ตอนที่ 536
ตอนที่ 1991 : จุดเริ่มต้นการผุพัง
October 22, 2026
ทุกคนต่างก็พากันเงียบไป “ พวกเขาเกือบถึงหมู่บ้านดั้งเดิมแล้ว” ซื่อเซียวพูดขึ้น ในเวลาเดียวกันแค่คิดเขาก็ได้ฉายภาพอีกด้านของเขตซื่อเซียวในกระจกให้ทุกคนเห็น มันมีร่างของแม่ทัพทะเลโกลาหลและคนของทีมคังเฉียงปรากฏขึ้นมา เย่าหยาง, อู่หมิง, หว่านเก่อและเรนไน ต่างก็พากันมองไปที่ภาพด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จางหยูดึงสติกลับมาและพูดขึ้น “ ภาพของเจ้ารับได้แค่จากในเขตซื่อเซียวใช่รึไม่ ?” เมื่อได้ยินแบบนั้นซื่อเซียวก็พยักหน้า “ เมื่อพวกเขาเข้าไปในเขตต้นกำเนิดแล้ว ข้าก็ไม่อาจจะฉายภาพได้อีก” “ ถอยมา ข้าเอง” จางหยูพูดขึ้น ภาพฉายนี้ต่างจากภาพจากมุมมองที่สามของซื่อเซียว มันคือภาพจากมุมมองที่หนึ่งได้ปรากฏขึ้นมาแทน แม้ว่าภาพนี้จะไม่ได้ดูครอบคลุมนักแต่ก็ไม่ได้รับผลใดๆจากเขตต้นกำเนิด ยังไงวะนี่ก็คือภาพที่จางลู่เห็นมาไม่ว่าจางลู่อยู่ที่ไหนก็สามารถแสดงภาพให้จางหยูเห็นได้ หว่านเก่อถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “ การฉายภาพของเจ้าไม่ได้รับผลกระทบจากเขตต้นกำเนิดรึ ?” “ ง่ายๆ ” จางหยูพูดขึ้น “ ไม่ว่าร่างแยกทั้งสามของข้าอยู่ที่ไหน ข้าก็สามารถดูภาพที่พวกเขาเห็นได้ “ เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนก็พากันดีใจขึ้นมา ร่างแยกแต่ละร่างก็มีประโยชน์ต่างกันไป ภายใต้สถานการณ์ปกติแล้ว ยิ่งร่างแยกมีประโยชน์เท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลดีเพราะร่างแยก นั้นมีความสามารถมากมาย นอกจากความแข็งแกร่งที่ด้อยกว่าร่างหลักแล้ว มันแทบไม่ต่างจากร่างลหักเลย ร่างแยกนั้นเหมือนกับตัวตนอีกคนแต่ในเขตต้นกำเนิดนั้นไม่ต้องเดาเลยว่าการใช้ร่างแยกนั้นดีที่สุดเพราะคลื่นพลังของร่างแยกนั้นเหมือนกับร่างหลัก มันง่ายที่จะทำให้จักรพรรดิหลิงตื่นขึ้นมาได้ เมื่อมันเข้ามาในเขตต้นกำเนิด มันอาจจะเกิดหายนะขึ้นมา ตอนนี้ร่างแยกของ จางหยูเดินทางไปกับแม่ทัพคนอื่นๆ ซื่อเซียวและคนอื่นๆก็สามารถเห็นได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในเขตต้นกำเนิดบ้าง “ ทำไมพวกเจ้าไม่บ่มเพาะร่างแยกขึ้นมา ?” จางหยูมองไปที่ซื่อเซียวและคนอื่นๆด้วยความสงสัย “ ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเจ้าแล้วคงไม่ยากที่จะทำการบ่มเพาะให้ร่างแยกไม่ใช่รึ ?” “ เราลองทำการบ่มเพาะแบบคู่แล้วแต่หลังจากนั้นเราพบว่าเมื่อร่างแยกแข็งแกร่งขึ้น พลังของร่างหลักที่ส่งไปให้ร่างแยกนั้นเราอาจจะควบคุมร่างแยกไม่ได้” เย่าหยางเงียบไปสักพักแล้วพูดขึ้น “ หลังจากที่พบปัญหานี้ เราก็ได้หลอมรวมกับร่างแยกเราไม่กล้าจะสร้างร่างแยกแบบนั้นขึ้นอีก” เมื่อร่างแยกดึงพลังจักรพรรดิไปกว่าครึ่ง บางทีตัวตนร่างหลักกับร่างแยกอาจจะสลับกัน แม้ว่าพวกเขาจะรวมร่างกับร่างแยกตอนที่รู้สึกได้ถึงอันตรายได้แต่มันก็ยุ่งยากและอันตรายเกินไป แทนที่จะเสี่ยงแบบนั้น มันดีกว่าที่จะยอมแพ้ในการบ่มเพาะร่างแยกขึ้นมาเมื่อได้ยินแบบนั้นจางหยูก็ยักคิ้ว “ พลังจักรพรรดิส่งให้กับร่างแยกได้ด้วยรึ ?”เขาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนเพราะตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้เขาไม่เคยได้พลังจักรพรรดิแบบพวกนี้มา…สักที่ในทะเลบรรพกาลที่ที่ไม่มีใครสนใจม่านแสงขนาดใหญ่ที่ปกคลุมราวกับระฆังยังอยู่ในความเงียบงันด้านในระฆังนี้จะมีเสียงที่พูดขึ้นมาอย่างอ่อนแรง “ ให้ข้าออกไป ให้ข้าออกไป…”เสียงแหบแห้งนี้บ่งบอกได้ว่าหมดสิ้นซึ่งพลังราวกับโดนทรมานมา เจ้าของเสียงนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหนึ่งในเก้าจักรพรรดิของทะเลโกลาหล…ฉิวหวัง!ผู้ปกครองทะเลโกลาหลกลับโดนขังไว้ในระฆังม่านแสงนี้ เขาอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาหลายแสนล้านปี จากความโดดเดี่ยวเป็นความกลัว จากความกลัวเป็นความสิ้นหวัง จากความสิ้นหวังเป็นความด้านชา เขาหมือนกับคนตายไปแล้ว ตาเขาหม่นเป็นสีเทาราวกับอยู่ในนรก สิ่งเดียวที่เขาทำในทุกวันคือพูดแบบเดิมซ้ำๆ “ ให้ข้าออกไป…”แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับความเสียหายใดๆ พลังจิตก็ยังอยู่ดี ร่างกายยังสมบูรณ์ จิตยังอยู่ครบแต่ตัวเขาราวกับคนที่ตายไปแล้วจิตใจของเขาเหมือนฟั่นเฟือน แม้แต่จิตก็ยังพร่ามัวไปตามราวกับว่าเขาจะตายไปตอนไหนก็ได้บางทีการลงโทษแบบนี้อาจจะหนักหนาว่าการทรมานใดๆหากเหลือแค่คนเดียวในโลกที่กว้างใหญ่ มันจะโดดเดี่ยวและน่าทรมานแค่ไหนกัน ? โชคร้ายหลังจากที่จางหยูส่งเขาเข้ามาในทะเลบรรพกาลและขังเขาไว จางหยูก็ลืมเรื่องฉิวหวังไปเลยทั้งทะเลบรรพกาลรวมถึงซื่อเซียวและคนอื่นๆต่างก็ลืมเรื่อง ฉิวหวังไป…ในทะเลโกลาหลที่เขตของเผ่าสวรรค์