ตอนที่ 14
บทที่ 14 กำจัดผู้ฝึกยุทธ์ระดับต้น!
October 22, 2026
บทที่ 14 กำจัดผู้ฝึกยุทธ์ระดับต้น!
ในป่าใหญ่
ฉู่โม่วกำลังฝึกฝนกระบวนท่าที่เขาได้จากหนังสือกระบวนท่าระดับทองแดง ‘ย่างก้าวหมอกควัน’ อยู่ ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ฝึกได้ง่าย ๆ สักเท่าไหร่
ถ้าหากสามารถฝึกฝนมันได้สำเร็จ เขาจะสามารถเคลื่อนที่ไปในระยะทางสั้น ๆ ได้รวดเร็วเหมือนการเทเลพอร์ต และมันจะทำให้คนอื่นคาดเดาการเคลื่อนไหวของเขาได้ยากมาก ๆ
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็ใช่ว่าจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนเทเลพอร์ตซะทีเดียว เพราะมันยังหลงเหลือเงาให้พอจะเห็นได้ว่าเขากำลังเคลื่อนที่ไปทางไหน คล้ายกับกลุ่มควัน ไม่ก็หมอกจาง
แต่ในขณะเดียวกัน ข้อเสียของมันยังสามารถใช้พลิกแพลงได้อยู่ เพราะการเคลื่อนที่ที่ทิ้งร่องรอยหลอกเอาไว้ ก็สามารถใช้เป็นตัวล่อให้ศัตรูมึนงงได้เช่นกัน!
ดังนั้นแล้วก็ยังถือได้ว่าเป็นกระบวนท่าที่ทรงพลังอยู่ดี
อันที่จริงสิ่งนี้ก็ไม่ใช่อะไรที่จะสามารถได้มันมาง่าย ๆ ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะอิงจากขั้นตอนการฝึกฝนแล้ว มันค่อนข้างจะยากเย็นมาก ๆ เลยทีเดียว กระบวนท่านี้ต้องการการกำหนดลมหายใจระดับสูง การเดินลมปราณในร่างและเลือดที่ไหลเวียนในระดับที่เสถียร แน่นอนว่าร่างกายที่ยืดหยุ่นเองก็ถูกบังคับให้ฝึกเพื่อใช้กระบวนท่านี้ด้วย
ทว่าเพราะฉู่โม่วเป็นผู้ครอบครองธาตุลมที่แม้จะเป็นเพียงระดับ 2 แต่มันก็มากพอที่จะช่วยทำให้เขาสามารถฝึกกระบวนท่านี้ได้อย่างราบรื่น
ด้วยเหตุนี้ การฝึกฝนของเขาจึงไม่มีอุปสรรคใดที่ยากเกินแก้อีกต่อไป
ยกเว้นแค่ตอนแรกที่ร่างกายยังไม่คุ้นชิน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป การฝึกกระบวนท่าย่างก้าวหมอกควันก็เริ่มทำให้เขาเริ่มเข้าถึงมันได้มากขึ้น
หลังจากไม่กี่ชั่วโมงที่ฝึกฝน
การเคลื่อนที่ไปด้านหน้าของเขาเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นมาเป็นอย่างมาก เขาสามารถเคลื่อนไหวได้เหมือนกลุ่มควัน เพียงชั่วพริบตาจากจุดนู้นมาจุดนี้ ร่างของเขาหายไปจริง ๆ ขณะที่กำลังเคลื่อนที่!
“อย่างที่คาดไว้เลย สมแล้วที่เป็นกระบวนท่าระดับทองแดง!”
ฉู่โม่วหยุดพักเพื่อสูดอากาศหายใจ ตอนนี้ที่หน้าผากของเขาเริ่มมีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาให้เห็นแล้ว แต่นอกจากเหงื่อ บนใบหน้าของเขาก็ยังมีรอยยิ้มปรากฏให้เห็นด้วยเช่นกัน
การฝึกฝนอย่างหนักมานานนับชั่วโมงนี้ ในที่สุดเขาก็ได้เข้าถึงกระบวนท่าย่างก้าวหมอกควันในที่สุด!
“เท่านี้ฉันก็มีธาตุสายฟ้า ธาตุลม แล้วก็มีกระบวนท่าระดับทองแดงสองท่า คือกระบี่ฝ่าวายุกับย่างก้าวหมอกควันแล้ว!”
“ด้วยสิ่งเหล่านี้ ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลาง ฉันก็น่าจะสู้ไหว เผลอ ๆ จะสามารถเอาชนะเขาได้ด้วยละมั้งเนี่ย!”
รับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของตนเองที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เขาย่อมต้องรู้สึกมีความสุขเป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว
หันมองเวลาที่เริ่มจะดึกขึ้นมาทุกที ฉู่โม่วจึงตัดสินใจที่จะกลับบ้าน
ทว่าตอนนั้นเอง
เพียงเดินวกกลับเข้ามาถึงตรอกซอยที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านตนเองนัก ชายหนุ่มก็จำต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง สายตาของเขากวาดผ่านไปในความมืด ในจุดที่เป็นกำแพง
ที่ตรงนั้น
มีชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังก้าวเดินออกมาช้า ๆ
“ช่างเป็นคนหนุ่มที่มีสายตาเฉียบคมเสียจริง ๆ”
ชายชราถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขาเดินตรงมาหาฉู่โม่วและถามด้วยน้ำเสียงสุขุมนุ่มลึก “เธอคือฉู่โม่วใช่หรือเปล่า?”
“ถ้าใช่ มันเลยเป็นเหตุผลที่คุณลุงออกมาขวางทางผมงั้นเหรอครับ?”
ฉู่โม่วพูดพลางขมวดคิ้วมองเขา
“ฉันคือผู้อาวุโสเค่อเหนียน ครั้งนี้ฉันมาที่นี่ตามคำสั่งนายท่าน เช่นนั้นแล้วได้โปรดมาตามการเชื้อเชิญของนายท่านด้วย”
“ผมจำเป็นต้องทำตามที่คุณพูดด้วยเหรอครับ?”
ชายหนุ่มยังคงพูดต่อ “ผมไม่รู้จักนายท่านของลุงหรอกนะ แล้วก็ไม่ได้อยากรู้จักด้วย… เพราะงั้น ได้โปรดกลับไปเถอะครับ อย่ามาขวางทางกันแบบนี้เลย”
คำพูดของฉู่โม่วทำให้สายตาของเค่อเหนียนดูหรี่เล็กลง เผยให้เห็นความจริงจังในแววตาคู่นั้น
“นายท่านของฉันคือ ท่านโจวเฉิง ผู้ซึ่งเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงที่มีความสามารถเหมาะที่จะขึ้นเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ในอนาคตอันใกล้นี้ เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ในฐานลู่หยางแห่งนี้ เขาก็ยังถือเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมาก ๆ คนหนึ่ง เธอไม่คิดจะรักษาหน้าเขาไว้จริง ๆ หรือ?”
ได้ยินเช่นนั้นฉู่โม่วก็ถึงกับตกตะลึงไปเลย
โจวเฉิงกำลังจับตามองเขาอยู่จริง ๆ ด้วย!
ไม่แปลกใจสักเท่าไหร่
ยังไงเสียสำหรับโจวเฉิงแล้ว ไม่เพียงแต่การตายของลูกชายที่ดูน่าสงสัยเท่านั้น แต่คนคนนี้ยังเกี่ยวข้องกับสมบัติแห่งโลกและสวรรค์อีกด้วย
นี่ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย ๆ เลยสักนิด
แล้วยิ่งตอนนี้ โจวเฉิงส่งคนมาเชิญเขาไปพบโดยตรง แสดงว่าอีกฝ่ายต้องคิดจะรีดข้อมูลอะไรจากเขาอย่างแน่นอน
ตราบใดก็ตาม ถ้าหากฉู่โม่วตอบตกลงที่จะไป ไม่ว่าท้ายสุดแล้วผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร ท้ายสุดมันก็จะเป็นเขาที่หนีออกมาไม่ได้
คิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็หันไปมองเค่อเหนียนและพูดช้า ๆ ว่า“ไว้ถ้านายท่านของลุงมาด้วยตัวเอง ผมจะรักษาหน้าให้ก็แล้วกัน แต่ตอนนี้เป็นคุณลุงมาชวน… ผมยังจำเป็นต้องไว้หน้าด้วยเหรอครับ?”
โดนพูดเช่นนั้นใส่ สีหน้าของเค่อเหนียนก็เปลี่ยนไปในทันที
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นลูกน้องของโจวเฉิง แต่ตัวของเค่อเหนียนเองก็เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับต้น ภายในฐานลู่หยางแห่งนี้ เขาเป็นอีกหนึ่งคนที่นับได้ว่าแข็งแกร่งกว่าคนอื่น ๆ
การที่ตัวเขาต้องมาถูกเด็กที่รู้กันทั่วว่าไร้ซึ่งวรยุทธ์ใด ๆ ดูถูก
มันไม่ต่างอะไรกับโดนตบหน้าเลย!
“ในเมื่อพูดดี ๆ แล้วแกไม่ให้ความร่วมมือ ถ้าเป็นแบบนี้เห็นทีฉันคงต้องใช้กำลังหิ้วแกกลับไปให้นายท่านซะแล้ว!”
สิ้นเสียงพูด
ใบหน้าของเค่อเหนียนก้มต่ำลง โดยฉับพลันร่างของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจากระยะไกล และมาปรากฏที่เบื้องหน้าของฉู่โม่ว พร้อมกับฝ่ามือที่หมายจะขย้ำใส่เป้าหมายราวกับเสือร้าย
ขั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับต้นที่เขาครอบครองนั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริง คนคนนี้แข็งแกร่งมาก!
หากเป็นฉู่โม่วที่เป็นคนปกติธรรมดา เขาคงไม่สามารถหลบหนีอุ้งมือที่ตะครุบเข้ามาของเค่อเหนียนได้
ทว่า…