ตอนที่ 14
ตอนที่ 14 ต่อหน้าทุกคน2
September 30, 2026
ทั้งสองพากันเดินมาอย่างพยายามให้รักใคร่แนบเนียนกระทั่งถึงยังตำแหน่งประมุขของจวนแล้วหย่อนกายลงนั่งคุกเข่าก่อนจะช่วยกันรินน้ำชาลงถ้วยสองใบอย่างตั้งอกตั้งใจ
เมื่อรินน้ำชาเรียบร้อยก็ช่วยกันประคองถาดรองถ้วยน้ำชาแล้วพากันคลานเข่าเข้ามายื่นให้สองผู้เฒ่าอย่างนอบน้อมพร้อมส่งรอยยิ้มละไมสบตากันและกันไปมารักใคร่กันเหลือเกิน
บิดามารดาของฟงชินหยางหยิบถ้วยน้ำชาในถาดมาจิบคนละนิดตามประเพณีแล้ววางถ้วยกลับลงมาในถาดในขณะที่สายตาของสองผู้เฒ่ายังคงจ้องมองเจ้าบ่าวเจ้าสาวหมาดๆ อย่างไม่วางตาพาเอาสองสามีภรรยายิ่งต้องนั่งแนบชิดจนไหล่บดเบียดเสียดสีชนกันนึกหวาดหวั่นขึ้นมา
“เจ้ามิใช่บุรุษตัวคนเดียวอีกแล้วนะหยางเอ๋อร์” ฟงซือ หลางเอ่ยเสียงใหญ่ทุ้มต่ำทรงอำนาจดังออกมา “คิดการทำสิ่งใดไม่ว่าการเล็กหรือการใหญ่ควรตระหนักให้มาก หากพลาดพลั้งมาย่อมมิใช่ผลดี” นั่นคือคำอวยพรของผู้นำตระกูลฟงตามแบบฉบับอดีตท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นผู้ทระนงองอาจอย่างเขา
ฟงชินหยางก้มหน้าคมเข้มลงเล็กน้อยรับคำด้วยมาดเฉกเช่นบิดาไม่มีผิดเพี้ยนทำเอาคนตัวเล็กข้างกายถึงกับมองตาปริบๆ นางกำลังคิดว่าสามีของนางน่ากลัวแล้วพ่อสามีกลับน่ากลัวยิ่งกว่ามากนัก
“ครอบครัวเราไม่นิยมสามีหลายภรรยาเช่นนั้นแล้วเจ้ากับภรรยาจักต้องอยู่ร่วมเรือนกันไปจนวันตาย จะดีจะร้ายก็ต้องอดทน” ฟงฮูหยินผู้เป็นมารดาเอ่ยขึ้นบ้างด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ฉายแววเข้มข้นเจ้าระเบียบตามแบบฉบับสตรีชั้นสูงในรั้วในวังเมื่อกาลก่อน ทำเอาฟงชินหยางต้องลอบขบกรามเล็กน้อย เขากำลังรู้สึกคล้ายกับถูกโซ่ตรวนเส้นใหญ่ผูกติดและขึงตรึงเอาไว้อย่างโหดร้าย การได้สตรีมาโดยไม่ตั้งใจทำให้เขาอึดอัดยิ่งนัก
หลิงเวยเองก็รู้สึกไม่ต่างไปจากฟงชินหยางเพียงแต่นางกำลังรู้สึกผิดอย่างมหันต์และเริ่มตระหนักขึ้นมา
หากว่าวันหนึ่งข้างหน้าบุรุษข้างกายของนางในยามนี้เกิดรักปักใจกับใครจนไม่อาจถอนใจแล้วเขาจักต้องทำอย่างไร
นี่มิใช่ว่านางเป็นต้นเหตุให้บุรุษเช่นเขาหมดหนทางแห่งตนในภายภาคหน้าเลยหรือและบางทีเขาอาจจะมีสตรีในดวงใจอยู่แล้วก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้นมิใช่ว่านางมาเป็นมารหัวใจของเขาหรอกหรือไร
หญิงสาวยิ่งคิดยิ่งหม่นแสงในชีวิตดวงตาเริ่มรื้นน้ำใสจนต้องรีบยกชายผ้าขึ้นมาปาดออกไปในทันที
“เจ้าเป็นอะไรไปเวยเอ๋อร์ ปลื้มมากหรือไร” ฟงชินหยางถามหลิงเวยในฉับพลันด้วยรอยยิ้มตรงมุมปากพร้อมสายตาคาดคั้นซ่อนแววประชดประชันในที
หลิงเวยรีบปรับอารมณ์ของตนแล้วตอบคำเสียงเบา “เจ้าค่ะ ข้ากำลังรู้สึกปลื้มใจยิ่งนัก ต้องขออภัยท่านทั้งสอง” นางตอบคำแก้ต่างพลางยกยิ้มงดงามส่งให้บิดาและมารดาของสามี
“เรียกท่านพ่อท่านแม่” ฟงชินหยางก้มหน้าเข้าหาพลางเอ่ยกระซิบดุดันเสียงเบาใส่หูของหลิงเวย
หญิงสาวรีบปรับคำพูดในทันทีก่อนจะถูกใครบางคนกินหูของนางเข้าไปทั้งใบ “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าหลิงเวยของฝากตัวเจ้าค่ะ ข้าขอสัญญาว่าจะทำตัวดีๆ ว่านอนสอนง่าย เป็นสะใภ้ที่ดี ไม่สร้างความลำบากใจให้สามีเจ้าค่ะ”
เสียงแว่วหวานดังออกมาภายใต้จิตสำนึกที่มีทั้งหมด นางขอสัญญาว่าจะไม่ทำให้เขาลำบากใจ ไม่ว่ากรณีใด หากวันหนึ่งเขาต้องการครองคู่กับสตรีที่เขารักปักใจ นางจะจากไปโดยไม่เรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้นในทันที
บิดามารดาของฟงชินหยางได้แต่ก้มมองสะใภ้ตรงหน้าอย่างเอื้อเอ็นดูถึงแม้ว่านางจะมาจากตระกูลหลิงที่มิได้สนิทสนมกับตระกูลฟงแต่ประการใด ทั้งนี้พวกเขายังไม่นิยมการจับคู่แบบคลุมถุงชนโดยที่บุตรชายไม่เต็มใจ หากบุตรชายรักใครนั่นหมายความว่าพวกเขาย่อมรักด้วย และยิ่งดีใจนักหนาที่บุตรชายคนโตหัวรั้นนิสัยร้ายกาจไม่เหมือนใครผู้นี้ได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียทีหลังจากที่พวกเขารบเร้าอยู่เป็นนาน เนื่องจากฟงชินหยางสนใจแต่การศึกมิใคร่สนใจสตรีนางใด ไม่แม้แต่จะพาใครมาให้ทำความรู้จัก ครั้นพาแม่สื่อมาก็ทำท่าทางน่ากลัวใส่บรรดาแม่สื่อจนพวกนางไม่กล้าย่างกรายเข้ามาเยี่ยมเยือน นี่นับว่าเป็นเรื่องดียิ่งนักที่บุตรชายผู้นี้มีเมียเสียที บรรยากาศมืดดำอึมครึมในจวนคงลดลงไม่น้อย