ตอนที่ 128
ตอนที่ 128 พวกเราไม่เหมือนกัน (1)
October 22, 2026
ตอนที่ 128 พวกเราไม่เหมือนกัน (1)
หลู่เฟิ่งโหรวไปถ้ำใต้ดิน ต่อจากนี้ฟางผิงและจ้าวเสวี่ยเหมยทำได้แค่พึ่งตัวเองในการฝึกฝนวิชาเท่านั้น
ดีที่ช่วงนี้ทั้งสองคนต่างให้ความสำคัญกับการหลอมกระดูก หลู่เฟิ่งโหรวไม่อยู่เลยไม่กระทบอะไรมากมายนัก
—
พริบตาเดียว เวลาก็ล่วงเข้าสู่วันเสาร์
วันนี้คลาสฝึกพิเศษไม่ได้เริ่มตอนเย็น แต่เป็นตอนสาย
ตอนเช้าพวกฟางผิงไม่ได้เข้าเรียนคลาสปกติอีกแล้ว ทุกคนไปรวมตัวที่ห้องฝึกซ้อมแห่งหนึ่งในตึกหก
อาจารย์ในครั้งนี้ไม่ใช่ไป๋รั่วซีอีกแล้ว
พวกฟางผิงไปถึงได้ไม่นาน หลัวอี้ชวนก็เดินเข้ามาในห้องเรียน
เขาเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “รู้เรื่องถ้ำใต้ดินกันหมดแล้วใช่ไหม?”
ทุกคนต่างพยักหน้า
“ตอนนี้สถานการณ์ไม่ดีเท่าไหร่ ทางเซี่ยงไฮ้มีอาจารย์กว่าห้าสิบคนเข้าไปควบคุมสถานการณ์ในถ้ำใต้ดินแล้ว พวกอธิการและ คณบดีตอนนี้ยังไม่มีเวลามายุ่งเรื่องคลาสฝึกพิเศษ แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่ให้ความสนใจ เวลานี้เซี่ยงไฮ้จะแพ้ไม่ได้ ถ้าแพ้แล้ว ปีหน้าการจัดสรรทรัพยากรอาจจะลดลงถึงสามส่วน นี่ไม่ใช่สิ่งที่เซี่ยงไฮ้ยอมรับได้ ดังนั้นการฝึกฝนต่อจากนี้ ทุกคนต้องให้ความสำคัญ!”
หลัวอี้ชวนเอ่ยต่อว่า “สิ่งที่ฉันจะสอนทุกคนคือการใช้อาวุธ แม้ว่านักศึกษาบางคนจะไม่ใช้อาวุธ แต่เมื่ออยู่ต่ำกว่าขั้นสาม ไม่อาจมองข้ามความได้เปรียบของการใช้อาวุธได้ ไม่ว่าจะเป็นวิชาเอกหรือไม่ ยังจำเป็นต้องฝึกฝนเอาไว้ อย่างน้อยเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน จะได้สามารถใช้อาวุธอย่างถูกวิธี”
หลัวอี้ชวนสอนวิชาหอกเป็นหลัก แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะใช้อาวุธอย่างอื่นไม่เป็น เรื่องอาวุธเย็น เขาก็มีความรู้อย่างลึกซึ้งเช่นกัน
“ในมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ หรือจะพูดว่าในหมู่นักศึกษาใหม่ อาวุธที่ใช้มากที่สุดคือดาบ แต่ว่าในชีวิตประจำวัน สิ่งที่พวกเราหาง่ายที่สุด จับต้องได้มากที่สุดคือไม้พลอง วันนี้สิ่งที่ฉันจะสอนทุกคนก็คือทักษะการใช้พลองพื้นฐาน!”
“ไม้พลองที่เหมาะสมกับผู้ฝึกยุทธ์ ไม่ได้มีเงื่อนไขสูงหรือต่ำจนเกินไป ตอนนี้ทุกคนเลือกไม้พลองที่ยาวกว่าตัวเองมาไม้หนึ่ง เลือกไม้ที่จับคล่องมือ ไม่ยาวเกินไป ไม่สั้นเกินไป”
ทุกคนยังคงสนใจเกี่ยวกับการเรียนอาวุธไม่น้อย ฟังจบจึงทยอยกันไปเลือกไม้พลองมาอันหนึ่ง
รอจนทุกคนเลือกไม้พลองแล้ว ฟางผิงมองไปรอบๆ เห็นนักศึกษากลุ่มใหญ่ยืนเรียงกันถือไม้พลอง จู่ๆ ก็รู้สึกอยากขำออกมา
ฉากแบบนี้…ดูเหมือนพรรคยาจกที่ถือไม้ตีหมาเตรียมจะไปแย่งข้าวกิน ขาดแค่คนถือชามข้าวเท่านั้น
สีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขา หลัวอี้ชวนสังเกตเห็นอย่างรวดเร็ว
หลัวอี้ชวนขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยทันที “ฟางผิงออกมา!”
ฟางผิงรีบเดินออกมา
“ก่อนจะสอนพวกเธอใช้ไม้พลอง พวกเธอควรรู้ว่า แม้ไม้พลองจะไม่คม แต่ก็เปี่ยมด้วยพลังสังหาร!”
“ตอนนี้ฉันจะแสดงท่าพื้นฐานของวิชาพลองให้ทุกคนดู”
ระหว่างที่พูด หวังอี้ชวนมองไปยังฟางผิง “เธอขึ้นชื่อว่าเป็นหัวหน้าชั้น มาช่วยฉันแสดงประสิทธิภาพของวิชาพลองให้ทุกคนดูแล้วกัน”
ฟางผิงรู้สึกทะแม่งๆ อยู่บ้าง กลับทำได้แค่พยักหน้าว่า “ครับ”
“ดูให้ดีล่ะ!”
หลัวอี้ชวนพูดจบ ไม้พลองในมือก็แทงเข้ามาหาฟางผิงทันที!
ฟางผิงรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้เร็วมากมาย กำลังคิดจะถอยหลบ ใช้ไม้พลองในมือสกัด แต่เพราะใช้ไม้พลองเป็นครั้งแรก จึงไม่คุ้นชินอยู่บ้าง ยังไม่ทันรอให้เขาสกัด ไม้พลองของหลัวอี้ชวนกลับแทงมาที่อกฟางผิงแล้ว!
“พลั่ก!”
ฟางผิงปวดแปลบที่อก ใบหน้าซีดเผือด รีบถอยกลับไปหลายก้าว
“ท่าพื้นฐานวิชาพลองมีไม่เยอะ ตี ฟาด แทง ตวัด ชัก ยก ทะลวง ยัน…”
“นี่คือแทง ต้องอาศัยความรวดเร็วและพลังมาก ไม่จำเป็นต้องแทงหน้าอกเสมอไป หัวใจ ลำคอล้วนเป็นเป้าหมายของพวกเรา!”
ระหว่างที่หลัวอี้ชวนพูดก็หมุนพลองไปทางฟางผิง “นี่คือฟาด ตอนที่ฟาดต้องใช้แรงที่มั่นคง ฉับไว!”
“พลั่ก!”
ครั้งนี้ฟางผิงรีบใช้พลองต้านไว้ สองมือนั้นกำพลองแน่น แม้จะนับว่าต้านพลองของหลัวอี้ชวนได้ แต่ฟางผิงกลับรู้สึกชามือทั้งสองข้าง ปวดอุ้งมือไปหมด
“เมื่ออีกฝ่ายต้าน เวลานี้สามารถฟาดต่อได้ ใช้แรงมากหน่อย!”
หลัวอี้ชวนไม่หยุดมือ ยังคงฟาดต่อ
เสียงไม้พลองกระทบกันดังขึ้นเรื่อยๆ ฟางผิงใบหน้าแดงก่ำ ถอยหลังติดต่อกัน ทำได้เพียงใช้พลองสกัดต่อไป
“แน่นอนว่าคงไม่จบแค่นี้ ต้องรู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์ อีกฝ่ายอยู่ในท่าตั้งรับ พลังและความสนใจจะรวมอยู่ที่ร่างท่อนบน ตอนนี้สามารถเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็ว วาดไม้พลองให้ติดพื้น เอนร่างให้สมดุลกัน ปล่อยพลังอย่างรุนแรงและว่องไวส่งไปให้ถึงหัวไม้พลอง!”
เขาพูดอย่างช้าๆ การเคลื่อนไหวกลับเร็วอย่างยิ่งยวด
ฟางผิงยังถือพลองสกัด แต่ไม้ของหลัวอี้ชวนวาดเข้ามาแล้ว ไม่ใช่วาดมาที่เท้า แต่เป็นที่น่องของเขา
ฟางผิงหน้าเปลี่ยนสี เคลื่อนไหวช้าไปอีกครั้ง ถูกไม้พลองของหลัวอี้ชวนวาดเข้าที่น่องซ้ายเต็มๆ