ตอนที่ 145
บทที่ 145 ตัดไผ่กระบี่ดาราสวรรค์หมดป่า และเหนือกว่าขั้นสุดยอด!
October 22, 2026
บทที่ 145 ตัดไผ่กระบี่ดาราสวรรค์หมดป่า และเหนือกว่าขั้นสุดยอด!
“เฮ้อ…”
ไกลออกไป
ฉู่โม่วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างโล่งอก
“อย่างที่คิดเลยแฮะ สัตว์อสูรระดับ 7 นี่มันน่ากลัวจริง ๆ ด้วย!”
สีหน้าของเขายังแสดงความตกใจอยู่
ในจังหวะที่จระเข้โลหิตคลั่งตนนั้นตื่นขึ้นมา ฉู่โม่วสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังที่น่ากลัว สิ่งนั้นเสมือนเซนเซอร์ที่คอยตรวจหาต้นตอของสิ่งที่ทำให้มันตื่นไปด้วย
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบรรยากาศที่บีบคั้นเช่นนี้ ฉู่โม่วรู้สึกได้ถึงหนังศีรษะด้านชาไปหมด แม้จะหายใจยังรู้สึกลำบากยิ่งนัก
โชคดี…
ที่พลังธาตุมืดระดับ 4 ของเขานั้นทรงพลังมาก ๆ
มันจึงทำให้สัตว์อสูรระดับ 7 ตนนี้ไม่สามารถตรวจจับเขาได้แต่อย่างใด
หลังจากที่เริ่มใจเย็นลงแล้ว ฉู่โม่วที่เห็นว่าจระเข้โลหิตคลั่งกลับไปยังที่ที่มันเคยอยู่และพักผ่อนดังเดิมแล้ว เขาก็ซ่อนตัวกลับไปในเงาอีกครั้งเพื่อที่จะลักลอบเข้าไปตัดไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ใหม่
และในทันทีที่ทำเช่นนี้แล้ว
ฉู่โม่วก็หายตัวไปอีกครั้ง
เกือบจะเป็นเวลาเดียวกัน แผ่นดินไหวก็มาพร้อมกับเสียงคำรามเฉกเช่นครั้งก่อน
จระเข้โลหิตคลั่งที่น่ากลัวปรากฏตัวในแบบเดิมอย่างที่มันเคยทำก่อนหน้า!
มันมายังจุดที่ได้กลิ่นอณูแห่งชีวิตคละคลุ้งและคำรามไล่หาผู้บุกรุกอยู่พักใหญ่ ๆ
“กรรรร!!”
“กรรรร!”
“กรรร!!”
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
เหตุการณ์เช่นนี้ยังคงดำเนินวนซ้ำไปมาเช่นเดิมอยู่
เมื่อฉู่โม่วตัดไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ลง
จระเข้โลหิตคลั่งก็จะรีบโผล่มายังจุดที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้มีไผ่หลายต้นถูกโค่นลงไปแล้ว แม้ว่าสัตว์อสูรตนนี้จะมีค่าสติปัญญาที่ค่อนข้างต่ำ แต่มันก็พอจะรับรู้ได้แล้วว่ามีบางสิ่งบางอย่างไม่ปกติเกิดขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น
การที่จำนวนต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ลดลงเช่นนี้ มันทำให้จระเข้โลหิตคลั่งโกรธแบบสุด ๆ เลยเช่นกัน
“กรร!!”
มันอ้าปากกว้างและร้องคำรามออกมาราวกับเสียงระเบิดที่ถูกทิ้ง
เทียบกับแต่ก่อนแล้ว
เสียงคำรามในครั้งนี้ดูจะทรงพลังและเกรี้ยวกราดยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ขนาดที่ว่าอยู่ห่างไกลอีกร่วมพันกิโลเมตรก็น่าจะยังได้ยินอยู่
ทุกหย่อมหญ้าที่เสียงคำรามนี้ไปถึง
ความรุนแรงของมันเสมือนสายฟ้าฟาดที่กระหน่ำลงมาบนโขดหิน ฝุ่นควันกระจายฟุ้งจนเหมือนถูกพายุโหมพัด และสัตว์อสูรขนาดเล็กที่ไม่สามารถหนีได้ทันก็ถูกเสียงนี้คร่าชีวิตไปอย่างง่ายดายด้วย
แม้แต่ต้นไผ่ยังโหมพลิ้วรุนแรงยามที่ต้องเผชิญกับเสียงคำรามที่น่าหวาดกลัว
แรงลมที่เกิดจากการคำรามนี้ ทำเอาต้นไผ่บางต้นที่สู้ลมไม่ไหวหักงอและล้มไปในที่สุด
เพียงชั่วพริบตา
พื้นที่กว่าพันกิโลเมตรก็เรียบเตียนไปราวกับเพิ่งจะมีพายุเคลื่อนผ่านเสียแล้ว
ภายหลังจากที่มันส่งเสียงคำรามดังก้องป่า
คราวนี้จระเข้โลหิตคลั่งกลับไม่ได้ย้อนกลับไปพักผ่อนดังเดิม มันเฝ้าอยู่ที่นี่ ใช้สายตาที่ดุร้ายทั้งสองข้างสอดส่องมองไปรอบ ๆ
ราวกับว่าพยายามจะเฟ้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นที่แอบซ่อนอยู่!
‘งานงอกแล้วหรือเปล่า…’
เห็นเช่นนั้น ฉู่โม่วก็ขมวดคิ้ว
จระเข้โลหิตคลั่งไม่ขยับออกไปไหนเลย มันกำลังเฝ้าอยู่ที่เดิม เขามีพลังธาตุมืดที่ใช้ได้ผล และเหตุการณ์ที่ซ้ำซากไปมาตลอดหลายชั่วโมงนี้ ทำให้เขามั่นใจแล้วว่าพลังธาตุมืดแข็งแกร่งพอที่จะหลบซ่อนจากจระเข้ตัวนี้ ดังนั้นเขาสามารถรีบตัดไผ่กระบี่ดาราสวรรค์แล้วเทเลพอร์ตออกไปได้ในพริบตา
แต่มันเสี่ยงเกินไป!
เมื่อไหร่ที่หลบไม่ทัน นั่นหมายถึงชีวิตทันที!
‘คงต้องรอก่อน’
‘รอจนกว่าเจ้าจระเข้ตัวนี้จะกลับออกไป!’
ฉู่โม่วเลือกที่จะรออยู่ละแวกนั้นไปพักหนึ่ง
คิดได้เช่นนั้น
เขาก็ซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ
จนกระทั่ง
สามวันให้หลัง
เจ้าจระเข้โลหิตคลั่งดูไม่มีท่าทีจะออกไปจากจุดนี้เลย และนี่ทำให้ฉู่โม่วรู้สึกกระอักกระอ่วน
‘เอาเถอะ’
‘อย่างน้อยมันน่าจะคุ้มค่าที่จะเสี่ยง ฉันจะใช้คลื่นกระบี่ซัดป่าไผ่รวดเดียวให้เหี้ยนเป็นหน้ากลอง จากนั้นก็ใช้พลังแห่งห้วงมิติหนีกลับไปให้เร็วที่สุดเลย!’
เขาตระหนักได้แล้วว่าการรอคอยอยู่แบบนี้มีแต่จะเสียเวลา
เพราะงั้นเขาจะรวบหัวรวบหางแล้วปิดภารกิจซะ!
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ฉู่โม่วก็กระตุ้นพลังธาตุมืดและมุ่งหน้าตรงไปยังจุดที่ยังมีไผ่กระบี่ดาราสวรรค์เติบโตอยู่ทันที
ไม่นานนัก…
เขาก็เข้ามาถึงบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดที่จระเข้โลหิตคลั่งกำลังนอนหลับอยู่ เขาและสัตว์อสูรยักษ์ตนนี้อยู่ห่างกันไม่ถึงยี่สิบเมตรด้วยซ้ำ
ด้วยระยะที่ใกล้ขนาดนี้ ฉู่โม่วสามารถรับรู้ได้ถึงสายลมที่รุนแรงจากลมหายใจของมันได้อย่างชัดเจน
ลมนั้นพัดผ่านร่างของเขาไปและนำพามาซึ่งกลิ่นเน่าเหม็นเข้ามาเตะจมูก!
ชายหนุ่มยังคงพยายามเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่เขาเผลอกลั้นหายใจขณะเดินไป
ในที่สุด
ไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ที่เหลือก็มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว!
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ
จากนั้นค่อย ๆ ไหลเวียนอณูแห่งชีวิตและกระตุ้นเลือดในร่างกาย เขารอจนกระทั่งความผันผวนของอณูแห่งชีวิตภายในร่างกายเข้าสู่จุดสุดยอด และ…
ชิ้ง!
เสียงของกระบี่ถูกชักออกจากฟักดังขึ้น
ในขณะเดียวกัน
อณูแห่งชีวิตไหลเวียนไปทั่วร่างกายก็เกิดปะทุออกมาราวกับภูเขาไฟระเบิด
อสนีบาตคงกระพันทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นอีกยี่สิบเท่า!
เจตจำนงแห่งกระบี่ 50%!
คมกระบี่สวรรค์เร้นลับ!
‘คำราม!’
เสียงพ่นลมหายใจที่ค่อนข้างเบา แต่ทรงพลังดุจช้างจ่าฝูง เสียงของอากาศรอบตัวที่กำลังแตกออกทำให้ห้วงมิติบริเวณนั้นเกิดการเสียหาย
จังหวะนั้นเอง
กล้ามเนื้อและกระดูกของฉู่โม่วกำลังรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกัน ทวาราแห่งกระบี่ทั้ง 365 จุดเองก็สั่นเทาไปในทิศทางเดียวกัน อสนีบาตสีม่วงปรากฏขึ้นทั่วทั้งร่างไหลเวียนอย่างเชี่ยวกราก ทำให้เขามีสภาพเสมือนว่าเป็นเทพเจ้าสายฟ้าลงมาจำแลงร่างเอาไว้ พลังงานจากกระแสไฟฟ้าเหล่านี้มุ่งไปรวมกันที่มือขวาราวกับว่ากำลังจะสร้างพายุสายฟ้ามาถล่มโลกใบนี้…
ครืนนน
คมกระบี่ถูกฟาดฟันออกไป
ในวินาทีนั้น ราวกับว่าคมกระบี่ของฉู่โม่วผ่าฟ้าเป็นเสี่ยง ๆ ไปแล้ว รอยผ่าสีแดงฉานปรากฏให้เห็นตามรัศมีของกระบี่ที่แผ่ไปถึง
คลื่นกระบี่รุนแรงถูกปล่อยออกไปเป็นแนวยาวใส่ป่าไผ่กระบี่ดาราสวรรค์
ต้นไผ่เหล่านั้นขาดล้มลงอย่างง่ายดายเสมือนว่าทำมาจากกระดาษและกองอยู่กับพื้น
แต่ก่อนที่มันจะได้ตกพื้น มิติพกพาของฉู่โม่วก็ดูดต้นไผ่เหล่านี้เข้าไปได้หมด
และในทันที
ไม่ต้องลังเลอะไรทั้งสิ้น ฉู่โม่วจัดการเทเลพอร์ตตนเองออกไปจากจุดนี้อย่างรวดเร็ว
เหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่ใช้พลังของธาตุมืดในการหลบหนีและซ่อนตัว ก็เพราะว่ามันจะช้าเกินไปน่ะสิ!
เมื่อจระเข้โลหิตคลั่งตนนี้เกรี้ยวกราดขึ้นมาแล้ว ผนวกกับการที่เขาอยู่ในระยะโจมตีของมันด้วย การหลบหนีถือเป็นอะไรที่ยากที่สุด!