ตอนที่ 26
ตอนที่ 324
October 22, 2026
ตอนที่ 324 ชั้นเรียนที่มีการพัฒนาอย่างล่าช้า ภายในสวน โอวเสินเฟิงเริ่มได้สติกลับมา “เจ้าสำนักพูดถูก ข้าจะยืมมือคนอื่นได้ยังไง ?” โอวเสินเฟิงพูดด้วยสี หน้าเคร่งเครียด “สักวันหนึ่งข้าจะไปหาเขาด้วยตัวเอง ข้าทนทุกข์มา หลายปีแล้ว เรื่องที่สำคัญที่สุดคือข้าต้องการที่จะถามเขาว่า ทำไมถึง สังหารข้า แทนที่จะเอ่ยปากขอยานั่น” คำตอบนี้สำคัญสำหรับโอวเสินเฟิงยิ่งกว่าการแก้แค้น เขาเชื่อว่าจั๋วชิว ไม่ได้ชั่วร้าย ดังนั้นเขาจึงทำใจยอมรับไม่ได้ที่จั๋วชิวหักหลังเขา จางหยูแอบถอนหายใจและถามขึ้นมา “ท่านยังอยากที่จะขอลาหยุด อีกหรือไม่ ?” “ไม่แล้ว” โอวเสินเฟิงส่ายหน้า “เมื่อข้ามั่นใจว่าข้าแก้แค้นได้ ตอน นั้นข้าถึงจะขอลาไป” จางหยูยิ้มออกมา “ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดี” จางหยูเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่จะ โบกมือ “เอาล่ะ เมื่อไม่มีอะไรแล้วก็แยกย้ายกันได้ ใช่สิ ไป่ หลิง มังกรแดง, อินทรีย์ปีกฟ้า พวกเจ้าอยู่ต่อก่อน” “เจ้าสำนัก ข้าขอตัวก่อน” โอวเสินเฟิงเห็นว่าเขาไม่ได้ถูกเรียกรั้งไว้ จึงได้ขอตัว ไม่นานก็เหลือแค่จางหยูกับเจ้าแห่งเขตมืดทั้งสาม จางหยูมองไปที่ พวกนั้นและยิ้มออกมา “พวกเจ้ารู้สึกยังไงกับการสอนของ อาจารย์กู? ได้ประโยชน์อะไรหรือไม่ ?” เมื่อได้ยินแบบนั้น ทั้งสามก็มองหน้ากัน ก่อนที่ไป่ หลิงจะอธิบาย ออกมาด้วยความตื่นเต้น “ขอบคุณเจ้าสำนักที่เป็นห่วง อาจารย์กูเป็น ถึงราชาสัตว์อสูร เขาช่วยพวกเราได้มาก และอาจารย์กูก็ได้พูดถึง วิธีการบ่มเพาะที่วิเศษมากมาย รวมไปถึงกฎและวิธีบ่มเพาะที่พวก เราไม่เคยได้ยินมาก่อน ข้าเดาว่ามันอาจจะเป็นวิธีบ่มเพาะที่ส่งต่อกัน มาในตระกูลเขา” ในฐานะลูกหลานของหมาป่าละโมบกับสัตว์อสูรกลืนสวรรค์ กูเฉิน เกิดมาเป็นสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิ สิ่งที่เขาเรียนรู้มาบางทีอาจจะมีแค่ มังกรสมมุติเทพของเผ่ามังกรที่เทียบได้ “เขาถึงกับไม่หวงแหนสมบัติที่ตนมี” จางหยูแปลกใจนิด ๆ “วิธีบ่ม เพาะที่ส่งต่อกันมา เขาถึงกับยอมพูดเรื่องนี้ ช่างใจกว้างจริง ๆ” เรื่องแบบนี้ กูเฉินอาจจะไม่ใส่ใจ แต่สำหรับพวกสัตว์อสูรอย่างไป่ หลิง แล้ว มันถือว่าเป็นของระดับสูง จางหยูตรวจสอบระดับการบ่มเพาะของทั้งสาม แม้ว่ามองทะลุขั้นสูง จะแสดงให้เห็นว่า ระดับการบ่มเพาะไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่จางหยูก็ รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ระดับการบ่มเพาะของมังกรแดงและอินทรีย์ ปีกฟ้านั้น พัฒนาขึ้นมาเล็กน้อย การเปลี่ยนแปลงนี่เบาบาง ไม่ได้ ถึงกับทะลวงผ่าน แต่สำหรับทั้งสองที่ติดอยู่ขอบเขตตันซวนขั้นสูง มานานแล้ว นี่ถือได้ว่าเป็นข่าวที่น่าตื่นเต้น “ดูเหมือนว่าระดับการบ่มเพาะของพวกเจ้า จะพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก” จางหยูพูดด้วยรอยยิ้ม “ยินดีกับพวกเจ้าด้วย” มังกรแดงหัวเราะออกมา “ข้าไม่คิดว่าเจ้าสำนักจะมองออก ใช่แล้ว ระดับการบ่มเพาะของข้าได้พัฒนาขึ้นมาถึงขอบเขตตันซวนขั้น สมบูรณ์แล้ว” ขอบเขตตันซวนขั้นสมบูรณ์นั้นยังไม่ได้แยกขั้น หากพูดแท้จริงแล้วมันก็ถือว่าอยู่ขั้นสูง แต่อยู่จุดสูงสุดของขั้นสูง“ขอบเขตตันซวนขั้นสมบูรณ์โดยยังไม่ได้ปลุกสายเลือดงั้นรึ?”จางหยูเลิกคิ้ว “แม้ว่าจะไม่มียาช่วย พวกเจ้าก็พึ่งความสามารถของตัวเอง ในการทะลวงผ่านขึ้นไปยังขอบเขตหลิงซวนได้งั้นรึ ?”ยาก็แค่เพิ่มโอกาสเป็นไปได้ในการทะลวงผ่าน หากมังกรแดงและอินทรีย์ปีกฟ้าบ่มเพาะได้ไม่ดีพอ ต่อให้กินยาเข้าไปเป็นกอง ก็ไม่สามารถทะลวงผ่านขึ้นไปยังขอบเขตหลิงซวนได้มังกรแดงพูดขึ้นมา “ข้ายังไม่ได้ลอง ข้าไม่รู้ว่าทำได้หรือไม่ แต่ก็มีหวังอยู่ !”ชัดแล้วว่าเขาตื่นเต้น พวกเขาเป็นถึงเจ้าแห่งเขตมืด ไป่ หลิงได้ขึ้นถึงขอบเขตหลิงซวนขั้นต่ำแล้ว นำหน้าพวกเขาทั้งสอง ตอนนี้เขากับอินทรีย์ปีกฟ้าเองก็มีหวังที่จะทะลวงผ่านไปได้ มันไม่แปลกเลยที่เขาจะตื่นเต้น“แม้ว่าจะทะลวงผ่านไปได้ แต่ข้าก็ยังเป็นหัวหน้าของพวกเจ้าอยู่ดี”ไป่ หลิงมองไปที่มังกรแดงและอินทรีย์ปีกฟ้า ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยท่าทีเฉยเมย “อย่าลืมว่าพวกเจ้ารับปากข้าไว้แล้ว พวกเจ้าถือว่าข้าเป็นหัวหน้า แม้ว่าจะทะลวงผ่านมาได้แต่ห้ามฝ่าฝืนที่เราตกลงกันเอาไว้ พวกเจ้าจำไว้ว่าพวกเจ้าจะเป็นน้องชายข้าตามเดิม แม้ว่าจะทะลวงผ่านขึ้นมาขอบเขตหลิงซวนได้ แต่พวกเจ้าก็ยังคงเป็นน้องชายของข้า”มังกรแดงและอินทรีย์ปีกฟ้าถึงกับสลดกันอยู่สักพักจางหยูได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นมา “โอ้ ? เกิดอะไรขึ้นกัน ?”มังกรแดงพึมพำออกมา “ไป่ หลิง ทะลวงผ่านขึ้นไปยังขอบเขตหลิงซวนได้….”เขาเพิ่งจะพูดออกไปได้ไม่กี่คำ แต่ไป่ หลิงก็ค้านขึ้นมา “เจ้าเรียกข้าว่ายังไงนะ ?”“เฮ้อ…” มังกรแดงถอนหายใจและพูดขึ้นใหม่ “หัวหน้า”ไป่หลิงพูดออกมาเบา ๆ ว่า “ค่อยเข้าท่าหน่อย”“เล่าต่อ” จางหยูไม่ได้สนใจไป่หลิง และมองไปที่มังกรแดงด้วยความสงสัยมังกรแดงมองไปที่ไป่ หลิงและพูดขึ้น “หลังจากทะลวงผ่านขึ้นไปยังขอบเขตหลิงซวนได้ นางก็ขู่ข้ากับเจ้านกขนยุ่ง ข้าต้องเรียกนางว่าหัวหน้าและต้องฟังคำสั่งของนาง ไม่งั้นแล้วนางจะยึดเงินจากการเปิดป่ าหวงหยวนเขตมืดทั้งหมด…เพราะความสิ้นหวัง พวกเราจึงได้แต่ตกลงกับนางในข้อเสนอที่ไม่มีเหตุผลนี่”พวกเขาหมดหนทาง ไป่ หลิงแข็งแกร่งกว่าพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจที่จะต่อต้านได้ยิ่งไปกว่านั้น ไป่ หลิงก็รับหน้าที่ในการทำตั๋วและขายตั๋ว ผู้บ่มเพาะภายนอกรู้จักแค่ไป่ หลิง ถึงพวกเขาอยากจะต่อต้าน แต่ก็ไม่อาจจะทำได้จางหยูมองไปที่ทั้งสองด้วยสีหน้าประหลาดใจ “พวกเจ้าเป็นสัตว์อสูรขอบเขตตันซวน แต่กลับเห็นเงินของโลกมนุษย์สำคัญงั้นรึ ?”เพื่อเงินพวกนี้แล้ว พวกเขาถึงกับยอมลดเกียรติของตน และเรียกไป่หลิงว่าหัวหน้าเลยรึ ?