ตอนที่ 340
ตอนที่ 707-708
October 22, 2026
ตอนที่ 707 เจ้าแห่งกระดูก ”ว้าว! คางคกกำลังบิน!” ”ฮึ. ฉันสามารถระเบิดขยะสองชิ้นนั้นได้ง่ายมาก!” “จะดีกว่าที่จะระมัดระวังมากขึ้น ฉันคิดว่าเราควรยืนดูการต่อสู้ก่อน…” “หุบปาก! แกมันน่ารำคาญ!” “ไอ้จี้นั่นหล่อขึ้นเรื่อยๆ ฉันล่ะน้ำลายสอ… ” เจ็ดหัวของเจ็ดบาปต่างร้องอุทาน และหัวสีทองที่มีเขาอยู่ตรงกลางคำราม “พวกแก หุบปาก! ไม่เห็นเหรอว่ามันอันตรายแค่ไหน? เราจะเอาชนะราชาสวรรค์ดีชั่วได้หากพวกแกเชื่อฟังมากกว่านี้ เราควรจะอยู่ในระดับที่สูงกว่านี้ด้วยซ้ำ!” หัวอื่นๆ เงียบไป ไม่กล้าพูดอะไร ”ฆ่ามัน!” หัวที่มีเขาคำรามและหมุนหินบนพื้นให้เป็นมือขนาดยักษ์หลายมือมุ่งคว้าจี้หยวนเฟิง ในทางกลับกัน ซูผิงถูกขั’อยู่ในกระแสอสูรร้ายกับโครงกระดูกน้อย มังกรเพลิงนรก และอสูรอื่นๆ เขาปล่อยทักษะทุกประเภท และเลือกที่จะไม่ผสานกับโครงกระดูกน้อย เพราะมีอสูรร้ายมากเกินไป มันจะเร็วกว่าถ้าพวกเขาช่วยกันฆ่า นอกจากนี้ ศัตรูสภาวะชะตากรรมในกระแสอสูรร้ายกำลังยุ่งอยู่กับการจัดการกับจี้หยวนเฟิง ดังนั้นซูผิงจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการซุ่มโจมตี เขาไม่ต้องพึ่งพาการคุ้มครองของโครงกระดูกน้อยอีกต่อไป ปัง! ปัง! ปัง! ซูผิงพุ่งใส่ท่ามกลางอสูรร้ายทำให้เลือดที่สาดกระเซ็น ทำให้อสูรป่าล้มตายมากมาย ไม่ไกลจากพวกเขามากนัก อสูรของรองหัวหน้าก็อาละวาดไล่ตามอสูรป่า เย่อู่ซิวและนักรบในตำนานคนอื่น ๆ อยู่ข้างหลังเขา พวกเขาช่วยกันสกัดกั้นและบดขยี้ฝูงอสูรร้าย อสูรป่าทั้งหมดกำลังวิ่งหนี! การสังหารหมู่ทำให้ทุกคนที่อยู่เบื้องหลังแนวป้องกันรู้สึกตื่นเต้น เมื่อเวลาผ่านไป ซากศพจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ถูกทิ้งไว้ในฝูงอสูรร้าย ซึ่งถูกแยกออกเป็นหลายส่วน อสูรร้ายบางตัววิ่งหนีไปได้ คนที่ศูนย์บัญชาการรู้ว่าทิศใต้ปลอดภัยแล้ว หากอสูรป่าที่ต่อสู้ในทิศใต้คือศัตรูทั้งหมด แสดงว่าพวกเขาชนะ! อย่างไรก็ตาม… กระแสอสูรร้ายกำลังจะมาถึงในอีกสามทิศ! เมื่อสถานการณ์ทางใต้คลี่คลาย พวกเขาก็เปลี่ยนไปสนใจทางทิศเหนือและทิศตะวันออก ที่ซึ่งอสูรร้ายมากมายพอๆ กับทางใต้กำลังเข้ามาใกล้ ”พวกเราทำยังไงดี? กระแสอสูรร้ายทางเหนือกำลังจะมาถึง มีอสูรสภาวะชะตากรรมอยู่สามตัว!” “เป็นไปไม่ได้ที่จะส่งนักรบในตำนานคนอื่นๆ ไปปราบปรามพวกมัน” อารมณ์ของที่ปรึกษาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมี จากการต่อสู้กับอสูรร่างมนุษย์ พวกเขาสามารถยืนยันได้ว่านักรบในตำนานทั่วไปไม่ต่างจากนักรบกิตติมศักดิ์เมื่ออยู่ต่อหน้าราชาอสูรร้ายสภาวะชะตากรรม ศัตรูของสภาวะชะตากรรมจะต้องถูกกำจัดโดยนักรบสภาวะชะตากรรม! อย่างไรก็ตามมีนักรบสภาวะชะตากรรมเพียงสี่คนที่อยู่ฝั่งมนุษย์ ดังนั้นแต่ละคนจึงต้องป้องกันคนละทิศ แม้แต่กู่ซือผิงก็ยังต้องลงมือ! “ผมจะดูแลทางเหนือ ทางตะวันออกให้น้องซูดูแล และด้านตะวันตกให้รองหัวหน้า” กู่ซือผิงกล่าวอย่างเคร่งขรึมขณะนั่งบนเก้าอี้พร้อมกับกอดอก ที่ปรึกษามองแต่ไม่ได้พูดอะไร เขารู้ว่าไม่มีทางเลือก ไม่มีนักรบในตำนานสภาวะชะตากรรมอีกแล้ว! “เดี๋ยวก่อน อสูรป่าทางเหนือดูเหมือนจะหยุดแล้ว” ”ฮะ? ตะวันออกก็เหมือนกัน!” “ทางตะวันตกก็เหมือนกัน…” ทันใดนั้นที่ปรึกษาสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ กระแสอสูรร้ายในทิศทางอื่นๆหยุด “ให้ทหารรักษาการณ์ส่งวิดีโอมา!” “อย่าลืมทางตะวันออก!” ที่ปรึกษาออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้ามีการส่งคลิปวิดีโอสองสามคลิปมาให้พวกเขา และที่ปรึกษาเปิดขึ้นทีละรายการ วิดีโอถูกถ่ายโดยอินทรี จะเห็นได้ว่าฝูงอสูรป่าหยุดอยู่หน้ากล้อง และหยุดเคลื่อนไหวราวกับกำลังพักผ่อน! ไม่ใช่แค่ทิศเหนือ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเหมือนกัน! กระแสอสูรร้ายทั้งสามทิศทางหยุดลงทั้งที่อยู่ห่างจากแนวป้องกันเพียงสิบนาที พวกมันจะเข้าสู่พื้นที่ซุ่มโจมตีในอีกห้านาที ”เกิดอะไรขึ้น? พวกมันกำลังรออะไร? พวกมันรู้สถานการณ์ทางใต้หรอ? ไม่สิ พวกมันคงจะโจมตีแรงกว่านี้ถ้าเป็นแบบนั้น…” ที่ปรึกษาประหลาดใจและสงสัย ไม่ใช่ว่าอสูรร้ายหยุดเพื่อสังเกตุการณ์? หากพวกมันพุ่งเข้าทันที พวกมันจะบรรเทาแรงกดดันต่ออสูรร้ายในทางใต้ และเปิดโอกาสให้ทางใต้ได้หายใจ ถึงกระนั้นพวกมันตัดสินใจหยุดอย่างน่าประหลาดใจ มีความขัดแย้งใด ๆ ในหมู่อสูรเหล่านั้นหรือเปล่า? ทุกคนประหลาดใจโดยไม่รู้ว่าอสูรร้ายกำลังทำอะไรอยู่ กู่ซือผิงรู้สึกงุนงงเหมือนคนอื่น ๆ แต่เขามีความรู้สึกแปลก ๆ เป็นลางสังหรณ์ “ส่งคนไปตามหาราชาอสูรที่นำฝูงอสูร!” กู่ซือผิงสั่ว ที่ปรึกษาต่างตกใจเมื่อรู้ว่ากู่ซือผิงหมายถึงอะไร หากราชาอสูรร้ายในกระแสอสูรร้ายทั้งหมดไปเสริมกำลังทางใต้ ทางใต้จะกลายเป็นตำแหน่งที่น่ากลัวที่สุดในเวลานี้! “ส่งนักรบกิตติมศักดิ์ไปที่นั่น พวกเขาต้องหาให้ได้ว่าราชาอสูรร้ายอยู่ที่ไหน แม้ว่าพวกเขาจะต้องเสียสละตัวเองก็ตาม!” ปรึกษาตะโกนขณะที่เขาติดต่อกับทหาร ในขณะที่มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ซูผิงและคนอื่นๆ ที่กำลังต่อสู้กับฝูงอสูรร้ายทางใต้ได้ยินเสียงคำราม จากนั้นพวกเขาก็เห็นว่ามีบางอย่างถูกโยนกลับมาจากท้องฟ้าใกล้กับฝูงอสูรร้าย ซูผิงค่อนข้างตกใจเมื่อพบว่ามันคล้ายกับจี้หยวนเฟิง! จี้หยวนเฟิงดูแย่มากในขณะนี้ ปีกของเขาสูญเสียขนส่วนใหญ่ไป และเสื้อคลุมสีขาวของเขาถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เผยให้เห็นเกราะที่ส่องแสงระยิบระยับอยู่ภายใน ”ท่าน?!” ในอีกด้านหนึ่ง รองหัวหน้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น จี้หยวนเฟิงที่ทรงพลังมากในสายตาของเขาพ่ายแพ้? “พวกมันมีกำลังเสริม…” จี้หยวนเฟิงลุกขึ้นยืน เขามองไปที่ซูผิงและรองหัวหน้าโดยไม่ลังเลอีกต่อไป มีเพียงความมุ่งมั่นเท่านั้นที่ยังคงอยู่บนใบหน้าของเขา ซูผิงกำลังจะพูด แต่สัมผัสได้ถึงบางสิ่งและหรี่ตาลง บูม! บูม!! บูม!! อสูรร้ายที่อยู่ด้านหลังทั้งหมดหยุดหนี และคุกเข่าลงด้วยความตกใจ แม้แต่อสูรป่าระดับเก้าที่อาศัยอยู่ในทางเดินก็ยังก้มหน้าและก้มตัวลง กลัวเกินกว่าจะขยับตัว เสียงดังก้องกังวานจนคนที่อยู่หลังแนวป้องกันยังได้ยิน น้ำในถ้วยบนโต๊ะกระเพื่อม! “หนึ่ง สอง สาม… เจ็ด แปด…” ไม่ไกลนัก รองหัวหน้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาพึมพำจนพูดอะไรไม่ออก ศัตรูทั้งหมดสิบตัวในสภาวะชะตากรรมเข้ามาใกล้พวกเขา! จำนวนนี้มากกว่าอสูรป่าสภาวะชะตากรรมที่พวกเขาตรวจพบก่อนหน้านี้ถึงสามเท่า! ซูผิงก็ตกตะลึงเช่นเดียวกัน เขารู้ว่ากระแสอสูรร้ายทุกตัวในทิศทางอื่น ๆ นั้นนำโดยอสูรป่าสภาวะชะตากรรมสองหรือสามตัว ทั้งหมดอยู่ที่นี่หมดเลยหรอ? “มีอสูรป่าสภาวะชะตากรรมขั้นสูงสุดสามตัว และเพื่อนเก่า … ”จี้หยวนเฟิงแสดงท่าทางเคร่งขรึม เนื่องจาก “เพื่อนเก่า” เพียงคนเดียวทำให้เขากดดันอย่างมาก เพื่อนเก่าคนนั้นคือราชาสวรรค์ดีชั่ว ผู้นำของราชาสวรรค์ทั้งสี่ที่เขาเคยต่อสู้และไม่สามารถเอาชนะได้! “จี้หยวนเฟิงแกฝึกช้าเกินไป…” เสียงแปลก ๆ ดังก้องไปทั่วทั้งสนามรบ เสียงนั้นแปลกเพราะฟังดูไร้เพศและไร้อายุ ดูเหมือนว่าทุกพยางค์จะเปลี่ยนเป็นเสียงของวัยและเพศที่แตกต่างกัน จี้หยวนเฟิงตอบอย่างเศร้าโศก “ลองออกมาดูสิว่าฉันช้าเกินไปไหม ถ้าแกกล้า” “ฉันจะทำหลังจากที่ฉันกระทืบแกแล้ว ดีที่ก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้กินแกซะ ในที่สุดวันนี้ฉันก็สามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ซะที!” เสียงแปลก ๆ นั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้ และไม่แยแส จี้หยวนเฟิงเงียบจนน่ากลัว เขาจะไม่มีทางเสียเปรียบถ้าราชาสวรรค์ดีชั่วมาตัวเดียว อย่างไรก็ตามศัตรูได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรสภาวะชะตากรรมสูงสุดถึงสองตัว ในขณะที่เขามีเพียงซูผิงและลูกศิษย์ของเขา ที่เลวร้ายไปกว่านั้น มีศัตรูสภาวะชะตากรรมเพิ่มมาอีกเจ็ดตัว! เจ็ดบาป—ซึ่งอยู่สภาวะชะตากรรมขั้นสูงสุด—เป็นหนึ่งในเจ็ดศัตรูของสภาวะชะตากรรม “จักรพรรดิมหาสมุทรอยู่ที่นี่หรือเปล่า?” ซูผิงถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ ขณะที่เขามองอสูรป่าขนาดมหึมาที่ใกล้เข้ามา เขาได้ยินมาว่าจักรพรรดิมหาสมุทรซึ่งปกครองอสูรในมหาสมุทรนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าราชาสวรรค์ดีชั่ว เขาอยู่ที่สภาวะชะตากรรมขั้นสุดท้ายและเข้าใกล้ระดับดวงดาวมาก รูม่านตาของจี้หยวนเฟิงหดเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตอบอย่างช้าๆ “ไม่” การแสดงออกของซูผิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ศัตรูตรงหน้าน่ากลัวพอแล้ว และจักรพรรดิมหาสมุทรก็ไม่ได้อยู่ในนี้อีก? เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและติดต่อกู่ซือผิงอย่างรวดเร็ว “ราชาอสูรร้ายจากทางอื่นมารวมตัวกันที่นี่ใช่ไหม?”หลังจากเงียบไปชั่วครู่กู่ซือผิงก็ตอบว่า “ยังไม่ถึง…” เสียงของเขาสั่นเทาคราวนี้กู่ซือผิงตื่นตระหนกอย่างแท้จริงจากการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ราชาอสูรร้ายสภาวะชะตากรรมในทิศทางอื่นยังคงอยู่ที่เดิม!หมายความว่าราชาอสูรร้ายทางใต้เป็นอสูรป่าทั้งหมดที่ไม่เคยปรากฏตัวออกมาจากกองทัพของถ้ำลึก จักรพรรดิมหาสมุทรผู้ปกครองท้องทะเลยังคงซุ่มซ่อนอยู่ในความมืดเช่นกัน!ศัตรูของพวกเขามากมายขนาดไหนกัน?ราชาอสูรร้ายกว่ายั่สิบตัวได้ปรากฏตัวแล้ว ซึ่งเกินกว่าที่กู่ซือผิงจะคำนวณได้ เนื่องจากจักรพรรดิมหาสมุทรยังคงซ่อนตัวอยู่ เขาไม่สงสัยเลยว่าจะต้องมีราชาอสูรร้ายมาเพิ่มอีก!มันมากกว่าสิ่งที่กู่ซือผิงสามารถจินตนาการได้ปะ!สายถูกตัดซูผิงสูดหายใจเข้าลึกๆเขาเคยเห็นอสูรร้ายสภาวะชะตากรรมแปดตัวตอนไปที่ทางเดิน แม้ว่ามันจะว่างเปล่าแล้วก็ตามไม่มีใครบอกได้ว่าอสูรป่าสภาวะชะตากรรมทั้งแปดตัวนั้นออกมาแล้วหรือไม่ ซูผิงไม่แน่ใจว่าจะรู้สึกโชคดีหรือเศร้า“เราต้องสู้” ซูผิงพูดอย่างจริงจังทั้งจี้หยวนเฟิงและรองหัวหน้ารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับการตัดสินใจของซูผิง พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะตัดสินใจต่อสู้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูจำนวนมากขนาดนี้พวกเขาได้ยินการสื่อสารของซูผิงกับกู่ซือผิงสถานการณ์เลวร้ายมากจริงๆมีอสูรป่าสภาวะชะตากรรมจากถ้ำลึกและมหาสมุทรมากเกินไป!พวกเขาได้รับการเตือนอีกครั้งว่ามนุษย์ต้องดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอดบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินมานับพันปีได้ยังไงมนุษย์ได้สร้างเมืองฐานขึ้นทีละแห่ง และมอบหมายให้แต่ละเมืองไปสำรวจดินแดนรกร้างและล่าอสูรป่า พวกเขาไม่ใช่เจ้าของทวีปนั้น เป็นเพียงผู้รอดชีวิตเท่านั้นพวกเขายืนกรานเช่นนั้นมานานเพราะข้อตกลงที่จะไม่รุกรานของจักรพรรดิมหาสมุทรกับเจ้าหอคอยรุ่นแรก และเพราะว่าราชาสวรรค์ทั้งสี่มักจะต่อสู้กันเองและไม่ค่อยโจมตีมนุษย์ท้ายที่สุดมนุษย์ก็ไม่ได้น่ากินไปกว่าอสูรป่าชนิดอื่นๆ อย่างแน่นอน และมันไม่ง่ายเลยที่จะกินมนุษย์!ในขณะนั้นอสูรป่าจากมหาสมุทรและถ้ำลึกที่เติบโตและเพิ่มจำนวนในพันปีก็ร่วมมือกัน กระแสอสูรร้ายร่วมของพวกมันจะถมดาวเคราะห์สีน้ำเงินจนจม!มนุษย์เป็นเหมือนเรือลำเล็ก ๆ ในกระแสน้ำ แม้แต่คลื่นที่เล็กที่สุดก็สามารถแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ได้!ซูผิงได้ยินบางอย่างจึงหันหน้าและเห็นว่ารองหัวหน้ากำลังสั่นยอดฝีมือสภาวะชะตากรรมตัวสั่นด้วยความกลัว!ซูผิงมีท่าทีจริงจัง แต่ในขณะนี้เขาไม่ได้ดูถูกชายที่เขาเกลียดชังมาตลอด เพราะเขาคงจะรู้สึกสิ้นหวังในสถานการณ์นี้เช่นกัน ถ้าเขาไม่มีระบบของร้านค้าให้พึ่งพาทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณระบบ… เขายังไม่สูญเสีย และเขายังสามารถคิดให้ละเอียดได้อันที่จริงมีน้อยมากที่เขาคิดออก กลอุบายใด ๆ ก็ไร้ประโยชน์เมื่อต้องเผชิญกับความแข็งแกร่ง สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือสู้!“พวกมัน… พวกมันทั้งหมด…””มันเป็นไปได้ยังไงกัน? อสูรสภาวะชะตากรรมทั้งหมดนี่ไม่ใช่ศัตรูจากทิศอื่น?”ไกลออกไปเย่อู่ซิวและคนอื่น ๆ ที่กำลังต่อสู้อยู่ในกระแสอสูรร้ายมองไปที่อสูรป่าสภาวะชะตากรรมซึ่งมีขนาดใหญ่เท่าภูเขา พวกเขาเริ่มสิ้นหวังมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออสูรป่าเข้ามาใกล้ แม้แต่ทหารผ่านศึกอย่างเย่อู่ซิวก็ยังตกตะลึงพวกเขาเคยได้ยินจำนวนของราชาอสูรที่ตรวจพบ แต่เมื่อเห็นหลายตัวรวมตัวกันด้วยตาของพวกเขาเองก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้น!หวืด!ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาใกล้จากระยะไกล เขาสวมชุดเกราะสีทองและถือหอกยาว ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากกู่ซือผิงเมื่อทุกอย่างมาถึงจุดนี้ เขาไม่สามารถอยู่ในศูนย์บัญชาการได้อีกต่อไปศัตรูสภาวะชะตากรรมจำนวนมากได้ปรากฏตัวขึ้น หากเขาไม่ออกมาต่อสู้ เป็นไปไม่ได้ที่ซูผิงและจี้หยวนเฟิงจะต้านทานการโจมตีของพวกมัน ถ้าคนใดคนหนึ่งถูกฆ่า อีกคนจะต้องทนต่อแรงกดดันที่มากขึ้นทวีคูณหากทุกคนล้มลง แนวป้องกันทั้งหมดจะถูกทำลายโดยศัตรูสภาวะชะตากรรม ปลาที่รอดตายเพียงตัวเดียวที่อยู่เบื้องหลังก็คือกู่ซือผิง และเขาจะไม่รอดเช่นกัน!ดังนั้นเขาจึงต้องรีบหนีหรือสู้!หลังจากพิจารณาข้อดีข้อเสียแล้ว เขาเลือกอย่างหลังท้ายที่สุด เขาไม่รู้ว่าจะหนีไปที่ใด และเขาตั้งใจจะต่อสู้ต่อไปอีกสักพัก อาจจะมีปาฏิหาริย์!”ฮะ?”ซูผิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นกู่ซิผิง เขาอดไม่ได้ที่จะเคารพชายคนนี้ที่เลือกไม่หนีจากอันตรายร้ายแรงเช่นนี้จี้หยวนเฟิงมองเขาและพูดด้วยเสียงต่ำว่า “ปล่อยราชาสวรรค์ดีชั่วให้ฉันจัดการ ส่วนศัตรูอีกสองตัว จัดการหนึ่งในนั้นแล้วฉันจะจัดการกับอีกตัวหนึ่ง”วังวนปรากฏขึ้นด้านหลังของเขาขณะที่เขาพูด และอากาศที่น่าสยดสยองก็กระจายออกไป อสูรสภาวะชะตากรรมสี่ตัว ทั้งหมดอยู่ในขั้นสูงสุด เดินออกมาตามลำดับ!พวกมันเป็นไพ่ตายของจี้หยวนเฟิงกู่ซือผิงตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นอสูรสภาวะชะตากรรม จากนั้นเขาก็บังคับตัวเองให้ทำตัวปกติและพยักหน้า “ไม่มีปัญหา”“สองคน… ต้องจัดการสภาวะชะตากรรมตัวอื่น แค่อย่าให้พวกมันครอบงำ”จี้หยวนเฟิงมองไปที่ซูผิงและลูกศิษย์ของเขาด้วยความกังวล ท้ายที่สุดแล้วอสูรป่าทั้งเจ็ดของสภาวะชะตากรรมนั้นไม่ได้รับมือได้ง่ายๆ และมันก็ยากเกินไปสำหรับซูผิงและลูกศิษย์ของเขาที่ครอบงำพวกมันอย่างไรก็ตามเมื่อทุกอย่างมาถึงจุดนี้ จี้หยวนเฟิงก็ไม่มีทางเลือกท้ายที่สุดเขาไม่สามารถช่วยพวกเขาได้อีกต่อไปการแสดงออกของรองหัวหน้าเปลี่ยนไป เขาเปิดปาก แต่ไม่ได้พูดอะไรเขาไม่มีทางเลือกในสถานการณ์แบบนี้ และไม่มีใครมีทางเลือกเขาต้องหนีหรือสู้!เขาก้มหน้าลงเงียบๆด้วยแววตาวาววับซูผิงที่เงียบตลอดเวลากล่าวในทันใดว่า “คุณไปจัดการอีกเจ็ดตัว ปล่อยสามตัวนี้ไว้ให้ผม”ทุกคนนิ่งเงียบกับสิ่งที่เขาพูดซูผิงเงยหน้าขึ้นด้วยความมุ่งมั่น เขาไม่ได้อธิบายอะไรเขาเพียงแค่ส่งความคิดทางกระแสจิต ทันทีหลังจากนั้น ลำแสงก็พุ่งเข้ามาจากระยะไกล และเข้าสู่ร่างกายของเขาเสียงแตกดังลั่น และกลิ่นอายรุนแรงที่น่าเกรงขามของราชาก็เล็ดลอดออกมาจากซูผิงกระดูกสีขาวงอกขึ้นปกคลุมร่างกายของเขา แม้กระทั่งแก้มของเขา เขาสูงขึ้นกว่าเดิมมาก และปล่อยกลิ่นอายความรุนแรงออกมาจี้หยวนเฟิงค่อนข้างตกใจหลังจากสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานที่แผ่ออกมาจากซูผิงตอนที่ 708 สังหารศัตรูสภาวะชะตากรรมเป็นกลิ่นอายที่ดุดันมาก!จี้หยวนเฟิงตระหนักว่าเขายังไม่สามารถบอกระดับของซูผิงได้ พูดให้ถูกคือ เขาไม่เคยสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตสภาวะชะตากรรมจากซูผิง!แต่น่าแปลกที่พลังดวงดาวที่ซูผิงปล่อยออกมานั้นน่ากลัวมากแม้กระทั่งกับเขา มันสมบูรณ์จนรู้สึกเหมือนมหาสมุทรอันไร้ขอบเขต!เมื่อกลับมารู้สึกตัวจี้หยวนเฟิงพูดอย่างรวดเร็วว่า “น้องซูอย่าประมาท เนื่องจากคุณมีพลังต่อสู้สูง เราแต่ละคนจะดูแลหนึ่งในสามอสูรสภาวะชะตากรรม!”“นั่นไม่จำเป็น คุณต้องฆ่าอสูรสภาวะชะตากรรมตัวอื่นให้เร็วที่สุด ความเร็วเป็นสิ่งสำคัญ! อย่าลืมว่ากระแสอสูรร้ายทางทิศอื่นยังรอเราอยู่…” ซูผิงกล่าวอย่างเย็นชาและแน่วแน่ราวกับเขาเป็นราชาดวงตาของเขาที่มืดมนราวกับขุมนรกที่ไร้ก้นบึ้ง เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการทำลายล้าง ซึ่งทำให้จี้หยวนเฟิงรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงหยุดชักชวนเขาใช่ เขารู้สึกทึ่งกับซูผิงที่ทำให้เขาตกตะลึงไม่ใช่พลังงานที่พุ่งพล่านจากซูผิง แต่มันเป็นอากาศแปลก ๆ ที่ผสมอยู่ในพลังงานนั้น ดูเหมือนว่าจะมาจากสิ่งมีชีวิตในสมัยโบราณ ซึ่งน่ากลัวเข้าไปถึงในระดับเซลล์ขณะที่เขาอยู่ในภวังค์ ซูผิงก็คำรามขึ้นไปบนท้องฟ้าเขากระโดดขึ้นไปในอากาศ และเสียงสายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัวก็ดังก้องไปทั่วความว่างเปล่า!”ฮะ?””เกิดอะไรขึ้น? มันแข็งแกร่งมาก!”“มันไม่ได้อยู่ที่สภาวะชะตากรรมไม่ใช่หรอ?”ราชาอสูรสภาวะชะตากรรมทั้งหมดที่โผล่ออกมาจากกระแสอสูรร้ายต่างตกตะลึง แม้ว่าซูผิงจะตัวเล็ก แต่พวกมันไม่สามารถละเลยเขาได้พลังงานของเขาแผดเผามาก แต่ความรู้สึกของเขาไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับพวกมัน ซึ่งค่อนข้างแปลก!“ขนมนี้น่าสนใจ มันเป็นของฉัน!”อสูรร้ายสภาวะชะตากรรมตัวหนึ่งเดินมาข้างหน้า ทำให้มีเสียงดังก้องอยู่ใต้พื้นดินอสูรร้ายนั้นดูเหมือนแรดแต่ใหญ่กว่าถึงสิบเท่า มันมีเขี้ยวแหลมอยู่ในปากและมีเขาสั้นสีขาวทั่วทั้งตัว ภาพรวมทำให้มันดูแข็งแรงมันมองลงมาที่ซูผิงราวกับว่ากำลังมองเค้กแสนอร่อยชิ้นหนึ่ง จากนั้นมันก็ยกขาหน้าขึ้นและกระทืบหลังจากการระเบิดหลายครั้ง มังกรหินพุ่งออกมาจากพื้นดินและไล่ตามซูผิงกลางอากาศมิติรอบ ๆ ซูผิงถูกกักขังอย่างสมบูรณ์ ทำให้เขาไม่สามารถวิ่งได้หวืด หวืด หวืด หวืด!ลมที่โหมกระหน่ำใส่ใบหน้าของซูผิงทำให้ผมของเขาสะบัดแรงทรายและหินพัดกระทบใบหน้าของซูผิง ทันใดนั้นเขาก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับแสงสว่างจ้าที่ส่องประกายออกไป ในเวลาต่อมาดาบในมือของเขาได้ปล่อยแสงสีดำที่ส่องประกายซึ่งกลืนกินแสงทั้งหมดบนสมรภูมิ!”ไปลงนรกซะ!!”พลังปีศาจและกฎแห่งการทำลายล้างถูกกระตุ้นเมื่อคลื่นพลังงานดวงดาวนับไม่ถ้วนในมิติกักขังของซูผิงระเบิด พวกมันทั้งหมดถูกฉีกจนระเบิดด้วยดาบของเขาทันใดนั้นคลื่นแห่งการทำลายล้างก็แผ่ขยายออกไปดาบแห่งความว่างเปล่าฟันไปข้างหน้า!”ไม่!””ฮะ?”