ตอนที่ 138
บทที่ 138 ราชันย์สวรรค์ต้าเหยี่ยน และกระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน!
October 22, 2026
บทที่ 138 ราชันย์สวรรค์ต้าเหยี่ยน และกระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน!
ที่แห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก
มันมีเพียงต้นไม้ต้นเดียวที่ยืนต้นคดงอดูตระหง่านตาทว่าไร้ซึ่งก้านใบ
ใกล้กันนั้นมีโต๊ะหินกับม้านั่งสามตัวถูกจัดวางไว้
แรกพบไม่มีสิ่งใดให้น่าสะดุดตา
ฉู่โม่วกวาดตากลับไปมองยังคฤหาสน์หลังหนึ่งที่อยู่ถัดจากต้นไม้ไปแทน เขาเดินตรงไปยังที่แห่งนั้น
ภายในเองก็ไม่มีสิ่งใดที่ดูแล้วสะดุดตาเป็นพิเศษจะมีก็แต่บริเวณกลางคฤหาสน์ ฟูกที่ถูกวางไว้นั้นมีโครงกระดูกถูกจัดไว้ในท่านั่งขัดสมาธิ
ไม่รู้ว่าโครงกระดูกนี้มาอยู่ที่นี่นานขนาดไหนแล้ว
กระดูกทุกชิ้นเป็นสีทอง ยามโดนแสงตกกระทบ มันเปล่งประกายอร่ามออกมาเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็ปลดปล่อยแรงกดดันจาง ๆ ออกมาด้วย
“กระดูกทองคำงั้นเหรอ… ไหนจะกลิ่นอายพลังที่ยังหลงเหลือนี่อีก… คนคนนี้เผลอ ๆ น่าจะแข็งแกร่งกว่าผู้พิทักษ์แห่งสำนักกระบี่สวรรค์ที่เจอเมื่อเขตแดนลับเมฆาครามอีกมั้ง”
‘ฉันเอง… ก็อยากจะขึ้นไปถึงขั้นราชันย์ยุทธ์ก่อนที่จะตายเหมือนกัน!’
เขาคิดกับตนเอง
จากนั้นก็กวาดตามองไปรอบ ๆ บ้านอีกครั้งอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ไม่นานนักก็พบเข้ากับหม้อหยกสามขาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้าง ๆ กระดูกทองคำนั้น
มันมีสามขาสองหูสูงประมาณหนึ่งไม้บรรทัด รูปทรงเหมือนหม้อจุดกำยานที่ทั่วทั้งใบถูกสร้างขึ้นจากหยกใส แลดูมีน้ำหนักและความสวยงามยากที่จะหาชมได้ง่าย ๆ
สิ่งนี้โดดเด่นแม้เพียงมองผ่าน
ฉู่โม่วเดินตรงไปยังสิ่งนั้น และใช้มือหยิบเอาหม้อสามขานี้ขึ้นมาเชยชม เขาพยายามสังเกตมันโดยรอบ แต่ก็ไม่พบอะไรที่ดูไม่ปกติ
กระนั้นแล้วก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของอณูแห่งชีวิตที่อัดแน่นอยู่ภายในเล็กน้อย
ครึ่ก!
ทันใดนั้นเอง
จู่ ๆ หม้อสามขาก็เกิดสั่นขึ้นมาเบา ๆ และปลดปล่อยแสงสว่างสีทองออกมา มันสยายออกแผ่แสงไปทั่วและผลุบหายเข้าไปในห้วงจิตของฉู่โม่ว!
พลันเมื่อตระหนักได้ถึงความผิดปกตินั้น สีหน้าของชายหนุ่มก็แสดงออกถึงความตกใจอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าหลังจากลองสำรวจตัวเองแล้ว เขาพบว่าแสงสีทองนั้นไม่ได้ทำอะไรแปลก ๆ กับร่างกายภายนอกแต่อย่างใด แต่ดูเหมือนว่าปลายทางของมันจะเป็นปฐมวิญญาณของเขาต่างหาก!
“นี่มัน…”
“แสงสวรรค์ทะลวงวิญญาณ!?”
ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงแสงสีทองที่ยังคงส่องสว่างอยู่ภายในห้วงจิต เขาถึงได้รู้ว่าสิ่งนี้คือหนึ่งในกระบวนท่าอย่างหนึ่ง
ที่ซึ่งพิเศษและล้ำค่ามาก ๆ ในบรรดากระบวนท่าลับที่เกี่ยวของกับจิตวิญญาณทั้งหลาย!
แสงสวรรค์ทะลวงวิญญาณ!
มีเพียงผู้ปลุกพลังที่ได้ทำการฝึกฝนปฐมวิญญาณแล้วเท่านั้นที่จะสามารถเรียนรู้ได้ เมื่อใดที่ฝึกฝนจนเสร็จ เขาจะสามารถใช้ร่างปฐมวิญญาณในการบังคับแสงศักดิ์สิทธิ์ในการโจมตีใส่ปฐมวิญญาณของศัตรูได้
ภายใต้ความรุนแรงของแสงศักดิ์สิทธิ์นี้ หากปฐมวิญญาณของศัตรูเป็นเพียงจิตวิญญาณที่อ่อนแรง จิตวิญญาณนั้นจะถูกทำลายลงไปทันที และเจ้าของร่างจะกลายเป็นเพียงซากศพเดินดินไร้วิญญาณเท่านั้น!
“น่ากลัวยิ่งนัก!”
ภายหลังจากที่รู้ว่ากระบวนท่านี้น่ากลัวขนาดไหน ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าตกอกตกใจออกมา
ทว่าตอนนั้นเอง ใบหน้าของเขาก็ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้น
ด้วยการได้รับกระบวนท่าที่ทรงพลังเช่นนี้มา หากฝึกฝนมันได้สำเร็จ เขาก็จะมีกระบวนท่าไว้ให้ปฐมวิญญาณของเขาใช้เมื่อต้องสู้กับศัตรูในอนาคตแล้ว!
หากต้องเจอกับผู้ที่มีพลังกายแข็งแกร่งมาก ๆ ในภายภาคหน้า การใช้กระบวนท่านี้ในจังหวะที่ถูกที่ควร แม้จะไม่สามารถทำให้ศัตรูล้มตายได้ในทันที แต่น่าจะสามารถทำให้ศัตรูบาดเจ็บหนักได้เลยทีเดียว
และเมื่อเป็นเช่นนั้น ศัตรูก็จะเสียโอกาสจะโจมตีฉู่โม่วกลับอีกครั้งหนึ่ง!
“กระบวนท่าลึกลับจากอดีตกาลเหล่านี้ช่างเป็นอะไรที่ทรงพลังจริง ๆ”
“ต่อให้สิ่งนี้เป็นเพียงกระบวนท่าทั่วไปที่ทุกคนในยุคนั้นใช้ได้ แต่น่าแปลกที่ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้ในฐานจินหลิงมาก่อนเลย เหล่ากระบวนท่าลึกลับเหล่านี้กลับมีโอกาสพบได้ในเขตแดนลับเช่นนี้เสียมากกว่า!”
“เป็นไปได้ไหมนะ ว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่กระบวนท่าเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในที่ของมันเองเพื่อรอให้ผู้ที่จะได้รับการสืบทอดมาเจอเอง?”
ฉู่โม่วเผลอกระชับมือจับหม้อสามขานี้ไว้แน่นขึ้นขณะพูดพึมพำเบา ๆ
ขณะนั้น
ภายในใจของฉู่โม่วกำลังคำนวณถึงมูลค่าของกระบวนท่าลับทะลวงวิญญาณนี้อยู่ เขารู้สึกได้เลยว่าไม่มีสิ่งไหนที่ได้มาจากเขตแดนลับครั้งนี้แล้ว จะสามารถมีมูลค่าเทียบเท่ากระบวนท่านี้ได้อีก
ไม่ต้องสงสัยเลย
หากเรื่องของกระบวนท่าลับนี้ถูกแพร่ออกไปล่ะก็ เหล่ากองกำลังที่แข็งแกร่งจากทั่วดาวเคราะห์สีฟ้าแห่งนี้จะต้องตื่นตระหนกกันเป็นบ้าเป็นหลังแน่ ๆ!
ฟู่…
ด้วยการถอนหายใจยาว ฉู่โม่วพยายามข่มดวงใจที่กำลังสั่นไหวแล้ววางหม้อหยกสามขานี้ลงไปในมิติพกพาอย่างระมัดระวัง
ภายหลังจากที่เก็บสมบัติภายในห้องนี้ไปแล้ว ก็ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่มีอะไรให้เก็บเกี่ยวอีก
ฉู่โม่วหันไปมองรอบ ๆ และไปสะดุดตากับร่างโครงกระดูกสีทองที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
“ผมเผอิญหลุดเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ และได้รับกระบวนท่าลับทะลวงวิญญาณนี้ไป ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าท่านผู้ยิ่งใหญ่เป็นใคร แต่อยากจะกล่าวขอบคุณที่ได้ทิ้งสิ่งล้ำค่าเช่นนี้ไว้ให้”
พูดไปเช่นนั้นแล้ว ฉู่โม่วก็โค้งคำนับด้วยความเคารพ
จากนั้นก็หาเอาไม้ที่มีมูลค่าสูงออกมาจากมิติพกพาและนำมันมาสร้างเป็นโลงศพขนาดเล็ก เพื่อที่จะนำร่างโครงกระดูกสีทองนี้ใส่ลงไปและนำไปฝั่งไว้ในดิน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โครงกระดูกร่างนี้ดูแลไว้ให้ก็ถือว่าช่วยเขาได้มาก ดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้ผู้มีพระคุณเช่นนี้ต้องนั่งเผชิญแสงแดดที่ส่องเข้ามาหลังจากที่ทำคุณให้คนอื่นไปแล้ว
ทว่า…
เพียงแค่ฉู่โม่วนำโครงกระดูกทองคำนั้นมาบรรจุใส่โลงศพ
แสงสวรรค์ก็เปล่งออกมาจากโครงกระดูกร่างนั้นและอาบไปทั่วทั้งจิตใจของฉู่โม่ว!
เพียงชั่วพริบตา กลางอากาศปรากฏร่างของชายชราคนหนึ่งขึ้น นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา เขาดูเหมือนเทพเจ้าที่ปรากฏตัวลงมาจากฟากฟ้าก็มิปาน
ชายชราผู้นั้นหันมองรอบ ๆ กายก่อนจะเหลือบมองฉู่โม่วที่กำลังตกใจ เสียงหัวเราะจากชายชราดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงพูด “เจ้าหนุ่ม ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเป็นคนที่มีจิตใจดีเช่นนี้ ขอบคุณที่ตั้งใจจะนำร่างของข้าไปฝังไว้ใต้ดินเพื่อให้ข้าได้พักผ่อนอย่างสงบนะ”
“นี่คือ…”
เมื่อมองร่างตรงหน้าแล้ว หัวใจของฉู่โม่วก็เต้นแรงอีกครั้ง แววตาของเขาดูตกตะลึงเมื่อได้สบตากับอีกฝ่าย
หรือว่าโครงกระดูกนี่…
ยังไม่ตาย!?
เหมือนอีกฝ่ายจะอ่านความคิดฉู่โม่วได้ ชายชราจึงชิงพูดก่อนด้วยรอยยิ้ม “ข้าตายแล้ว นี่เป็นเพียงจิตสุดท้ายที่หลงเหลือไว้ก่อนจะตายเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อคอยแสวงหาผู้สืบทอดที่คู่ควรนั่นแหละนะ”
“เจ้าเองก็คงจะได้ฝึกฝนปฐมวิญญาณไว้บ้างแล้ว? อา ข้าสัมผัสได้ผ่านแสงสวรรค์ของข้า ข้าเจอปฐมวิญญาณของเจ้า… เจ้ารับแสงสวรรค์ทะลวงวิญญาณจากในหม้อหยกไปแล้ว!”
“เอ่อ ข้าหมายถึงกระบวนท่าลับทะลวงวิญญาณ มันยังไม่ใช่กระบวนท่าที่สมบูรณ์หรอกนะ! หากผู้ที่เข้ามายังที่แห่งนี้ไม่สัมผัสร่างของข้า เขาก็จะได้ไปเพียงกระบวนท่าที่ไม่สมบูรณ์ แต่ถ้าสัมผัสข้าแล้วไม่ผ่านเงื่อนไข เรื่องก็จบไม่สวยเหมือนกัน…”
ระหว่างที่พูดเช่นนั้น ชายชราก็ยังคงยิ้มอยู่ตลอด
ทว่ากลับทำให้จิตใจของฉู่โม่วหนาวสั่นไปหมด เขาเข้าใจว่าชายชราผู้นี้กำลังพูดเรื่องอะไร ไม่ผ่านเงื่อนไขนั่น… เข้าใจเลยว่าจบไม่สวยคืออะไร!
“เอาน่า ขั้นสุดท้ายของการป้องกันคนที่มีจิตใจหยาบช้ามาครอบครองกระบวนท่าลับของข้ามันก็ต้องรุนแรงกันหน่อย… อย่างน้อย ๆ วิธีของข้าจะช่วยลดอัตราการมีอยู่ของคนไม่ดีในสังคมพวกเจ้าได้นะ หยวน ๆ ไปเถอะ!”
“จริงสิ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป ตอนนี้ข้าเจอผู้โชคดีแล้ว ถึงแม้ว่าเจ้าที่เป็นผู้สัมผัสตัวข้าจะไม่ได้ใช่ผู้ที่มีจิตใจดีเลิศอะไรขนาดนั้น แต่ก็ถือได้ว่าผ่านเกณฑ์อย่างฉิวเฉียดเลยนะ ตอนนี้เจ้าถือเป็นผู้สืบทอดที่ข้าชื่นชอบที่สุดเลยล่ะ!”
“เพราะงั้น ข้าจะมอบส่วนเติมเต็มของกระบวนท่าลับทะลวงวิญญาณให้เป็นของรางวัลก็แล้วกัน!”
พูดเช่นนั้น
ชายชราก็ชี้ไปยังฉู่โม่ว แสงสีทองเปล่งจากปลายนิ้วของเขาและพุ่งตรงเข้าไปในห้วงจิตของฉู่โม่วอีกครั้ง