ตอนที่ 103
บทที่ 103 เพิ่มพลังร้อยเท่า เทียบได้กับนายพลเมืองระดับสูง!
October 22, 2026
บทที่ 103 เพิ่มพลังร้อยเท่า เทียบได้กับนายพลเมืองระดับสูง!
ฉู่โม่วเดินทางกลับเข้าฐานดังเดิมและเริ่มฝึกฝนต่อ
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือน
ระบบกลืนกินกลับมาพร้อมใช้งานใหม่อีกครั้ง
เพราะงั้นฉู่โม่วจึงออกจากฐานไปอีกรอบหนึ่ง เขาใช้เวลาอยู่ในป่าสองวันเต็มก่อนจะพบสัตว์อสูรระดับ 5 ธาตุดินและสังหารมันไป
หลังจากที่กลืนกินและหลอมรวม ฉู่โม่วก็ได้ธาตุดินระดับ 4 ที่ซึ่งเคยเป็นของสัตว์อสูรตนนี้มาครอบครอง
จากการทดสอบ
พลังของธาตุดินระดับ 4 นี้เพิ่มพลังป้องกันให้ฉู่โม่วสูงถึงสามสิบเท่าเลยทีเดียว!
ด้วยพลังระดับนี้ ขนาดที่ฉู่โม่วใช้เจตจำนงกระบี่เพื่อสร้างบาดแผลให้ร่างกาย มันยังสามารถทำรอยบนแขนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แถมไม่นานปากแผลนั้นก็ปิดลงอย่างรวดเร็วอีก
เช่นนี้คงอธิบายได้ว่า
ผู้ปลุกพลังขั้นปรมาจารย์ยุทธ์จะไม่สามารถสร้างบาดแผลให้ได้อีกต่อไป หรือต่อให้เป็นนายพลเมืองระดับต้นเองก็ยังยากที่จะทำให้เขาบาดเจ็บหนัก
ผลลัพธ์นี้ทำให้โอกาสในการมีชีวิตรอดของฉู่โม่วเพิ่มขึ้นมาอีกมากเลย
และในตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงเดือน ก่อนที่เขตแดนลับจะเปิดแล้ว
เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่เอ้อระเหยอยู่ด้านนอกนาน เมื่อเสร็จธุระแล้วฉู่โม่วจึงรีบกลับฐานไปเพื่อจะฝึกฝนต่อรอเวลาที่เขตแดนลับจะเปิด
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตาสิบวันก็ผ่านไป
ในวันนี้
ฉู่โม่วอยู่ภายในห้องฝึกซ้อมที่เพิ่งจะได้รับเครื่องวัดพลังกายเครื่องใหม่มาตั้งไว้
เครื่องวัดพลังกายเครื่องนี้เป็นตัวที่สามารถรับระดับพลังได้สูงมาก ชนิดที่ว่าต่อให้เป็นพลังกายระดับนายพลเมืองก็สามารถรับไหว!
ราคามันจึงค่อนข้างสูงเป็นเรื่องธรรมดา…
อย่างไรก็ตาม บางทีอาจจะเป็นเพราะเทคโนโลยีของฐานจินหลิงนี้เจริญไปข้างหน้าอยู่ทุกวัน มันเลยทำให้ราคาของเครื่องวัดพลังกายตัวใหม่นี้ไม่ได้แพงจนน่ากลัว ต้องมีห้าสิบล้านหินปฐมกาลจึงจะสามารถซื้อมาครอบครองได้ แต่ฉู่โม่วเป็นพันธมิตรกับหอการค้าหยกแก้ว เขาก็เลยได้ส่วนลดมาช่วยลดราคามันอีก
ตอนนี้
มันเกือบจะครบสามเดือนสำหรับการฝึกฝนตามที่ฉู่โม่ววางแผนไว้แล้ว พลังกายของเขาพุ่งทะยานเร็วราวกับติดจรวด เขาแข็งแกร่งขึ้นเกือบจะสองเท่านับตั้งแต่วันแรกที่ได้ขึ้นเป็นปรมาจารย์ยุทธ์
‘ดูซิว่าพลังกายของฉันเพิ่มขึ้นมากขนาดไหนแล้ว!’
คิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็เริ่มรวบรวมพลังอณูแห่งชีวิตและกระตุ้นเลือดลมในร่างกายก่อนจะปล่อยหมัดออกไป
ตู้ม!
กำปั้นที่ปล่อยออกไปนี้ทรงพลังเหมือนมังกรที่พุ่งใส่เป้าหมาย มันปะทะเข้ากับแท่นรับแรงตรงหน้าอย่างแม่นนยำ ทันใดนั้นตัวเลข 196 ก็ปรากฏขึ้น ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าพลังกายของฉู่โม่วพลัง 196 ช้างสารแล้ว!
นี่แค่พลังกายเพียว ๆ เองนะ!
หลังจากที่ฝึกทุกสิ่งอย่างมาสามเดือน เขาก็ได้พลังกายเพิ่มขึ้นมาอีก 84 ช้างสาร จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 112 ช้างสาร สิ่งนี้ถือว่าน่าพึงพอใจมาก ๆ
อันดับต่อไป ฉู่โม่วเริ่มรวบรวมอณูแห่งชีวิตแล้วปล่อยมันออกไปพร้อมหมัด
ตู้ม!
ด้วยการสั่นสะเทือนเล็กน้อยของตัวเครื่อง ค่าพลังใหม่ก็ปรากฏขึ้นมาบนจอแสดงผล
392 ช้างสาร!
สำหรับผู้ปลุกพลังทั่วไป ด้วยพลังกายระดับสุดยอดผนวกกับพลังของอณูแห่งชีวิต ทั้งชีวิตจะสามารถปลดปล่อยพลังได้ถึง 400 ช้างสารหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่ฉู่โม่วสามารถมาถึงจุดนี้ได้หลังจากฝึกฝนเพียงสามเดือนเท่านั้น!
แน่นอน
ว่าฉู่โม่วยังไม่พึงพอใจกับค่าพลังระดับนี้
ในแง่ของลำดับขั้น เขารู้สึกว่ามันยังเทียบกับปรมาจารย์ยุทธ์ระดับกลางที่เป็นผู้มีพรสวรรค์ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!
ถึงแม้พลังกายของเขาจะแตะช้างสาร 196 ช้างสารแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกชัดเจนว่ามันยังห่างไกลกับขีดจำกัดของเขาอยู่อีกมาก
อันที่จริง
เขารู้สึกด้วยว่าตนเองยังไม่เข้าถึงระดับกลางของปรมาจารย์ยุทธ์เลยด้วย
พูดอีกอย่าง
ในฐานะที่เป็นปรมาจารย์ยุทธ์ เขาน่าจะสามารถเพิ่มพลังกายให้ได้มากกว่านี้อีก
“หลังจากที่หมุนเวียนอณูแห่งชีวิตไปแล้ว พลังของฉันเพิ่มขึ้นเป็นช้างสาร 392 ช้างสาร แล้วถ้าฉันสามารถเพิ่มพลังอสนีบาตคงกระพัน เจตจำนงกระบี่ 30% แล้วก็กระบวนท่ากระบี่วายุอัสนีบาต มันน่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 240 เท่าเลย!”
การทับซ้อนของพลังเหล่านั้น จะทำให้ฉู่โม่วมีพลังช้างสารมากถึง 240 เท่าจากปัจจุบัน!
แต่มันจะทำได้งั้นเหรอ!?
คิดดังนั้นฉู่โม่วอดที่จะสูดหายใจเข้าลึกไม่ได้
ชายหนุ่มรอไม่ไหวที่จะทดลองทฤษฎีนั้นดู จึงรีบออกจากคฤหาสน์ไป!
จริง ๆ เขาอยากจะทดสอบมันที่นี่เลย แต่หลังจากที่มองไปรอบ ๆ ห้องแล้ว เขาเกรงว่าความรุนแรงอาจจะทำให้คฤหาสน์หลังนี้ถล่มลงมาได้เลย
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ฉู่โม่วจึงเลือกที่จะไปทดสอบภายในป่าจะดีกว่า
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง
ภายในหุบเขาที่อยู่ห่างจากฐานจินหลิง
ฉู่โม่วค่อย ๆ สูดลมหายใจขณะที่หลับตาอยู่ และพลันเมื่อเขาลืมตาตื่น…
ด้วยเสียง ‘ชิ้ง’ ของกระบี่ถูกชักออกจากฝักเป็นที่เรียบร้อย เลือดลมภายในร่างกายถูกสูบฉีด ขณะเดียวกันอณูแห่งชีวิตจากจุดตันเถียนก็ถูกปลดปล่อยออกมา ควบคู่ไปกับเจตจำนงแห่งกระบี่ที่หลั่งไหล ทวาราแห่งกระบี่ทั้ง 365 จุดก็ร่วมปลดปล่อยพลังออกมาจากทั่วร่างกายจนทั่วทั้งร่างเกิดการสั่นไหว และด้วยพลังกายของอสนีบาตคงกระพันที่เพิ่มพลังให้มหาศาล เพลงกระบี่วายุอสนีบาตก็ปรากฏ
สายลมหมุนทลายควบคู่ไปกับกระแสไฟฟ้าที่ไหลท่วมอากาศ
คมกระบี่พุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างเกรี้ยวกราด!
ซู่!
ทันทีที่ฉู่โม่วกวัดแกว่งกระบี่ เสียงของอากาศที่ถูกแหวกออกก็ดังกังวานราวกับเสียงระเบิด รอยแยกของพื้นดินยิงยาวไปไกลหลายพันเมตรปรากฏให้เห็น
รอยแยกนั้นกว้างราว ๆ สี่เมตรและลึกกว่าสิบเมตร
ตลอดทางที่มันผ่านไป ทั้งต้นไม้และก้อนหินมากมายถูกตัดขาดด้วยคมกระบี่ ฝุ่นดินฟุ้งกระจายไปทั่วฟ้าและอากาศราวกับเกิดระเบิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้
ด้วยพลังที่น่ากลัวขนาดนี้ หากมีคนอื่นมาเห็นพวกเขาคงได้กลับไปนอนฝันร้ายกันแน่!
ทว่าเจ้าของพลังที่น่ากลัวอย่างฉู่โม่วกลับขมวดคิ้วแทน
เขารู้สึกได้ว่า คมกระบี่ที่เพิ่งปลดปล่อยออกไปนั้น ที่ซึ่งเป็นพลังจากทั้งหมดร่างกายของเขา มันไม่ได้มีความรุนแรงขนาดที่ว่าถึง 240 เท่าจากที่เขาคำนวณเลย!
‘เมื่อกี้มัน… แค่ 100 เท่าเองหรือเปล่านะ? ทั้ง ๆ ที่ฉันกระตุ้นอณูแห่งชีวิตใส่ไปแล้วด้วย… พลังมันควรมากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมล่ะ? ทำไมมันถึงออกมาแค่ 100 เท่านั้นล่ะ!?’
‘เกิดอะไรขึ้นกันแน่!’
ฉู่โม่วขมวดคิ้วอย่างงุนงง
เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเมื่อตอนคมกระบี่ถูกสร้าง พลังมันขึ้นสูงได้มากกว่านี้แน่ ๆ แต่พอหลังจากที่พุ่งออกไปแล้ว พลังมันกลับลดลงอย่างรวดเร็วเสียอย่างนั้น
อย่างกับว่าโดนอะไรบางอย่างขัดขวางไม่ให้ส่งพลังออกไปเท่าที่ควร และเหลือเพียง 100 เท่าแทน
“เรื่องนี้ไม่ปกติแน่นอน…”
ด้วยความไม่เชื่อ ฉู่โม่วปลดปล่อยคลื่นกระบี่อีกครั้ง
แต่ไม่ว่าจะฟาดฟันแบบไหน ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม พลังของเขาออกไปเพียง 100 เท่าเท่านั้น