ตอนที่ 529
ตอนที่ 1984 : เรื่องน่าตกใจและน่าสงสัย
October 22, 2026
“ ไม่ต้องเรียกข้าว่าจักรพรรดิคังเฉียง ข้าแค่ร่างแยก ไม่ใช่ร่างหลัก” จางลู่โบกมือและพูดขึ้น “ พวกเจ้าเรียกข้าว่าจางลู่ก็พอ” “ นี่…” ซิงฮัวชะงักแล้วพูดขึ้น “ ข้าไม่กล้าพอ” จางลู่ไม่รู้ว่าจะหัวเราะรึร้องไห้ดี “ ไม่ใช่ว่ากล้าไม่กล้า ข้าบอกไปแล้ว ต่อจากนี้พวกเจ้าเรียกข้าว่าจางลู่ก็พอ หากพวกเจ้าเรียกข้าว่าจักรพรรดิคังเฉียง หากข้ารู้เรื่องนี้ข้ากลัวว่าข้าคงไม่พอใจแน่” เมื่อได้ยินแบบนั้น ซิงฮัวก็ลังเลและพูดขึ้น “ ได้ ท่านจางลู่” นางไม่กล้าเรียกชื่อจางลู่โดยตรง ดังนั้นจึงใช้คำว่าท่านเพื่อแสดงความเคารพ คนอื่นๆพากันตะโกนออกมา “ ท่านจางลู่” เมื่อเห็นแบบนั้นจางลู่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อหากจะให้เรียกชื่อเขาโดยตรง เดาว่าพวกนี้คงไม่กล้า ดังนั้นจางลู่จึงไม่คิดจะสนใจเรื่องนี้อีก “ เพื่อจะกันไม่ให้พวกเจ้าสับสนเรากับร่างหลัก งั้นเรามาเปลี่ยนหน้าตากันดีกว่า” จางลู่คิดและทำการเปลี่ยนรูปลักษณ์ตัวเองต่อหน้าทุกคนเพื่อที่ทุกคนจะแยกเขาจากจางหยูได้ เจ้าสำนักและความว่างเปล่าตาเป็นประกายขึ้นมา พวกเขาก็พากันเปลี่ยนรูปลักษณ์เช่นกัน แม้ว่าจะดูคล้ายจางหยู อยู่แต่พวกเขาก็ดูเป็นตัวของตัวเองขึ้น ทุกคนไม่เข้าใจว่าทำไมพวกนี้ถึงอยากเปลี่ยนรูปลักษณ์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร เซียนกระบี่พเนจร, เฒ่าเทียนจี และร่างแยกอื่นๆไม่ได้พูดอะไรเพราะตัวตนของพวกเขาในสายตาคนนอกนั้นตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้นั้นไม่ใช่ร่างแยกของจางหยู แต่เป็นเจ้าสำนักสาขา ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนรูปลักษณ์ แม้ว่าจางลู่, เจ้าสำนัก และความว่างเปล่าจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ไป แต่ทุกคนก็ยังเคารพพวกเขาดังเดิมราวกับเผชิญหน้ากับจักรพรรดิคังเฉียงอยู่ เมื่อเห็นท่าทีกังวลของทุกคน จางลู่ก็ได้พูดขึ้น “ สบายใจได้ ไม่ต้องกังวลไป เราไม่ใช่ปีศาจ” ทุกคนยิ้มแห้งๆออกมา พวกเขาจะสบายใจได้ยังไงต่อหน้าจักรพรรดิที่แกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ ? แต่ท่าทีเป็นกันเองของจางลู่นั้นทำให้พวกเขาโล่งอกเล็กน้อย ตอนนี้ดูเหมือนว่าร่างแยกของจักรพรรดิคังเฉียงนั้นเหมือนจะเข้ากับพวกเขาได้เป็นอย่างดี “ เราไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันมาก่อน เราไม่รู้ว่าสถานการณ์นั้นเป็นยังไง” จางลู่ถอนหายใจออกมา “ ข้าอาจจะให้เจ้าอธิบายว่าเราจะร่วมมือกันยังไง ยังไงซะการแข่งขันครั้งนี้ลูกปัดจิตทั้งหมดเราจะชิงมาให้ได้ ไม่มีใครได้มันไป” เมื่อได้ยินแบบนั้น ซิงฮัวและแรนดอฟกับคนอื่นๆต่างก็พากันอึ้ง“ นี่…” ซิงฮัวลังเลไปเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงสถานการณ์จริงๆแล้ว นางก็รวบรวมความกล้าพูดขึ้นมา “ ท่านจางลู่ เขตต้นกำเนิดนั้นใหญ่อย่างมาก สถานการณ์นั้นซับซ้อน ข้าเกรงว่าคงไม่ง่ายที่จะชิงลูกปัดจิตทั้งหมดมา…”หากเป็นคนอื่นที่พูดแบบนี้ งั้นนางอาจจะมองว่าอีกฝ่ายบ้าไปแล้วแต่จางลู่ไม่คิดแบบนั้น “ เรื่องนี้เราจัดการได้”ปากของเหล่าแม่ทัพกระตุกไปตาม พวกเขารู้สึกว่าสมองของพวกนี้ผิดปกติไปแล้วในความเห็นของพวกเขาแล้ว มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ลูกปัดจิตมาครึ่งหนึ่ง แต่จางลู่ถึงกับบอกว่าจะชิงมาทั้งหมดถึงอย่างนั้นก็สมกับเป็นร่างแยกของจักรพรรดิคังเฉียง ไม่ว่าจะแกร่งแค่ไหนแต่ก็ไม่อาจจะมีใครกล้าคิดแบบจางลู่ได้มันแค่ว่า….ความคิดกับความเป็นจริงนั้นต่างกันอย่างมากด้วยตัวตนของจางลู่ พวกเขาจึงไม่กล้าจะปฏิเสธ แม้แต่ซิงฮัวก็ได้แต่แสดงสีหน้าแปลกๆออกมา เมื่อเห็นว่าจางลู่ ไม่ได้ใส่ใจ พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องคิ้วขมวดและบ่นในใจ จางลู่นี่พูดจาใหญ่โตจริงๆ เขาเป็นบ้างั้นรึ ?“ ยังเหลือเวลาอยู่ เดินทางไปคุยไปเถอะ” จางลู่พูดขึ้นมาเสียเทียนได้พูดขึ้นมา “ ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากเช่นนั้น เราเดินทางไปได้เลย”ด้วยหยกของแม่ทัพกองกำลังสังเกตการณ์แล้ว เขาสามารถส่งทุกคนไปยังหมู่บ้านดั้งเดิมได้เลยจางลู่โบกมือและพูดขึ้น “เราเดินทางกันเองดีกว่า ยังไงซะเราก็ไม่ได้รีบร้อน เราบินไปและชมวิวรอบๆดีกว่า” ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาแล้วคงใช้เวลาไม่นานในการเดินทางไปที่หมู่บ้านดั้งเดิมทุกคนพากันมองหน้ากัน แม้ว่าพวกเขาจะรู้สึกว่ามันยุ่งยากแต่ก็ไม่มีใครค้านออกมา เมื่อจางลู่เสนอแบบนั้นงั้นทำไมต้องพูดอะไรต่อ ?“ ใช่สิ ข้ายังไม่ได้ปรึกษากับท่านจางลู่เลย ข้าไม่รู้ว่าทีมคังเฉียงจะส่งแม่ทัพเข้าร่วมกี่คนกัน?” ซิงฮัวถามขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจังแม้ว่าจะได้รับการยืนยันแล้วว่าทีมคังเฉียงมีแม่ทัพ 24 คนแต่มันไม่ได้หมายความว่าทั้ง 24 คนจะเข้าร่วม