ตอนที่ 153
บทที่ 153 หมาป่าสวรรค์คำราม และความแข็งแกร่งแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน
October 22, 2026
บทที่ 153 หมาป่าสวรรค์คำราม และความแข็งแกร่งแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน
เวลาผ่านไป สัตว์อสูรที่ออกมาจากรอยแยกมิติก็เริ่มถูกกำจัดไปอย่างช้า ๆ
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้หลายคนเริ่มจะโล่งใจ
ทว่า
“บรู้ววววว!”
จากระยะไกล เสียงหอนที่ดังกังวานก็เรียกความสนใจจากทุกคนที่อยู่ละแวกนั้น
ควบคู่มากับเสียงหอน
บนพื้นดิน ฝุ่น หิน ดินทรายมากมายก็เริ่มสั่นสะเทือนเป็นจังหวะ
ผู้ปลุกพลังทุกคนหันมองตามเสียงหอนโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วพวกเขาก็พบกับสัตว์อสูรตนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาช้า ๆ จากอีกฟากหนึ่ง
มันเป็นหมาป่าตัวใหญ่ที่มีขนสีดำปกคลุมร่างกาย!
แม้ขนาดของมันจะไม่ใหญ่มาก แต่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายที่นำพามาซึ่งความน่าหวาดกลัว ปากที่ยื่นยาวเผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคมเล็กน้อย และกรงเล็บสีเงินทั้งสี่เองก็คมจนราวกับว่าทำมาจากใบมีดก็มิปาน อสูรตนนี้ไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักรสังหารชีวภาพสักนิดเดียว!
“หมาป่าสวรรค์คำราม!”
“ไม่มีทาง เจ้านี่… เจ้าหมาป่าสวรรค์คำรามตัวนี้ เป็นสัตว์อสูรระดับ 6 ชั้นกลาง!”
จ้าวยุทธ์บางคนจำมันได้แม่น และเขาก็อดที่จะอุทานออกมาไม่ได้
หมาป่าสวรรค์คำราม มีสายเลือดเดียวกับหมาป่าสวรรค์จันทราสีเงิน ซึ่งโดดเด่นในท่าคลื่นเสียงอันทรงพลัง การคำรามของมันสามารถทำให้จ้าวยุทธ์ตกอยู่ในภวังค์ความงุนงงได้ไม่ยากนัก
ยิ่งไปกว่านั้น สัตว์อสูรสายพันธุ์นี้รวดเร็วมาก!
ทุกการเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายฟ้า และยากเกินกว่าที่จะจับต้องได้!
ในตอนนั้น
หมาป่าสวรรค์คำรามตนนี้แหงนหน้าขึ้นและเตรียมตั้งท่าเหมือนจะแผดเสียงออกมา
“ไม่ดีแล้ว!”
“มันเตรียมจะใช้การโจมตีด้วยคลื่นเสียง! ทุกคน ระวังตัวไว้!”
เห็นเช่นนั้น จ้าวยุทธ์คนหนึ่งก็หน้าถอดสี
และเมื่อสิ้นเสียงบอกเตือนนั้นเอง
“บรู้วววววววววววว”
เสียงคำรามของหมาป่าตัวใหญ่นี้ก็ดังกังวานไปทั่วพื้นที่กว่าร้อยกิโลเมตรในทันที
คลื่นเสียงที่เกิดจากการหอนนี้รุนแรงเสียจนสามารถมองเห็นระลอกคลื่นแผ่เป็นวงกว้างมาตามอากาศได้ มันทำให้ทั้งนายพลเมืองและจ้าวยุทธ์ที่อยู่ในระยะตกอยู่ในภวังค์งุนงงได้แม้จะอุดหูแล้วก็ตาม ดวงตาของพวกเขาต่างพร่ามัว รวมไปถึงอณูแห่งชีวิตกับร่างกายก็เริ่มอ่อนล้าจนลำพังแค่ยืนให้นิ่งยังทำได้ยาก
เมื่อเห็นว่าการโจมตีของตนเองได้ผล เจ้าสัตว์ร้ายก็ส่ายตัวไปมาด้วยความหยิ่งผยอง
มันตั้งท่าให้มั่น
ก่อนที่ร่างนั้นจะเคลื่อนที่อย่างว่องไว เพียงชั่วพริบตา มันก็หายจากจุดที่เคยอยู่และพุ่งเข้าใส่นายพลเมืองที่มันเล็งเป้าหมายไว้
นายพลเมืองผู้เคราะห์ร้ายไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย เขาทำได้เพียงรับการโจมตีนั้นเข้าไป
ไม่จบเพียงเท่านี้
ภายหลังจากที่มันโจมตีได้หนึ่งครั้งแล้ว มันก็กระโจนเปลี่ยนตำแหน่งไปโจมตีใส่ผู้ปลุกพลังคนอื่นต่ออย่างรวดเร็ว
ในชั่วพริบตา นายพลเมืองระดับสูงหลายคนก็บาดเจ็บหนักกันเสียแล้ว!
“หยุดนะ…”
“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเหิมเกริมไปมากกว่านี้อีกแล้ว!”
ฉูซงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด เขาพุ่งเข้ามาพร้อมกับปราณกระบี่ที่น่ากลัวในมือ หมายจะกำจัดหมาป่าสวรรค์คำรามตนนี้
ทว่า…
การเคลื่อนไหวของหมาป่าสวรรค์คำรามตนนี้เร็วเกินไป!
กระบี่ของฉูซงไม่อาจถึงตัวมันได้เลย หนำซ้ำเมื่อเจ้าหมาป่าหลบได้แล้ว มันยังหันกลับมาใช้กรงเล็บสร้างบาดแผลให้กับฉูซง และทำให้เขากระเด็นถอยไปไกลได้อีกด้วย
เลือดปริมาณมหาศาลหลั่งไหลออกมาจากร่างที่ลอยอยู่เหนืออากาศ ยามที่ร่างนั้นร่วงลงไปนอนกับพื้น เขาก็แทบจะขยับไม่ได้เลย
แม้ว่าฉูซงจะไม่ได้ถึงแก่ความตาย แต่ก็ชัดเจนว่าเขาบาดเจ็บหนักเสียแล้ว
ผู้ปลุกพลังทุกคนเห็นเหตุการณ์นี้ชัดเจน!
สัตว์อสูรตนนี้แข็งแกร่งเสียจนพวกเขาเริ่มจะตัวสั่นด้วยความกลัวขึ้นมา!
“บรู้ววว!”
ในตอนนั้น
หมาป่าสวรรค์คำรามแผดเสียงอีกครั้ง คลื่นเสียงที่ออกมาทำให้ผู้ปลุกพลังหลายคนตกอยู่ในภวังค์ของความงุนงงได้อีกครา และเช่นเดิม มันใช้ลูกไม้เก่า ร่างกายที่ปกคลุมด้วยขนสีดำของมันหายไปอย่างรวดเร็ว มันใช้จังหวะที่ผู้ปลุกพลังทำอะไรไม่ได้ พุ่งเข้าใส่จ้าวยุทธ์คนหนึ่งที่พลาดโดนคลื่นเสียงไปด้วย!
และเป้าหมายของมันในครานี้…
คือกู่ชาง!
เลือดและอณูแห่งชีวิตของกู่ชางในตอนนี้ถูกคลื่นเสียงก่อนหน้าสะกัดไว้ ทำให้เขาไม่อาจงัดไม้เด็ดอะไรมารับมือได้ และถึงจะมีอัตราการฟื้นฟูอณูแห่งชีวิตที่รวดเร็ว แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็ถือว่ายังเร็วไม่พอ!
ชายชราทำได้เพียงมองการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของหมาป่าสวรรค์คำรามด้วยความสิ้นหวัง เพียงไม่นาน ร่างนั้นก็เข้ามาใกล้เขา แววตาของมันเต็มไปด้วยความโหดร้ายและกระหายเลือดยามที่มองมา
ครั้งนี้กู่ชางค่อนข้างมั่นใจ ว่าเขาไม่มีทางรอดจริง ๆ เพราะงั้นเขาจึงค่อย ๆ หลับตาลง
จังหวะต่อมา
เคร้ง!
เหตุการณ์ที่ร่างของเขาถูกกรงเล็บแหลมคมขย้ำกลับไม่ได้เกิดขึ้นจริง กลับกันมันมีเสียงของโลหะที่เข้าปะทะกันจนเกิดคลื่นสั่นสะเทือนตีวงกว้างมากระทบหน้าเขาแทน
กู่ชางลืมตาขึ้นด้วยความสงสัย
ภาพเบื้องหน้ากลายเป็นภาพที่สลักลงไปในใจเขาโดยไม่ทันตั้งตัว
ร่างที่ขวางกั้นระหว่างเขาและหมาป่าสวรรค์คำราม
เป็นฉู่โม่ว!
ชายหนุ่มผู้นี้เข้ามาช่วยชีวิตเขาไว้!
“ท่านจ้าวยุทธ์กู่ชาง ผมมาทำตามสัญญาที่ให้ไว้แล้ว เพราะงั้น เดี๋ยวเจ้านี่ ผมจัดการเอง ท่านไปช่วยจ้าวยุทธ์คนอื่นทางนู้นเถอะ!”
ฉู่โม่วพูดย้ำ
“ขะ… เข้าใจแล้วครับ! ยังไงก็ตาม คุณฉู่โม่วระวังตัวด้วย!”
กู่ชางพยักหน้าแล้วรีบกระตุ้นอณูแห่งชีวิตเพื่อออกจากจุดนี้ไป
ภายหลังจากที่เห็นว่าอีกฝ่ายไปแล้ว ฉู่โม่วก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับหมาป่าสวรรค์อีกครั้ง
เท่าที่รู้จากท่าทีของจ้าวยุทธ์คนอื่น ๆ หมาป่าสวรรค์คำรามตนนี้รวดเร็วมาก ๆ แถมยังมีท่าโจมตีด้วยคลื่นเสียงที่น่ากลัว แต่เพราะฉู่โม่วได้กลั่นสร้างปฐมวิญญาณของตนเองได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะงั้นการโจมตีด้วยคลื่นเสียงของหมาป่าสวรรค์คำรามตนนี้ จึงไม่อาจจะสร้างความเสียหายให้แก่เขาได้อีกต่อไป และไม่แม้แต่จะทิ้งผลข้างเคียง!
ดังนั้น…
เมื่อตอนที่สัตว์อสูรตนนี้หมายจะโจมตีกู่ชาง เขาจึงสามารถเข้ามาแทรกกลางได้ทันเวลา
“ในฐานะที่เป็นสัตว์อสูรระดับ 6 พลังของแกดูจะไม่ได้มากสักเท่าไรเลยนี่เมื่อเทียบกับฉัน!”
“กับอีแค่เร็วกว่าน่ะ…”
“ให้ฉันกระตุ้นธาตุลมบ้างเดี๋ยวเราจะได้รู้กันว่าใครจะเร็วกว่าใคร!”
จากการปะทะกันก่อนหน้า มันทำให้ฉู่โม่วพอจะคาดคะเนพลังและความแข็งแกร่งของหมาป่าตัวนี้ได้แล้ว
“กรรรร!”
ขณะนั้น หมาป่าสวรรค์คำรามมองไปยังฉู่โม่วด้วยเขี้ยวที่ขบกัดกันแน่น มันส่งเสียงคำรามออกมาเบา ๆ
ราวกับกำลังขู่
ใช่แล้ว…
หากมองมายังร่างของหมาป่าตนนี้ดี ๆ แล้ว ทุกคนจะเห็นได้ว่า บริเวณขาหน้าของมันกำลังสั่นเทา และมีเลือดไหลออกมาให้เห็นอยู่บ้าง
การปะทะกันก่อนหน้านี้
กระบี่สารทสังหารของฉู่โม่วปะทะเข้ากับกรงเล็บของมันเต็ม ๆ ถึงแม้ว่าคมกระบี่จะไม่สามารถตัดขาของมันให้ขาดได้ แต่ปราณกระบี่ที่แผ่ซ่านออกมาก็ทำให้ขาของหมาป่าตนนี้ไม่อาจต้านทานความรุนแรงได้จนมีบาดแผลเกิดขึ้น