ตอนที่ 12
ตอนที่ 12 เขามิได้รักกัน
September 30, 2026
“พี่ใหญ่!”
เสียงหวานใสของดรุณีน้อยนางหนึ่งตะโกนอยู่หน้าห้องของเจ้าบ่าวเจ้าสาว
“ท่านพ่อกับท่านแม่รอนานแล้วนะเจ้าคะ” สิ้นเสียงเอ่ยคำก็หัวเราะชอบใจที่ได้กลั่นแกล้งพี่ชายของตน
ฟงลี่หลินน้องสาวคนเล็กของบ้านมักมีนิสัยทโมนผิดสตรีด้วยกันเพราะว่าเติบโตมากับพี่ชายสองคนจึงชอบทำตัวบ้าบิ่นเกินพอดีจนฟงจินหมิงพี่ชายคนรองต้องเข้ามาห้ามปรามเสียงดัง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะน้องเล็ก!”
“อะไรกันเล่าพี่รอง”
“เจ้าไม่ควรรบกวนเวลาของพี่ใหญ่กับอาซ้อนะ”
“หึ! เมื่อคืนเขาก็จัดการกันทั้งคืนแล้วกระมัง ไม่เป็นไรหรอก” ฟงลี่หลินเถียงฟงจินหมิงด้วยคำพูดเกินงามพลางเคาะประตูอีกครา
แต่ทว่าฝ่ามือเรียวเล็กยังไม่ทันแตะต้องบานประตู เสียงผลัวะเปิดออกของประตูพลันดัง ตามด้วยบุรุษร่างสูงใหญ่เปลือยลำตัวช่วงบนเผยแผงอกบึกบึนกล้ามเนื้อหนั่นแน่นงดงามผสมผสานริ้วรอยแผลเป็นจากศึกสงครามของฟงชินหยางปรากฏกายพร้อมสายตาคมเข้มมืดดำอย่างต้องการฆ่าฟันน้องทั้งสองให้ตายตก
ฟงลี่หลินกับฟงจินหมิงถึงกับชะงักเล็กน้อยเสมองลำตัวใหญ่โตงามๆ ช่วงบนของพี่ชายด้วยสายตาทอประกายล้อเลียนก่อนจะรีบพากันหมุนตัววิ่งหนีพร้อมส่งเสียงหัวเราะชอบใจไปตามทาง
ฟงชินหยางหรี่ตามองน้องชายและน้องสาวของตนอย่างระอาครางสบถอยู่ในใจคำโต ก่อนจะปิดประตูลงเสียงดังแล้วหันหน้ากลับเข้าห้องมา แต่แล้วเขาต้องชะงักเมื่อเจ้าสาวของเขาลุกหนีออกจากเตียงนอนไปหลบอยู่หลังฉากกั้นตรงมุมห้อง...อีกแล้ว
ไยถึงชอบมุมนั้นนัก!?
ชายหนุ่มถลึงตาคมดุมองหญิงสาวหลังฉากกั้นอย่างนึกเข่นเขี้ยวไม่สร่างซา มารยาของนางทำเขาหงุดหงิดเสียจริง
“ออกมา!” เส้นเสียงเข้มข้นดังออกมา เขาคำรามพลางยืนกอดอกมองสตรีเจ้ามารยาด้วยดวงตาดุดันใบหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งความเสน่ห์หาใดๆ
“พวกเราจะไปคารวะบิดากับมารดาของท่านใช่หรือไม่” เส้นเสียงแผ่วเบาสั่นเครือดังออกมาจากหลังฉากกั้น นางมองบุรุษผู้มีเรือนร่างกำยำที่เกือบจะกระทำการขืนใจนาง และทั้งๆ ที่เขาจะทำอย่างนั้น เขากลับทำท่าทางน่ากลัวแบบนี้ใส่นาง
หลิงเวยถึงกับน้ำตารื้นขึ้นฉับพลัน นางกำลังหวาดหวั่นจับใจ ไยนางต้องแต่งงานกับชายน่ากลัวผู้นี้กัน!
ฟงชินหยางยิ่งหงุดหงิดเมื่อเห็นสตรีหลังฉากกั้นโผล่ใบหน้างามๆ ออกมามองเขาผ่านม่านน้ำตาอย่างนั้น เขาจึงถอนหายใจคำโตอย่างมิรู้ได้ว่าจะทำเยี่ยงไรกับนางดี นางกำลังทำเขาอึดอัดยิ่งนัก ทำไมการมีเมียถึงอึดอัดอย่างนี้!
ฟงชินหยางหลับตาลงข่มกลั้นอารมณ์เดือดพล่านอึดใจก่อนลืมตาขึ้นมาใหม่แล้วหมุนร่างใหญ่ของตนไปเปิดประตูห้องอีกครา เขาส่งเสียงเข้มไปทางบ่าวไพร่ที่เดินอยู่นอกเรือนให้มาจัดการเติมน้ำใส่ถัง เสียงดังลั่นทรงอำนาจของเขาพาเอาบ่าวไพร่ต้องสะดุ้งสุดตัวพากันวิ่งวุ่นทำตามคำสั่งกันจนหัวหมุน
เพียงครู่เท่านั้นบ่าวไพร่จึงรีบกระวีกระวาดเข้ามาทางประตูด้านหลังของห้องอาบน้ำแล้วเติมน้ำอุ่นเอาไว้จนเต็มถังไม้
หลิงเวยไม่รอช้า นางรีบเข้าห้องอาบน้ำทันทีที่บ่าวไพร่ออกไปจนหมด นางใช้เวลาอาบน้ำแค่อึดใจเท่านั้นก็รีบเช็ดตัวแล้วสวมเสื้อผ้าภายในห้องอาบน้ำโดยไม่ต้องมองหาคันฉ่องให้เสียเวลาเนื่องจากว่ามันไม่มีให้มองหาแต่อย่างใด นี่นับว่าเป็นนิสัยใหม่ที่ไม่เคยกระทำ ทั้งอาบน้ำรวดเร็วทั้งแต่งกายโดยไม่ต้องใช้กระจกเงา นางสวมใส่อาภรณ์สีชมพูอ่อนหวานเรียบร้อยในเวลาอันสั้นในแบบที่ไม่เคยทำแล้วพาเรือนร่างงามงอนออกจากห้องอาบน้ำเพื่อมาที่ตู้เก็บเสื้อผ้าอีกมุมหนึ่งของห้องอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวมีใบหน้าที่งดงามอยู่แล้ว ดวงตาของนางดำขลับภายใต้แพขนตายาวตัดกับสีขาวนวลผ่องของสองข้างแก้ม เรียวคิ้วได้รูป ริมฝีปากสีชมพูออกแดง นางไม่ต้องแต่งแต้มใดๆ เพิ่มเติมนางยังคงพร้อมงามเด่นได้อย่างน่าชม แต่ทว่า...กับเส้นผมยาวสยายเต็มแผ่นหลังบอบบางกำลังเป็นปัญหาของนาง
หลิงเวยพยายามเก็บเส้นผมที่เลื่อมลื่นของตนอย่างยากลำบากพลางเดินมาที่หีบผ้าของตนเพื่อควานหาปิ่นปักผมอันเป็นสมบัติส่วนตัวที่ติดมาเมื่อยามแต่งงาน
หญิงสาวใช้เวลาจัดการกับผมของตนครู่ใหญ่อย่างทุลักทุเลไร้บ่าวไพร่ช่วยเหลือ ซึ่งตรงนี้มิใช่เรื่องใหม่อันใด แต่ที่ยากเย็นเข็ญใจก็ตรงที่ไม่มีคันฉ่องให้นางได้ส่องดูเงาร่างของตนเอง
หลิงเวยจึงม้วนผมที่ดำขลับลื่นสลวยของตนอยู่เป็นนานโดยมีชายหนุ่มเจ้าของวงหน้าหล่อเหลาคมคร้ามแต่สายตามืดดำฉายแววตัวร้ายร่างกายกำยำยืนกอดอกจ้องมองอยู่
ฟงชินหยางยืนมองภรรยาหมาดๆ ของตนด้วยอาการคันยุบยิบตามเนื้อตัวอีกแล้ว
เขามองเห็นนางแต่งตัวทำผมอยู่ตรงมุมตู้เสื้อผ้าอย่างยากลำบากทำเขาถึงกับอดใจเอาไว้ไม่ไหวจำต้องเดินเข้าไปหานางอย่างหงุดหงิด
“มานี่!” ฟงชินหยางคำรามเสียงดัง
หลิงเวยตกใจจนเนื้อกระตุกอีกคราก่อนเงยหน้าขึ้นมองคนตัวใหญ่ที่มายืนอยู่ตรงด้านหลังของนาง