอดมีค่าอย่างไม่น่าเชื่อ ซูผิงจะไม่พอใจได้ยังไง? “ คุณซู คุณต้องการอะไร?” เมื่อระงับความโกรธของเขาลง โจวเทียนกวงก็ฉีกยิ้ม ซูผิงเป็นผู้ชายที่สามารถโค่นทั้งตระกูลได้ด้วยตัวเขาคนดียวไม่ว่าซูผิงจะพูดอะไร พวกเขาก็ไม่สามารถโต้เถียงกับเขาได้ ทางเลือกเดียวของพวกเขาคือยอม “ผมไม่ต้องการเลือดมังกร เอากลับไป และเอาอย่างอื่นมาให้ผม” ซูผิงกล่าว ทั้งสองพูดไม่ออกถังยู่หรานอ้าปาก จ้องเขาตาไม่กะพริบ เขาไม่ต้องการเลือดมังกร? เลือดมังกรเป็นทรัพย์สินล้ำค่าสำหรับเจ้าของมังกร! ซูผิงดูเหมือนจะไม่ชอบเลือดมังกรจริงๆทั้งสองคนจากตระกูลโจวรู้สึกงง “ครับ” โจวเทียนกวงยอมรับ ภายในเขารู้สึกอึดอัดใจอย่างอื่น? เป็นเรื่องยากที่จะหาสิ่งที่สามารถทัดเทียมเลือดมังกรได้ สิ่งเดียวที่สามารถเทียบกับเลือดมังกรได้ก็คือสิ่งที่แม้แต่ตระกูลของพวกเขาก็ยังหาได้ยาก แต่นั่นเป็นมรดกตกทอดของตระกูลพวกเขาไม่สามารถให้สิ่งนั้นได้ ลำบากแล้ว “ในเมื่อพวกคุณมาแล้วก็นั่งก่อนซิ รอจนกว่าคนอื่น ๆ จะมา แล้วเราค่อยมาเริ่มประชุมกัน” ซูผิงกล่าว ตระกูลโจวนับเป็นตระกูลแรกที่มาถึง แสดงให้เห็นถึงความจริงใจมากกว่าเมื่อเทียบกับตระกูลอื่น ๆ นอกจากนี้เลือดมังกรยังหายาก เขาคงอยากได้มันถ้าไม่ใช่เพราะเขามีสนามบ่มเพาะ เขาไม่รู้ว่าตระกูลโจวได้มันมาจากที่ไหนแต่ต้องหามาได้ยากแน่ๆ “ ครับ” ”คุณซูผมเห็นว่าคุณยังทานอาหารกลางวันอยู่ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะครับ” ทั้งสองรู้สึกโล่งใจที่ซูผิงไม่ได้แสดงท่าทีเป็นศัตรูพวกเขาพยายามพูดคุยกันแบบสบาย ๆ ซูผิงพยักหน้าและพูดกับถังยู่หรานว่า“ดูแลพวกเขา อย่าไปไหน ฉันจะไปทานอาหารกลางวันให้เสร็จ อีกสักครู่ฉันจะกลับมา” ถังยู่หรานพยักหน้ารับ ในตอนนั้นทั้งสองคนจากตระกูลโจวสังเกตเห็นว่าถังยู่หรานดูหน้าคุ้นๆโจวเทียนกวงนึกอะไรออก ความประหลาดใจเข้ามาในดวงตาของเขา แต่ในไม่ช้าเขาก็ปกปิดความประหลาดใจด้วยท่าทางธรรมชาติ ซูผิงกำลังจะกลับบ้านและเห็นชายในชุดสูทสีดำยังคงยืนอยู่ข้างประตู “ คุณต้องการอะไรอีกไหม?” “เอ๊ะไม่ครับ” “โอ้” ซูผิงไม่พูดอะไรอีกแล้วเดินผ่านไปไป ด้วยความตกใจซูผิงเห็นว่ามีเนื้อเหลืออยู่บนโต๊ะเพียงไม่กี่ชิ้น พวกนั้นมาอะไรกันตอนนี้พวกเขาไม่รู้หรือไงว่าตอนเที่ยงเป็นเวลาที่ผู้คนต้องทานอาหารกลางวันกัน? “ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น?” ปรมาจารย์ดาบถามหลังจากที่ซูผิงกลับมา ทั้งเขาและอู่กวนเฉิงสัมผัสได้ถึงนักรบอสูรกิตติมศักดิ์ “ไม่มีอะไร ผมสั่งของและคนส่งของก็มาพอดี” ซูผิงตอบ ปรมาจารย์ดาบและอู่กวนเฉิงมองหน้ากันพวกเขาบอกได้ว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น ซูผิงไม่ได้อธิบายอย่างละเอียดเขากลืนอาหารกลางวันอย่างรวดเร็ว คนอื่น ๆ วางชามกันหมดแล้ว เขาจึงมองไปที่มือของซูหลิงเยวี่ย มือใหม่งอกแล้ว แต่ก็ยังช้า มือใหม่ดูเหมือนมือเด็ก สั้น อวบและน่ารัก ทักษะการรักษาของอู่กวนเฉิงสามารถช่วยให้แขนขาที่ถูกตัดขาดกลับมาได้นับประสาอะไรกับมือ “แม่ ผมต้องกลับไปที่ร้าน…” ซูผิงลุกขึ้นยืน ”จ้าต้อนรับลูกค้าดีๆน้า” แม่ของเขาพูดตามปกติ ซูผิงเดินออกไปทันทีปรมาจารย์ดาบตามซูผิงไป เขาบอกลาหลี่ฉิงรู่,อู่กวนเฉิงและซูหลิงเยวี่ย จากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่ร้าน หลังจากซูผิงไปชายในชุดสูทสีดำก็บินขึ้นไปบนอินทรีมงกุฏทอง. ซูผิงเดินเข้าประตูมาพร้อมกับปรมาจารย์ดาบเห็นว่าถังยู่หรานกำลังพูดคุยกันอย่างมีความสุขกับทั้งสองจากตระกูลโจว ถังยู่หรานหยุดการสนทนาทันทีและยิ้มให้กับซูผิงเมื่อเขาเดินเข้ามา ซูผิงเพียงแค่เหลือบมองจากหางตา ทั้งสองคนจากตระกูลโจวนั่งอยู่บนโซฟาสังเกตเห็นว่าซูผิงมาถึงแล้ว แต่ก็ยังพบอีกคนตามมาด้วย “ปรมาจารย์ดาบ?”ทั้งสองตีหน้ามึนไปชั่วขณะก่อนดีดตัวขึ้นด้วยความตกใจปรมาจารย์ดาบมีความสัมพันธ์กับร้าน?สิ่งที่พวกเขาได้ยินจากตระกูลมู่เป็นเรื่องจริง?!ทั้งสองไม่อยากเชื่อว่าปรมาจารย์ดาบนักรบอสูรกิตติมศักดิ์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเขตอนุทวีปจะมาอยู่ที่นี่ มันเกินตรรกะและเหนือเหตุผลที่เขาจะมาอยู่ในร้านเล็ก ๆ แห่งนี้!ปรมาจารย์ดาบไม่รู้ว่านักรบอสูรกิตติมศักดิ์สองคนนี้มาซื้อบริการในร้านหรือมาเยี่ยมร้านค้าแต่ทั้งสองไม่ใช่คนที่เขารู้จัก ปรมาจารย์ดาบจึงแค่พยักหน้ารับจากนั้นทุกคนก็ได้ยินเสียงรถขับเข้ามาใกล้ไม่นานรถก็มาถึงร้านผู้สื่อข่าวตกอยู่ในความโกลาหลอีกครั้งรถจอดและนักรบอสูรกิตติมศักดิ์สองคนก็ก้าวลงมาโจวเทียนกวงจำได้ทันทีว่าพวกเขามาจากตระกูลเย่เย่ฉิวและเย่จางทั้งคู่ตกใจหลังจากเห็นคนของตระกูลโจว วงในกล่าวถึงพวกเขาว่าเป็นสุนัขจิ้งจอกเฒ่า พวกเขาคิดว่าพวกเขามาถึงเร็วแล้ว แต่ตระกูลโจวกลับเร็วกว่าพวกเขาฦวินาทีถัดมาเย่ฉิวกับเย่จางก็เห็นคนที่ยืนอยู่ข้างๆซูผิงช่างน่าประหลาดใจปรมาจารย์ดาบไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับเขาที่นี่!ปรมาจารย์ดาบคือคนที่จะกลายเป็นนักรบอสูรในตำนาน!เย่ฉิวกับเย่จางรู้สึกปลื้มปิติอย่างมากพวกเขารีบเข้าไปข้างในโดยไม่มีการวางท่าใด ๆ”คุณซูยินดีที่ได้รู้จัก นี่จะต้องเป็นปรมาจารย์ดาบแน่ๆ เป็นไงมาไงครับเนี่ย?” เย่ฉิวกับเย่จางทักทายพวกเขาด้วยท่าทางขี้ประจบปรมาจารย์ดาบตอบรับอย่างเป็นมิตรเหนือสิ่งอื่นใด ทั้งคู่เองก็เป็นนักรบอสูรกิตติมศักดิ์”งั้น หัวหน้าตระกูลพวกคุณก็ยุ่งเหมือนกัน?”ซุผิงเลิกคิ้ว หัวหน้าตระกูลโจวไม่มา และตระกูลเย่ก็ทำเหมือนกัน มันดูเหมือนพวกเขาจะกลัว เขาเชื่อว่าอีกสามตระกูลคงทำเหมือนกันซูผิงไม่พอใจเขาไม่มีอะไรจะพูดกับผู้อาวุโสเหล่านี้สองผู้อาวุโสจากตระกูลเย่อับอายแต่ในไม่ช้าก็พบข้อแก้ตัวข้อแก้ตัวพวกเขาฟังดูมีเหตุผลซูผิงไม่อยากเปิดเผยคำโกหกพวกเขาเขาบอกพวกเขาให้นั่งลงและรอให้คนอื่นมาถึงปรมาจารย์ดาบสามารถบอกได้ว่าคนเหล่านี้มาตามคำเชิญของซูผิงเขาไม่เลือกวันให้ดี ต้องมีเรื่องเกิดในร้านแน่อย่างที่พูดปรมาจารย์ดาบเชื่อว่านักรบอสูรกิตติมศักดิ์เหล่านี้คงก่อปัญหาได้ไม่มากนักเขาเลือกไม่เอาตัวเองไปยุ่งเขาถามซูผิงถึงโครงกระดูกน้อยเพื่อสอนบทเรียนต่อไปซูผิงไม่เรียกโครงกระดูกน้อยออกมาเหนือสิ่งอื่นใด เขาต้องใช้โครงกระดูกน้อยเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้ห้าตระกูลใหญ่เขาบอกปรมาจารย์ดาบให้นั่งรอเขาหยิบไอศกรีมออกมาและนั่งลงบนโซฟา”พี่เล้งอยากได้สักอันไหม?””ก็ดี”ซูผิงหยิบไอศกรีมโคนอีกอันแล้วยืนให้เขาซูผิงกับปรมาจารย์ดาบนั่งบนโซฟาตัวเดียวกันกินไอศกรีม ผู้อาวุโสทั้งสี่รู้สึกอึดอัด แม้กระทั่งถังยู่หรานก็ด้วย”คุณซูนี่ของขวัญเล็กๆน้อยๆจากเรา”สองผู้อาวุโสจากตระกูลเย่หยิบของขวัญออกมาซูผิงเหลือบมอง”อะไร?”สองผู้อาวุโสเปิดของขวัญพร้อมกันมันเป็นจี้ที่ทั้งล้ำค่าและมีประโยชน์ มันมีผลอย่างน่าอัศจรรย์ที่สามารถหล่อเลี้ยงพลังวิญญาณของคนได้ ซูผิงพลันหมดความสนใจ เขามีของที่มีคุณสมบัติคล้ายกันแล้วเขาได้ของแบบนี้มาอย่างน้อยสามชิ้นจากอาณาจักรลับเขาเก็บอันดีสุดให้ตัวเองและมอบอันรองลงมาให้ซูหลิงเยวี่ย”มันจะเป็นประโยชน์ต่อคุณหนูซูอย่างมาก”ทั้งสองจากตระกูลเย่ยิ้มซูผิงรีบมาเขาพิจารณาว่าจะมอบตะเกียงวิญญาณให้แม่เขาและมอบจี้นี้ให้ซูหลิงเยวี่ย”ดี”ซูผิงตอบและเก็บจี้ไปทั้งสองจากตระกูลเย่ไม่สามารถระบุได้ว่าซูผิงกำลังคิดอะไรเขาไม่ชอบ?หรือเขาชอบแต่อยากได้เพิ่ม?ตอนนั้นรถอีกคันขับเข้ามาตระกูลอื่นมาถึงทีละตระกูลพวกเขาต้องพูดคุยกันล่วงหน้าแน่