ตอนที่ 259
ตอนที่ 1713 : เผชิญหน้ากับผู้ควบคุมขั้น 9
October 22, 2026
จ้านเทียนเกอและเบเกิลต่างก็เชื่อใจในตัวจางหยู ยังไงซะถึงพวกเขาจะไม่เชื่อจางหยู แต่พวกเขาจะเอาชนะจางหยูได้รึ? ระหว่างที่เดินทางกลับนั้นจ้านเทียนเกอก็ได้พาหนะมิติออกมาใช้เพื่อที่จะเดินทางได้เร็วกว่าเดิม ทุกคนพากันผ่อนคลายอย่างมากเพราะพวกเขาได้สมบัติของราชาตะวันออกมา ต่อไปก็คงเป็นเรื่องการแบ่งสมบัติกัน ตั้งแต่ต้นจนจบพวกเขาไม่ได้เสียคนไปแม้แต่คนเดียว มันถือว่าเป็นโชคดีอย่างมาก ประมาณ 3 เดือนต่อมาพวกเขาก็มาถึงทางออกสุสาน “ พวกเขายังไม่กลับมาอีกรึ ? ” จางหยูแปลกใจที่ไม่พบหลินเป่ยชานและคนอื่นๆที่ทางออก จากความแข็งแกร่งของหลินเป่ยชานและคนอื่นๆแล้ว ตราบใดที่ไม่ได้สู้กับผู้นำ พวกนั้นก็ไม่น่าจะมีอันตราย เบเกิลลังเลและพูดขึ้น “ เจ้าอยากจะรอที่นี่รึ ?” เมื่อรู้ถึงความแข็งแกร่งที่จางหยูมี เบเกิลก็ไม่กล้าจะทำตัวปกติดังเดิม เขาพูดออกมาพร้อมกับก้มหน้า “ รอไปก่อน ” จางหยูพยักหน้า “ เมื่อพวกเรามาที่นี่ด้วยกัน เราก็ต้องกลับไปด้วยกัน ยิ่งกว่านั้นเราก็ตกลงกันล่วงหน้าแล้วว่าจะรอกันที่นี่” เบเกิลถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่จางหยูยังเป็นคนที่มีเหตุมีผลอยู่ ไม่งั้นแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง พวกเขารอกันอยู่ที่ทางออกกว่าหลายเดือนก่อนที่จะมีบางคนออกมาจากสุสาน บางคนได้รับบาดเจ็บกลับมา บางคนเสียร่างกายไป บางคนมีปราณสุสานในตัวที่ยับยั้งมันไว้ได้แต่ไม่นานก็คงโดนครอบงำ บางคนมีปราณสุสานในตัวน้อยนิด พวกเขาคงใช้เวลาไม่นานก็จัดการกับปราณนี้ได้ หากเทียกับฉากก่อนที่จะเข้าไปในสุสานนี้แล้ว ภาพในตอนนี้ผิดกันอย่างมาก จางหยูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่เขตกลางแต่มันเห็นได้ว่าคนส่วนมากเพิ่งจะผ่านการต่อสู้มา บางคนบาดเจ็บ แม้แต่ผู้ควบคุมขั้น 8 ระดับสูงก็ใช่ว่าจะดูดี ไม่นานหลังจากนั้นจางหยูก็เห็นหลินเป่ยชานและคนอื่นๆเดินทางออกมา หลินเป่ยชาน, เกลดัน, ลู่ติง, หลี่เหลิ่ง, จงหราน, โจวโจว, หลิงหลงตามมาด้วยเสี่ยวเสีย นอกจากการป้องกันของตัวเองแล้ว การที่มีเสี่ยวเสียคอยช่วย ผู้ควบคุมที่ต่ำกว่าขั้นที่ 9 จึงไม่อาจจะทำอะไรพวกเขาได้ พวกเขาทั้งเจ็ดคนจึงปลอดภัยกลับมาแม้ว่าสีหน้าจะดูหม่นหมองก็ตาม“ เจ้าสำนัก ” หลินเป่ยชานและเกลดันเดินทางมาข้างกายจางหยูเสี่ยวเสียเองก็พุ่งมาเกาะไหล่ของจางหยู “ นายท่าน ”คนที่เหลือเดินทางเข้ามาหาเบเกิล “ หัวหน้า ”จางหยูยิ้มให้กับหลินเป่ยชานและคนอื่นๆ “ เป็นยังไง พวกเจ้าได้อะไรมาบ้าง ?”“ ไม่ได้อะไรเลย ” หลินเป่ยชานส่ายหน้า “ ตอนที่เราไปที่นั่น มันก็สายเกินไปแล้ว สมบัติที่นั่นถูกเก็บไปแล้ว ยิ่งกว่านั้นหลายคนก็โดนปราณสุสานรุกล้ำ การต่อสู้ดุเดือดและวุ่นวายอย่างมาก มีคนล้มตายและบาดเจ็บจำนวนมาก สุดท้ายพวกเราก็ยอมแพ้ที่จะสู้แย่งชิงสมบัติมา”เกลดันพยักหน้าและพูดขึ้น “ เราเสียเปรียบ มันไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะสู้กับพวกนั้น ”จงหรานพูดขึ้น “ คนจำนวนมากพากันแย่งชิงหินระดับเทพ หากไม่ใช่เพราะข้าแลกเปลี่ยนหินขั้นสวรรค์กับเจ้าก่อนหน้านี้ ข้าคงคิดจะเข้าไปแย่งชิงมันด้วย ”แม้ว่าการเดินทางนี้จะไม่ได้อะไรกลับมาและทำให้พวกเขาต้องพากันเศร้าใจแต่มันก็ใช่ว่าจะยอมรับไม่ได้“ ทุกคนไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ” จางหยูหัวเราะออกมา“ เจ้าสำนัก ท่าน.. ” หลินเป่ยชานมองไปที่จางหยูและอดไม่ได้ที่จะสงสัยขึ้นมาจางหยูโบกมือและพูดขึ้น “ ที่นี่มีคนอยู่เยอะ เราควรออกจากที่นี่แล้วไปหาที่เงียบๆพูดคุยกัน ”ทุกคนไม่ได้คัดค้านอะไรพวกเขาเดินทางออกมาจากสุสานและมุ่งหน้าไปที่อื่น ผู้ควบคุมขั้น 8 ส่วนใหญ่เดินทางออกมาจากที่นั่น มีคนไม่มากที่มั่นใจในตัวเองและคอยอยู่จัดการกับคนที่เดินทางออกมาจากสุสาน บางคนออกไปตามหาสมบัติที่อื่นต่อ ยังไงซะสุสานราชาตะวันออกก็ใหญ่โต มันไม่ใช่แค่เขตกลางที่มีสมบัติ ที่อื่นอาจจะมีสมบัติอยู่อีกเซี่ยงอู่เซิงและอู๋ชิงโหรวไม่ได้ปรากฏตัวให้เห็นตอนที่จางหยูและคนอื่นๆเดินทางผ่านรูหนอนกลับไปยังความโกลาหล พวกเขาก็รับรู้ได้ถึงแรงกดดันอันน่ากลัว