ตอนที่ 219
ตอนที่ 1673 : พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา
October 22, 2026
“นี่…เราจะไปที่นั่นรึไม่ ? ” เกลดันถามขึ้นมา หากมีแผนการอะไรเกี่ยวกับที่นี่ งั้นแม้ว่าพวกเขาจะหลีกเลี่ยงอันตรายไปได้และเข้าไปในเขตหลักได้ แต่ก็อาจจะไม่ได้อะไรกลับมา ผลลัพธ์สุดท้ายพวกเขาอาจจะต้องกลับมามือเปล่าก็เป็นได้ จางหยูยิ้มออกมา “ ทำไมจะไม่ไป ? ” เขาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องปราณสุสาน หากเกิดอันตรายขึ้นเขาก็แค่กลับไปที่โลกตันเถียนก็เท่านั้น เกลดันมั่นใจในตัวจางหยูเป็นอย่างมาก ในสายตาของเขาแล้วจางหยูคือผู้ควบคุมขั้น 9 อันตรายใดๆสามารถเป็นภัยต่อผู้ควบคุมขั้น 9 ได้ด้วยรึ ? เมื่อเห็นท่าทีของเกลดัน จางหยูก็รู้สึกว่าจำเป็นต้องบอกออกมา “ เจ้าอย่าคาดหวังกับข้ามากเกินไป ในร่างนี้ข้ามีความแข็งแกร่งเพียงผู้ควบคุมขั้น 8 ระดับสูงที่อาจจะทัดเทียมกับเบเกิลได้รึอาจจะแข็งกร่งกว่าเล็กน้อย” แต่จะเหนือกว่าเบเกิลรึไม่นั้น จางหยูก็ไม่มั่นใจ ยังไงซะนี่ก็แค่การคาดเดาของเขา เมื่อได้ยินคำพูดของจางหยู เกลดันก็ได้สติกลับมา เขาเกือบลืมไปว่าคนที่เขาเห็นมาในโลกขั้น 9 ตะกี้น่าจะเป็นผู้ควบคุมขั้น 9 คนตรงหน้าเขาอาจจะเป็นแค่ร่างแยกก็ได้ เป็นแค่ร่างแยกแต่มีความสามารถทัดเทียมกับเบเกิลได้รึอาจจะเหนือกว่าเบเกิลด้วยซ้ำ ! “ เพราะเหตุผลบางอย่างจึงเป็นข้าที่จะไปยังสุสานแห่งนั้นกับพวกเจ้า ” จางหยูพูดขึ้น “แน่นอนว่าหากมีอันตรายใดๆรึมีปราณสุสานโจมตี ข้าจะส่งเจ้าไปยังโลกขั้น 9 ก่อนหน้านี้เพื่อป้องกันปราณสุสาน เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องภัยจากปราณสุสาน ” สิ่งที่พวกเขาต้องกังวลในตอนนี้คืออันตรายอื่นๆ เมื่อได้ยินแบนนั้นเกลดันก็ไม่กังวลอะไรอีก อะไรคืออันตรายในสุสานขั้น 9 ? มันคือจิตของสุสาน !เมื่อภัยถึงชีวิตได้ถูกตัดทิ้งไปแล้ว งั้นอันตรายอื่นๆ เกลดันเชื่อว่าด้วยความแข็งแกร่งของเขาแล้วน่าจะพอรับมือไหวแน่นอนว่าสุสานนี้ต่างจากสุสานขั้น 9 อื่นๆ มันอาจจะมีอันตรายอื่นๆแฝงอยู่อีก เกลดันจึงไม่คิดที่จะประมาท“ ใช่สิ สุสานแห่งนี้อยู่ไกลรึไม่” จางหยูถามขึ้นมาอัลเวอร์เป็นผู้ควบคุมขั้น 9 ของเขตตะวันออกตอนเหนือและยังเป็นผู้สร้างโลกสวรรค์ร้างด้วย มันจึงเป็นธรรมดาที่สุสานของเขาต้องอยู่ไม่ห่างจากโลกสวรรค์ร้างเกลดันพยักหน้าและพูดขึ้น “ตำแหน่งของสุสานนั้นอยู่ใกล้กับที่นี่ เดินทางจากที่นี่ไม่กี่ปีก็ถึง”เขาตัดสินจากความแข็งแกร่งของตัวเองที่ใช้เวลาไม่กี่ปีก็เดินทางไปถึงที่นั่นได้ หากเปลี่ยนเป็นผู้ควบคุมระดับต่ำคนอื่นแล้ว เดาว่าอาจจะต้องใช้เวลาหลายสิบปีรึร้อยปีกว่าจะไปถึงได้“ งั้นก็ดี ” จางหยูกลัวว่าระยะทางจะไกลเกินไปและเสียเวลา การเสียเวลาแค่ 2-3 ปีอยู่ในระยะเวลาที่เขายังพอรับไหวเขาอยู่ในโกลาหลมานานจนจางหยูยอมรับหลักการเรื่องเวลาไปแล้ว การรับรู้เวลาของเขาเหมือนจะกว้างกว่าเดิม เวลาหลักสิบรึพันปีดูเหมือนไม่ได้มากมายอะไร หากเป็นแต่ก่อนแล้วจางหยูคงไม่คิดแบบนี้สรุปแล้วคือเพราะความโกลาหลนี้กว้างใหญ่และด้วยความแข็งแกร่งของจางหยูตอนนี้แล้ว การเดินทางในระยะทางสั้นๆก็ยังใช้เวลาหลายปีแม้ว่าจะมีค่ายกลเคลื่อนย้ายมากมายในโลกขั้น 9 ต่างๆแต่มันก็ช่วยลดระยะเวลาแค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น“ พวกเจ้าสองคนไปที่โลกป่ากันก่อน ” จางหยูมองไปที่ซานเหอและเหยียนอู้ “ สุสานขั้น 9 แห่งนี้มีอันตรายนับไม่ถ้วน เดาว่าพวกเจ้าอาจจะรู้อยู่แล้ว ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเจ้าตอนนี้การไปที่นั่นก็เท่ากับเดินไปหาความตาย…” หากพบกับอันตรายจริงๆเขามั่นใจว่าเอาตัวรอดได้ แต่เขาไม่มีพลังมากพอที่จะช่วยผู้ควบคุมขั้น 6 ทั้งสองคน“ ขอรับ !” ซานเหอและเหยียนอู้พากันทำความเคารพจางหยูได้ให้พิกัดโลกป่ากับทั้งสองก่อนจะสร้างรูหนอนเชื่อมต่อกับโลกตันเถียนแล้วส่งทั้งสองเข้าไปที่นั่นมีเจ้าสำนักอยู่เพื่อคอยพาพวกนั้นไปที่โลกป่าเพื่อไม่ให้พวกนั้นต้องเสียเวลาท่าทีของจางหยูต่อพวกนี้ต่างจากซางอี๋ว์และอู๋ยง เพราะฐานะของทั้งสองคนนี้ที่เป็นทาสของเขาจึงทำให้จางหยูสั่งการได้โดยตรง ส่วนซางอี๋ว์และอู๋ยงนั้นเขาไม่มีสิทธิ์จะสั่งการทั้งสองคน