ตอนที่ 20
ตอนที่ 20 เรารักกันมาก3
September 30, 2026
“เจ้าค่ะท่านแม่” หลิงเวยรีบรับคำในทันที การเล่นพิณเป็นสิ่งที่นางชื่นชอบยิ่งนัก
“เช่นนั้นลองแสดงฝีมือให้ทุกคนได้ดูชมดีหรือไม่” ซินหรูยิ้มแย้มพลางลุกขึ้นจับประคองลูกสะใภ้ให้เข้าไปนั่งยังตำแหน่งหลังเครื่องสาย
หลิงเวยนั่งลงตามคำของแม่สามีก่อนจะเริ่มวาดนิ้วไปบนพิณตรงหน้า นางลองดีดเส้นสายของมันเพื่อประเมินเสียงแต่ละเส้นครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงที่ตนเคยแต่งเอาไว้ใช้บรรเลง
ภาพของสตรีงดงามท่วงท่านุ่มนวลอ่อนช้อยหวานล้ำกำลังนั่งอยู่หลังพิณแกะสลักแสนวิจิตรตามด้วยเส้นเสียงของเครื่องสายที่สั่นเบาๆ ตามจังหวะเรียวนิ้วของหญิงสาวสร้างบรรยากาศคล้ายสรวงสวรรค์ให้ความรู้สึกสงบเยือกเย็นให้เกิดขึ้นภายในศาลา
เพลงที่หลิงเวยใช้บรรเลงนั้นเป็นเพลงที่นางเขียนขึ้นด้วยตนเอง นางบอกเล่าเรื่องราวความรู้สึกเดียวดายคล้ายนกน้อยในกรงเล็กที่ต้องการอิสระได้โผบินไปกับผองเพื่อนที่รู้ใจ
นางจินตนาการว่าได้บินไปในท้องฟ้ากว้างใหญ่ด้วยความรู้สึกเย็นสบายยามเมื่อสายลมโบกโบยผ่านปีกเล็กๆ ของนาง
ภายใต้ท้องฟ้าอันเวิ้งว้างมีนกหลายตัวที่โผบินไปกับนาง กางปีกเคียงข้างกันถลาไปด้วยกันอย่างจริงใจ ซึ่งในชีวิตจริงแล้วนางหาได้มีอย่างนั้นไม่ บทเพลงนี้จึงปิดท้ายลงด้วยทำนองที่ค่อนข้างเศร้าสร้อยเพราะเรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงแค่ความฝันทั้งยังไม่ใกล้ความจริงแต่อย่างใด นางขยับเรียวนิ้วให้พลิ้วไหวไม่กี่อึดใจตามจังหวะบทเพลงที่บ่งบอกแก่นางว่าทุกสิ่งอย่างเป็นแค่เพียงฝันไป นางควรตื่นจากความฝันอันสวยงามกลับสู่ความเป็นจริง
เมื่อเสียงพิณจบลงเสียงปรบมือชื่นชมจึงดังตามมา
หลิงเวยใช้เวลาปรับอารมณ์ของตนให้ออกจากพิณตรงหน้าแล้วลุกขึ้นยืนน้อมรับเสียงปรบมืออย่างนอบน้อมจากใจ
“เยี่ยมมากเลยอาซ้อ งดงามยิ่งนัก” เสียงหวานกังวานใสดังมาจากฟงลี่หลินเป็นคนแรก นางมองพี่สะใภ้ของนางช่างงดงามจับตาอยู่หลังเครื่องสายยามบรรเลงเพลงพิณ หากว่าพี่สะใภ้ของนางเป็นนางฟ้าพี่ใหญ่นี่จอมมารแน่แล้ว
ฟงจินหมิงถึงกับตกตะลึงใบหน้าแดงก่ำจ้องมองหลิงเวย นิ่งงัน ทำไมเขาไม่เจอพี่สะใภ้ก่อนพี่ใหญ่ ทำไมกัน!?
“เพลงนี้ชื่อว่าอย่างไรหรือเวยเอ๋อร” ซินหรูถามขึ้นนางชมชอบเพลงนี้ของสะใภ้ยิ่งนัก
“เพลงนี้ข้าแต่งเองมีชื่อว่าวิหคน้อยคืนเวหาเจ้าค่ะ” หลิงเวยตอบคำตามตรงด้วยสีหน้าภาคภูมิใจนางฝันว่าเป็นวิหคตัวนั้น
“แม่เคยได้ยินเพลงนี้เมื่อปีก่อนในพิธีปักปิ่นของบุตรีคนหนึ่งที่จวนตระกูลหลิง” ซินหรูเอ่ยขึ้นเมื่อจำทำนองของเพลงนี้ได้ “ในวันนั้นแม่กับท่านพ่อเข้าวังไปพอดีและได้รับเชิญพร้อมกับองค์รัชทายาทให้ไปร่วมพิธีนี้ในจวนของเสนาบดีหลิง และวันนั้นบุตรีของเขาที่บรรเลงเพลงนี้ก็ได้รับโอกาสให้ถวายตัวแด่องค์รัชทายาทในวันต่อมา”
หลิงเวยได้ฟังคำจึงกะพริบตาปริบๆ และเริ่มระลึกได้บางอย่าง
ซินหรูยังคงเอ่ยต่อ “วันนั้นบนเวทีการแสดงมีฉากกั้นถึงสองชั้น และบุตรีที่บรรเลงเพลงพิณผู้นั้นกลับแสดงสีหน้าไปคนละทางกับเสียงเพลงและหยุดเรียวนิ้วเกินไปหนึ่งจังหวะ” ซินหรูที่ถือได้ว่าเป็นเซียนด้านเพลงพิณเริ่มระลึกได้ถึงเหตุการณ์ในวันนั้นที่นางยังคงคาใจแต่มิได้พูดอันใดออกมา จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ “เป็นไปได้หรือไม่ว่าบุตรีนางนั้นมิได้บรรเลงเพลงด้วยตนเอง”
หลิงเวยถึงกับเงียบงันเมื่อได้ยินอย่างนั้น นางจึงเริ่มระลึกได้แล้วว่านางพลาดไป