ตอนที่ 282
ตอนที่ 1736 : เสาะหาของกิน
October 22, 2026
“ เจ้าสำนัก เจ้าโดนแซงหน้าไปแล้ว” เฒ่าเทียนจียิ้มและมองไปที่เจ้าสำนัก ในอดีตนั้นแต่ละครั้งเจ้าสำนักจะเป็นคนทะลวงผ่านไปก่อนคนอื่น เขากลายเป็นร่างแยกที่มีระดับการบ่มเพาะมากที่สุด แต่ครั้งนี้เจ้าสำนักยังไม่ทะลวงผ่าน เซียนกระบี่พเนจรกลับเป็นคนแรกที่ขึ้นมาขั้น 9 ได้ หมาป่าละโมบและความว่างเปล่าพากันมองไปที่เจ้าสำนัก ชายคนนี้น่ะคอยจัดการเรื่องในสำนักมาตลอด แต่ระดับการบ่มเพาะก็พัฒนาไม่น้อยไปกว่าพวกเขา มันทำให้พวกเขากดดันกันอย่างมาก สุดท้ายครั้งนี้ก็ไม่ใช่เจ้าสำนักที่เป็นคนแรกที่ทะลวงไปผ่านได้ “ ไม่ใช่ว่ามันเป็นเรื่องปกติรึ? ในเมื่อพวกเจ้าบ่มเพาะกันตลอด พวกเจ้ามีเวลามากกว่าข้าไม่ใช่รึไง? พวกเจ้าจะดีใจกันทำไม ? ” เจ้าสำนักพูดเช่นนี้ก็ทำให้ร่างแยกมากมายต้องปวดใจอย่างมาก ตลอดหลายปีมานี้เจ้าสำนักทำให้พวกเขากดดันกันอย่างมาก พวกเขาอยากจะเกียจคร้านแต่ก็ไม่กล้า พวกเขากลัวว่าจะตามหลังไกลเกินไป “ ข้าไม่เข้าใจเจ้า” หมาป่าละโมบส่ายหน้าและพูดขึ้นมา “ เจ้าจะบ่มเพาะทำไม ? เจ้าออกไปเที่ยวเล่นแล้วไม่พอใจรึไง ? เจ้าไม่มีงานอดิเรกอย่างอื่นนอกจากการบ่มเพาะรึ ?” เจ้าสำนักถอนหายใจออกมา “ พวกเจ้าไม่เข้าใจ…ข้าต้องจัดการเรื่องราวในสำนักบ่อยๆ หาเวลาบ่มเพาะได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว ข้าจะมีเวลาไปสนใจเที่ยวได้ยังไง ? ” เขาไม่ใช่หุ่นยนต์ เขาจะไม่อยากผ่อนคลายได้ยังไงแต่เขาทำไม่ได้ หากเขาไม่ใช้เวลาในการบ่มเพาะ งั้นอีกไม่นานเขาก็ต้องตามหลังคนอื่น ตอนนี้เซียนกระบี่พเนจรก็ยังแซงหน้าเขาขึ้นไปขั้นที่ 9 ได้แล้ว โชคดีที่เขาห่างจากขั้นที่ 9 ไม่มากนัก ช่องว่างระหว่างเขากับเซียนกระบี่พเนจรก็ไม่ได้มากมายอะไร … หลังจากยินดีกับเซียนกระบี่พเนจร จางหยูก็ไม่ได้สนใจสถานการณ์ของร่างแยก เขาได้ควบคุมพาหนะมิติเพื่อเดินทางต่อ โดยมีเสี่ยวเสียนอนอยู่บนไหล่ซ้ายและเสี่ยวหลิงเอ๋อร์นอนอยู่บนไหล่ขวา เพราะไม่ได้มีจุดหมายที่ชัดเจน จางหยู จึงเดินทางไปโลกขั้น 9 ทุกแห่งที่เขาผ่าน เขาจะไปกินอาหารและชื่นชมวิวทิวทัศน์ที่นั่น รวมไปถึงเรียนรู้ความแตกต่างของแต่ละโลก การที่มีเสี่ยวเสียและเสี่ยวหลิงเอ๋อร์อยู่ด้วยก็ทำให้เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยว “ นายท่าน เราไปโลกขั้น 9 ที่ยังไม่มีในแผนที่ได้รึไม่ ?” เสี่ยวเสียถามขึ้นมา จางหยูมองไปที่เสี่ยวเสีย “ เจ้ามีเหตุผลอะไร ?”เสี่ยวเสียพูดขึ้นมา “ ข้าอยากกินจิตปฐมบทโกลาหล ” มีแค่โลกขั้น 9 ที่ไม่มีในแผนที่โกลาหลเท่านั้นที่อาจจะมีจิตปฐมบทโกลาหลอยู่ โลกแบบนั้นอาจจะเพิ่งสร้างขึ้นมาเหมือนกับโลกซวนหวง แน่นอนว่าโลกแบบนั้นมีมากกว่าโลกที่มีอยู่ในแผนที่เป็นสิบเท่า“ ได้ ข้าจะไปที่นั่น” ยังไงซะ เมื่อไม่มีเป้าหมายชัดเจน จางหยูก็เลือกที่จะเดินทางไปทั่วทุกที่เขามองไปที่เสี่ยวหลิงเอ๋อร์ “ เสี่ยวหลิงเอ๋อร์ เจ้าอยากกินจิตปฐมบทโกลาหลรึไม่ ?”เสี่ยวหลิงเอ๋อร์แสดงสีหน้ารังเกียจออกมา “ ไม่ น่ารังเกียจจะตาย ”ไม่ต้องพูดถึงทิศทางการเติบโตของนางที่ต่างจากเสี่ยวเสีย ถึงจะกินได้แต่นางก็ไม่คิดจะทำแบบนั้น“ รังเกียจรึ ? เจ้าไม่เข้าใจอะไรเลยแม้แต่น้อย” เสี่ยวเสียพูดขึ้นมา “ จิตปฐมบทโกลาหลน่ะคืออาหารที่อร่อยที่สุดในโกลาหล !”เสี่ยวเสียรู้สึกเหมือนโดนหยาม ก็แค่กินจิตปฐมบทโกลาหลไม่ใช่รึไง ทำไมต้องแสดงท่าทีรังเกียจแบบนี้ด้วย ?“ พอได้แล้ว จะกินหรือไม่กินก็แล้วแต่พวกเจ้า อย่าทะเลาะกัน ” จางหยูพูดขึ้นก่อนจะมองไปที่เสี่ยวเสีย “ เสี่ยวหลิงเอ๋อร์ไม่คิดจะแย่งกินกับเจ้า เจ้าควรจะดีใจไม่ใช่รึ ? ด้วยวิธีนี้จิตปฐมบทโกลาหลก็จะเป็นของเจ้าแค่คนเดียว เจ้าไม่พอใจรึ ?”เมื่อได้ยินที่จางหยูพูดมา เสี่ยวเสียที่หงุดหงิดอยู่ก็ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที “ จริงสิ !” มันตื่นเต้นด้วยความดีใจ “ จิตปฐมบทโกลาหลเป็นของข้า !”ไม่นานจางหยูก็พาทั้งสองไปยังโลกขั้นที่ 9 ที่ยังก่อตัวไม่สมบูรณ์“ เจ้าลองไปจัดการดู ข้าจะไปที่อื่นกับเสี่ยวหลิงเอ๋อร์ เมื่อเจ้าจัดการเสร็จแล้วก็มาหาเรา” จางหยูบอกกับเสี่ยวเสีย เสี่ยวเสียยังไม่ทันได้ตอบกลับ ก็ถูกส่งเข้าไปในมิติมืดที่ที่จิตปฐมบทโกลาหลอยู่ ต่อมาเสี่ยวเสียก็ผ่านเข้าไปในมิติมืดที่คล้ายกับมิติมืดของโลกสวรรค์ตอนนั้นเจ้าของโลกมังกรหมอกยังอ่อนแออย่างมาก เขาสยบจิตปฐมบทโกลาหลมานาน พลังของเขาเกือบจะหมดลงแล้ว ในทางกลับกัน จิตปฐมบทโกลาหลกลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันนี้เขาแทบไม่มีพลังจะยับยั้งมันอีกเจ้าของโลกมังกรหมอกแทบจะสิ้นหวัง “การเกิดใหม่ครั้งที่ 9 แล้ว ข้าไม่อาจจะเป็นผู้สร้างที่แท้จริงได้รึ ?”