ตอนที่ 401
ตอนที่ 1855 : สีขาว
October 22, 2026
ซีหยุนลืมไปเลยว่าไม่ได้ประหม่าแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว เขาจำได้ว่าครั้งที่แล้วคือการเข้าทดสอบของกองทัพเทียนลั่ว มันมีเหตุผลที่จะบอกว่าหลังจากที่รับใช้กองทัพมาหลายปี จิตใจของเขาก็เยือกเย็นกว่าเดิม แต่ตอนนี้เขากลับไม่อาจจะควบคุมตัวเองได้ แม้แต่ตอนที่พูดออกมาเขาก็ยังตื่นเต้น ไม่ใช่แค่ซีหยุน แม้แต่กวนเองก็เบิกตากว้าง เขาคิดว่าคนของสำนักคังเฉียงนั้นมีคนมากก็จริง แต่ไม่คิดเลยว่าทุกคนจะขึ้นไปถึงระดับสีแดงเข้มได้แบบนี้ นี่สามารถเทียบเท่ากับผู้บัญชาการเลยก็ว่าได้! เขารู้สึกว่าโชคดีที่ไม่ได้สู้กับลิง ไม่งั้นแล้วหากเขาโดนอัดจริงๆก็ไม่รู้ว่าจะลุกขึ้นไหวรึไม่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าลิงนี่ต้องแกร่งกว่าเสี่ยวเสีย เสี่ยวเสียน่ะอย่างมากก็ทัดเทียมกับซีหยุนได้ บางทีอาจจะอ่อนแอกว่าเล็กน้อย แต่ลิงนี่แข็งแกร่งกว่าซีหยุนอย่างแน่นอน จ้าวโกลาหลไม่ได้มีการแบ่งลำดับชั้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าหัวหน้าหน่วยย่อยหรือคนที่เพิ่งเข้ามาในทะเลโกลาหลต่างก็เป็นจ้าวโกลาหลที่แข็งแกร่ง หากทั้งสองปกปิดคลื่นพลัง งั้นก็ยากจะมองเห็นถึงความแตกต่างได้ แต่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของทั้งสองนั้นต่างกันสุดขั้ว จ้าวโกลาหลคือจุดเริ่มต้นในการบ่มเพาะตัวเอง ดังนั้นช่องว่างระหว่างพลังจึงขึ้นอยู่กับพลังโกลาหลและจิตของตน บางคนบ่มเพาะมาไม่รู้กี่ยุครวมกับการใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ดังนั้นพลังจึงหนาแน่น พวกเขาจึงแข็งแกร่งจนสามารถจัดการกับจ้าวโกลาหลทั่วไปได้ นอกจากจักรพรรดิทั้งเก้าแล้ว ก็ไม่มีใครกล้าบอกว่าตัวเองไร้เทียมทาน แม้ว่าจะไม่นับจักรพรรดิแต่ก็ไม่มีใครกล้าบอกว่าตัวเองแข็งแกร่งที่สุด แม่ทัพใหญ่ทั้งสาม และเจ้าเมืองทั้งสิบเองก็เช่นกัน เพราะเท่าที่ทุกคนรับรู้มานั้น ความแข็งแกร่งของจ้าวโกลาหลแทบไม่มีขีดจำกัด หากบอกว่ามีขีดจำกัด งั้นขีดจำกัดก็คือจักรพรรดิทั้งเก้า นั่นคือเพดานสูงสุดของทุกคน ! มันยากที่จ้าวโกลาหลจะรับรู้ระดับของคนอื่นได้ นอกซะจากว่าช่องว่างจะต่างกันมาก ดังนั้นจ้าวโกลาหลส่วนมากจึงสำรวมตัวเองและไม่คิดมีเรื่องกับคนอื่นหรือสร้างศัตรู พูดโดยทั่วไปแล้ววิธีการยืนยันความแข็งแกร่งนั้นนอกจากจะใช้หินทดสอบแล้ว ก็ตัดสินได้จากชื่อเสียง เมื่อแข็งแกร่งเพียงพอ ความสำเร็จก็ต้องน่าทึ่ง จึงเป็นธรรมดาที่จะมีชื่อเสียงโด่งดัง ฉะนั้นสิ่งนี้จึงพอตัดสินความแข็งแกร่งได้ความแข็งแกร่งของสำนักคังเฉียงนั้นอยู่ในระดับผู้บัญชาการ มีไม่กี่คนที่ใกล้เคียงกับแม่ทัพได้หงอคงก็ทำให้ซีหยุนตกตะลึงไม่ใช่น้อย มันเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงอำนาจของสำนักคังเฉียงได้“ พี่ลิง ข้าลองบ้าง” นาจาที่เปลี่ยนร่างเป็นผู้ใหญ่ได้พูดขึ้นมาและวางมือลงไปบนหินต่อมาหินก็เปล่งแสงสว่างออกมา แสงได้เปลี่ยนจากสีดำเป็นเขียว, ฟ้า, ส้มและสุดท้ายก็เป็นสีแดงเข้ม ซึ่งชัดแล้วว่าอยู่ระดับเดียวกับหงอคง“ฮ่าฮ่า ข้าก็สีแดงเข้มเหมือนกัน” นาจากลับคืนสู่ร่างเด็กและกล่าวออกมาอย่างยินดี “อาจารย์ ข้าสีแดงเข้มล่ะ!”จางหยูกล่าวออกมาอย่างจนปัญญา “สีแดงเข้มก็สีแดงเข้มสิ อย่าตื่นเต้นไปนัก”หัวใจของซีหยุนแทบกระดอนออกมาจากอก “สีแดงเข้มอีกแล้ว! งั้นก็เป็นยอดฝีมืออีกคน!”อีกทั้งเขายังสังเกตคำเรียกที่นาจากล่าวถึงจางหยู เมื่อนึกถึงสถานะของจางหยู ที่ว่าเป็นเจ้าสำนักคังเฉียง มิใช่ว่าความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายจะเหนือกว่าเหล่าศิษย์และอาจารย์คนอื่นๆ รึ?สามารถให้กำเนิดศิษย์อาจารย์ที่น่าเกรงขามเช่นนี้ได้ ฉะนั้นในฐานะเจ้าสำนักก็ต้องน่ากลัวกว่าพวกนั้นหลายเท่ามิใช่หรือ?ชั่วขณะหนึ่ง อารมณ์ความรู้สึกของซีหยุนก็ตีกันขึ้นมา ยามที่มองไปทางจางหยูจึงแฝงไปด้วยความยำเกรงหลายเท่าเวลาผ่านไปช้าๆทุกคนได้สลับกันเข้าไปทดสอบ แต่ผลลัพธ์นั้นก็ไม่ได้น่าแปลกใจนัก หินได้แสดงสีแดงอ่อน, แดง, แดงเข้มสลับกันไปมา บางครั้งก็มีสีแดงอ่อนติดต่อกันไม่ก็แดง บางครั้งก็เป็นสีแดงเข้ม นอกจากต้นไม้โกลาหลที่ทดสอบคนแรกแล้วก็ไม่มีใครได้ต่ำกว่าสีแดงอ่อนเลยในกองทัพเทียนลั่วนั้นโดยทั่วไปแล้วระดับผู้บัญชาการจะอยู่สีแดงอ่อนและสีแดง ส่วนสีแดงเข้มนั้นหมายถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในอีกความหมายคือนอกจากต้นไม้โกลาหลแล้ว คนอื่นๆต่างก็เพียงพอจะเป็นผู้บัญชาการได้ และมีบางคนที่เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้ !กองกำลังนี้แทบหาใครมาเทียบไม่ได้ !ซีหยุนถึงกับอึ้ง เขารู้สึกราวกับฝันไป