ตอนที่ 184
ตอนที่ 184 การแข่งขันไม่ใช่เป้าหมายหลัก (1)
October 22, 2026
ตอนที่ 184 การแข่งขันไม่ใช่เป้าหมายหลัก (1)
ในโรงแรม
ทุกคนกำลังเตรียมโทรศัพท์แจ้งมหาวิทยาลัย จู่ๆ ฟางผิงก็เอ่ยว่า “ฉันจะโทรเอง!”
พวกเขามองฟางผิงอย่างสงสัยอยู่บ้าง ฟางผิงกลับไม่สนใจ ครุ่นคิดพักหนึ่งก่อนจะโทรหาถังเฟิงโดยตรง ถังเฟิงถือเป็นหัวหน้าอาจารย์ของนักศึกษาปีหนึ่ง
“อาจารย์ถัง”
“พูดมา”
ถังเฟิงยังเหมือนเช่นเคย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่พูดเยิ่นเย้อ
“วันนี้ทีมของพวกเรามาหนานเจียง เตรียมจะรับภารกิจจำนวนหนึ่ง ถือโอกาสมาเดินที่มหาวิทยาลัยหนานเจียงด้วย”
“อืม”
“จากนั้นนักศึกษาของหนานเจียงมาท้าทายพวกเรา บอกว่าเซี่ยงไฮ้สู้หนานเจียงไม่ได้ ก่อนหน้านี้ถูกหวังจินหยางดักจัดการที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย”
“หืม?”
“หลังจากนั้นประธานสมาคมผู้ฝึกยุทธ์หนานเจียง หวังจินหยางเป็นฝ่ายออกหน้า ส่งสาสน์ท้ารบให้พวกเรา เสนอเงื่อนไขให้ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสองสูงสุดห้าคนของหนานเจียงประลองการแข่งขันกับพวกเรา…พูดแฝงความนัย…ดูแคลนมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้
“สู้ไปเลย!”
“ไม่ใช่…”
ฟางผิงชะงักไปเล็กน้อย เอ่ยอย่างลำบากใจ “อาจารย์ พวกเราคิดดูแล้ว เพื่อไม่เป็นการทำลายมิตรภาพทั้งสองฝ่าย ทั้งเพื่อไม่ให้ขายหน้าเซี่ยงไฮ้ จึงตัดสินใจปฏิเสธไป พวกเรายังเป็นนักศึกษาใหม่ อีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสองสูงสุดห้าคน จะให้สู้ยังไง? หากแพ้เซี่ยงไฮ้คงไม่มีหน้าไปเจอคนอื่นจริงๆ แล้ว แม้ว่าหนานเจียงจะเป็นฝ่ายส่งสาสน์ท้ารบ แต่พวกเราเป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่ง ปฏิเสธแล้วเรื่องแพร่งพรายออกไป คงไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ พวกเราเอาชนะการแข่งขันแลกเปลี่ยน นั่นพิสูจน์ความสามารถของพวกเราแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องเปลืองแรงกับเรื่องแบบนี้ ผลออกมาชนะก็เป็นเรื่องที่สมควร เซี่ยงไฮ้แข็งแกร่งที่สุดอยู่แล้ว แต่ถ้าแพ้จะได้ไม่คุ้มเสีย ถึงหนานเจียงจะเป็นฝ่ายท้าทายก่อนมาตลอดก็ตาม…”
พวกฟู่ชางติ่งที่อยู่ด้านข้างทำหน้างุนงง เหตุการณ์มันเป็นแบบนี้จริงๆ เหรอ?
เหมือนว่า…เหมือนว่าฟางผิงจะไม่ได้พูดเกินจริงเช่นกัน
“เฮ้อ นักศึกษาบางคนของหนานเจียงเกินไปจริงๆ แหละครับ เป็นแค่คนธรรมดา นึกไม่ถึงว่าจะมารังแกหยางเสี่ยวม่าน ทำหน้าดูหมิ่นดูแคลน…พูดตามตรง ถ้าไม่ใช่เพราะนึกถึงส่วนรวม ผมคงไม่ทนเหมือนกัน อาจารย์ถัง พวกเรามาแจ้งให้คุณทราบเท่านั้น หวังให้ผู้มีอำนาจของมหาวิทยาลัยช่วยกดเรื่องนี้เอาไว้ ตอนนี้บรรยากาศทางหนานเจียงไม่ค่อยดีนัก สมาคมผู้ฝึกยุทธ์ยิ่งกระเพื่อมระลอกคลื่นเป็นวงกว้างอีก บอกว่านักศึกษาเซี่ยงไฮ้ไม่กล้ารับสาสน์ท้ารบ…”
“เหอะ!”
ถังเฟิงแค่นเสียงในลำคอ ผ่านไปสักพักจึงเอ่ยว่า “สู้ไปเลย! เธออย่ามาไม้นี้ ต้องการอะไรพูดมาตรงๆ!”
“อาจารย์ถัง คุณเข้าใจผมผิดเกินไปแล้ว เรื่องนี้ผมไม่ได้พูดเองเออเองนะ คุณถามกับหยางเสี่ยวม่านและจ้าวเหล่ยเองได้…หยางเสี่ยวม่าน เธอถูกนักศึกษาธรรมดาของหนานเจียงดูถูกที่หน้าประตู เรื่องนี้ฉันโกหกหรือเปล่าล่ะ?”
ฟางผิงเปิดเป็นลำโพง ก่อนจะถลึงตาใส่หยางเสี่ยวม่าน
หยางเสี่ยวม่านเอ่ยด้วยใบหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “มีเรื่องแบบนี้จริงๆ ค่ะอาจารย์”
“จ้าวเหล่ย หวังจินหยางเอ่ยถึงเรื่องที่กวาดล้างเซี่ยงไฮ้ก่อนหน้านี้ซ้ำไปซ้ำมา บอกว่าพวกเราควรจะซาบซึ้งใจในตัวเขา เรื่องนี้นายอยู่ในเหตุการณ์เหมือนกัน จริงหรือไม่จริงล่ะ?”
จ้าวเหล่ยมุมปากกระตุก จนใจอยู่บ้าง เอ่ยอย่างลำบากใจว่า “จริงครับอาจารย์”
ถังเฟิงที่อยู่ปลายสายเงียบไป ฟางผิงจึงเอ่ยว่า “อาจารย์ถัง ผมคนเดียวอาจจะพูดจาเกินจริงไปบ้าง แต่ลูกศิษย์สองคนของคุณ จะร่วมมือกับผมหลอกคุณด้วยหรือยังไง?”
เวลานี้ถังเฟิงเอ่ยด้วยเสียงเยียบเย็นไม่น้อย “เธอโทรหาฉันมีจุดประสงค์อะไร?”
“มหาวิทยาลัยหนานเจียงจัดสังเวียนที่สมาคมผู้ฝึกยุทธ์แล้ว คืนนี้อธิการบดีหนานเจียง ผู้ว่าหนานเจียง ปรมาจารย์สองท่านจะมาชมการประลอง นักศึกษาห้าพันคนจากหนานเจียงอาจจะเข้ามาในสนามด้วย! จะสู้จะถอย หรือเซี่ยงไฮ้จะส่งนักศึกษาคนอื่นลงสนาม ทั้งหมดยกให้มหาวิทยาลัยตัดสินใจ! ถ้าต้องการให้พวกเราลงสนาม แม้พวกเราจะมีพลังน้อยนิด ก็จะสู้ตายอย่างถึงที่สุด ไม่อาจปล่อยให้หน้าตาของเซี่ยงไฮ้อับอายเพราะน้ำมือของพวกเราได้! อย่างมากก็สู้จนตัวตาย ไม่ตายไม่ถอย!”