ตอนที่ 119
บทที่ 119 ฝึกฝนอย่างหนักและพังพอนมายาระดับ 5 ปรากฏตัว!
October 22, 2026
บทที่ 119 ฝึกฝนอย่างหนักและพังพอนมายาระดับ 5 ปรากฏตัว!
ภายในช่องทางเล็ก ๆ ที่ลึกลับ ภายในนั้นมีบ่อน้ำเล็ก ๆ ที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาอยู่ บ่อน้ำแห่งนี้กำลังปลดปล่อยอณูแห่งชีวิตรุนแรงออกมา
ฉู่โม่วตามอาไต๋มายังที่แห่งนี้
เพียงแค่หยุดก้าวเดินและสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขาก็รู้สึกได้ถึงอณูแห่งชีวิตที่รุนแรงกำลังหลั่งไหลและเติมเต็มเข้ามาในร่าง สิ่งนี้ทำให้อณูแห่งชีวิตที่อัดแน่นอยู่ในจุดตันเถียนกลับมาคึกคักอีกครั้ง
“บ่อน้ำปฐมกาลที่เกิดจากการที่อณูแห่งชีวิตทับถมลงมาในน้ำมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ฉันน่าจะใช้ที่นี่ฝึกฝนได้!”
ดวงตาของฉู่โม่วเป็นประกาย เขาไม่รอช้าที่จะกระโดดลงไป
อณูแห่งชีวิตที่ไร้ขีดจำกัดท่วมท้นร่าง ก่อนจะเริ่มทำการรักษาแขนขาและกระดูกไปพลาง ๆ
ขนาดยังไม่ได้ใช้กระบวนท่าฝึกฝนร่างกายยังมีผลด้วยตัวมันเองเช่นนี้ หากว่าได้ฝึกฝนภายในบ่อน้ำนี้ละก็ อยากรู้จริง ๆ ว่าจะได้พลังมามากขนาดไหน!
คิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็หยิบเอาคัมภีร์กระดาษหยกที่บันทึกเกี่ยวกับกระบวนท่าฝึกฝนอณูแห่งชีวิตออกมา เขาค่อย ๆ ร่ำเรียนก่อนจะเริ่มปฏิบัติตาม
เพียงแค่ได้เริ่มฝึกฝนไปสัปดาห์หนึ่ง ฉู่โม่วก็รู้สึกได้ว่าร่างกายกำลังดึงดูดอณูแห่งชีวิตปริมาณมากเข้ามา และส่วนใหญ่มาจากของเหลวที่อยู่ภายในบ่อน้ำปฐมกาลนี้ พวกมันเริ่มขัดเกลาสลับกับรักษาร่างกายที่เสียหายจากการฝึกฝนทุกวินาที
ภายในครึ่งชั่วโมง ฉู่โม่วก็ได้พลังกายเพิ่มมาอีก 1 ช้างสารแล้ว!
“สมแล้วที่เป็นกระบวนท่าฝึกฝนร่างกายที่เป็นความลับของสำนัก!”
“พลังในการช่วยกระตุ้นการดูดกลืนอณูแห่งชีวิตนี้สูงกว่าก่อนหน้าเป็นสิบเท่าเลย!”
ความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉู่โม่ว
แต่เดิมแล้ว ด้วยวิธีฝึกฝนดูดซับอณูแห่งชีวิตแบบเก่า มันทำให้พลังช้างสารของเขาเพิ่มมาวันละ 1 ขั้น ซึ่งนับว่าเร็วมากแล้ว
ทว่าเมื่อเทียบเข้ากับกระบวนท่าฝึกอณูแห่งชีวิตนี้ มันพูดได้เลยว่าคนละขั้น!
“จากแต่เดิมเวลาหนึ่งเดือนสามารถเพิ่มได้ 30 ช้างสาร หากจะเร่งให้ตนเองเป็นนายพลเมืองจริง ๆ และต้องใช้เวลาร่วม ๆ สามปีกว่าจะสำเร็จ”
“แต่ด้วยความเร็วระดับนี้ บางทีอาจจะใช้เวลาไม่ถึงสามเดือนเลยก็ได้!”
“ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ฉันยังอยู่ในเขตแดนที่เปี่ยมไปด้วยอณูแห่งชีวิตหนาแน่น แล้วถ้าใช้ควบคู่ไปกับเลือดอสูร… มันน่าจะใช้เวลาสั้นลงไปอีก!”
“เวลาที่ต้องใช้…”
“อาจจะเหลือเพียงแค่เดือนกว่า ๆ เท่านั้นก็จะสามารถไปสู่บั้นปลายปรมาจารย์ยุทธ์ระดับสูง!”
“ต่อให้จะไม่สามารถขึ้นเป็นนายพลเมืองได้ตั้งแต่ที่ยังอยู่ในเขตแดนลับ แต่ด้วยวิธีฝึกฝนร่างกายนี้จะทำให้ทลายขีดจำกัด และกลายเป็นนายพลเมืองได้อย่างแน่นอน!”
ยิ่งพูด แววตาของฉู่โม่วยิ่งเต็มไปด้วยความปรารถนาแรงกล้า
ด้วยเวลาเพียงเดือนกว่า ๆ เขาจะสามารถเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ระดับสูงได้
หากความเร็วในการพัฒนาตนเองที่ล้ำหน้ากว่าใคร ๆ ถูกแพร่สะพัดออกไปละก็ เขามั่นใจเลยว่าฐานจินหลิงจะต้องไม่สงบสุขแน่!
“ยังเหลือเวลาอยู่อีกเดือนหนึ่งก่อนที่เขตแดนลับแห่งนี้จะจบลง”
“ฉันต้องส่งตัวเองให้เข้าใกล้ขั้นนายพลเมืองให้ได้มากที่สุด!”
ฉู่โม่วตั้งเป้าหมาย!
เมื่อปณิธานตั้งมั่นแล้ว
เขาจึงหยิบเอาขวดเลือดอสูรระดับ 5 ระดับสูงจำนวนสิบขวดออกมา และดื่มลงไปทั้งหมดในอึกเดียว
พลังที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดพลันแผ่ซ่านไปทั่วกายา!
เสมือนว่าเส้นลมปราณกำลังจะระเบิดออก
รู้สึกเช่นนั้น
ฉู่โม่วก็รีบใช้กระบวนท่าฝึกฝนอณูแห่งชีวิตทันที ระหว่างนั้นก็ปล่อยให้ของเหลวที่อุดมไปด้วยอณูแห่งชีวิตหลั่งไหลอาบร่าง เพื่อที่จะได้ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากการใช้เลือดสัตว์อสูรจำนวนมากนี้ไปพร้อม ๆ กัน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตาก็ผ่านไปยี่สิบวันแล้ว
ในวันนี้
ฉู่โม่วลืมตาขึ้น เขายังคงไม่ออกไปพบใคร
“พลังกายของฉันมีมากถึง 1,200 ช้างสารแล้ว แต่ยังไม่ถึงขีดจำกัดร่างกาย ฉันยังพัฒนาได้อีก!”
เขาบ่นพึมพำ
ปรมาจารย์ยุทธ์ทั่ว ๆ ไป พลังเพียงแค่ 200 ช้างสารก็ต้องเตรียมตัวทลายขีดจำกัดร่างกายแล้วขยับขึ้นเป็นนายพลเมืองกันแล้ว
แต่ตัวเขาที่พลังสูงถึง 1,200 ช้างสารกลับยังพัฒนาต่อไปได้
เท่านี้ก็เห็นได้แล้วว่ารากฐานของฉู่โม่วและขีดจำกัดของเขานั้นสูงขนาดไหน
“ต้องพยายามฝึกต่อไป!”
ด้วยความตั้งใจนี้ ฉู่โม่วลงมือฝึกฝนต่อเพื่อที่จะบรรลุระดับสูงของปรมาจารย์ยุทธ์
ทว่า…
ขณะที่หันมองไปรอบ ๆ ตัว
เขาก็พบว่าบ่อน้ำปฐมกาลที่ใช้ในการฝึกฝนมาร่วมยี่สิบวันนี้ดูดกลืนอณูแห่งชีวิตไปจนหมดเรียบร้อยแล้ว มันมอบพลังให้แก่เขามาถึง 300 ช้างสาร!
“ดูเหมือนต้องลองหาบ่อน้ำปฐมกาลบ่อใหม่ซะแล้วสิ”
ฉู่โม่วพูด
ภายหลังจากบอกอาไต๋ไปแล้ว เขาก็ออกมาจากบ่อน้ำบ่อเดิมและเตรียมตัวไปหาสถานที่สำหรับฝึกฝนแห่งใหม่
แต่…
เพียงแค่คิด จิตสัมผัสของฉู่โม่วก็ตรวจจับคลื่นแปรปรวนที่อยู่ห่างจากเขาไปราว ๆ ยี่สิบกิโลเมตรได้!
“มีคนกำลังสู้กันเหรอ?”
จากคลื่นแปรปรวนนี้ มันค่อนข้างจะบอกชัดเจนเลยทีเดียว เพราะงั้นเขาจึงไม่รอช้าที่จะตรงไปยังจุดที่ตรวจเจอคลื่นดังกล่าว
ในเวลาไม่นาน
ฉู่โม่วก็มาถึงบริเวณใกล้เคียงของที่หมาย ที่ซึ่งเมื่อมองไปแล้วจะเห็นได้ว่ามีผู้ปลุกพลังหลายคนเกาะกลุ่มกันอยู่เบื้องหน้า นอกจากนี้ยังมีซากศพอีกหลายร่างกองอยู่บนพื้นด้วย
“นั่นมัน… คนจากเครือหอการค้าหยกแก้วนี่?”
เขาจำได้ดีเพราะชุดที่คนเหล่านั้นสวมใส่ พวกเขาเป็นผู้ปลุกพลังของเครือหอการค้าหยกแก้ว
นอกจากนี้ยังมีคนที่หน้าคุ้นตาผู้หนึ่ง ซึ่งเมื่อครั้งนั่งยานบินมายังเขตแดนลับนี้ เขานั่งอยู่ข้าง ๆ ฉู่โม่วเลย
คนคนนี้เป็นนายพลเมืองระดับต้น แต่ถึงอย่างนั้นก็มีความแข็งแกร่งไม่น้อยหน้าใคร ทว่าในตอนนี้สีหน้าของเขากลับดูเหมือนกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง มันซีดเผือดโดยที่ตามร่างกายก็มีบาดแผลปรากฏให้เห็นด้วย
“บ้าเอ๊ย …สัตว์อสูรระดับ 5 หกตัว ส่วนที่เหลือเป็นระดับ 4 หมดเลยนี่หว่า!”
ภายหลังจากที่สังเกตสถานการณ์ ฉู่โม่วก็รีบวิ่งออกไปทันที
ในเมื่อคนคนนี้เป็นผู้ปลุกพลังจากเครือหอการค้าหยกแก้ว การที่เขาจะปล่อยทิ้งดูดายอยู่ตรงนี้ก็คงจะไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่
ฉั้วะ!
ด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว สัตว์อสูรระดับ 5 ที่กำลังเกรี้ยวกราดตัวหนึ่งก็ตายลงทันทีเพราะโดนจุดตายเข้าเต็มเปา มันไม่มีโอกาสจะส่งเสียงสักแอะ!
“คุณฉู่โม่ว!?”
“ใช่คุณฉู่จริง ๆ ด้วย!”
“พวกเราปลอดภัยแล้ว!”
เมื่อเห็นเช่นนั้น เหล่าผู้ปลุกพลังที่เหลือของพันธมิตรเครือหอการค้าหยกแก้วต่างงุนงงกันไปครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นว่าเป็นฉู่โม่วที่เข้ามาช่วย รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เคยหวาดกลัว
เมื่อตอนที่เสาะหาบุปผามังกรคำรามก่อนหน้า ทักษะวิชากระบี่ของฉู่โม่วที่ทำลายค่ายกลได้นั้น สร้างความประทับใจให้แก่คนเหล่านี้เป็นอย่างมาก
ดังนั้นเมื่อได้เห็นว่าฉู่โม่วอยู่ที่นี่ด้วย ใจของพวกเขาก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมา
และมันก็เป็นอย่างที่พวกเขาคิด