ตอนที่ 16
บทที่ 16 ภูเขาต้าสู่กับการไล่ล่าหมาป่าสายลม!
October 22, 2026
บทที่ 16 ภูเขาต้าสู่กับการไล่ล่าหมาป่าสายลม!
เมื่อออกมาจากย่านยุทธภัณฑ์ ฉู่โม่วก็ตรงออกจากฐาน
เหตุผลหลักที่เขาต้องรับภารกิจนี้มา เป็นเพราะสถานที่ฝึกในครั้งนี้อยู่ในทิศทางเดียวกันกับตำแหน่งที่อสรพิษสองหัวกำลังเพ่นพ่านอยู่
เขาพอมีข้อมูลของอสรพิษสองหัวตัวนี้อยู่บ้าง
น้ำดีของอสรพิษสองหัวช่วยเสริมสร้างสมรรถนะของผู้ปลุกพลัง แม้ว่าผลลัพธ์จะบางเบาและแตกต่างออกไปตามผู้ใช้ มันก็ยังเป็นสมบัติมีค่าอยู่ดี
หากเขาตัดหัวมันมาได้ก็สามารถใช้น้ำดีได้ แต่หัวใจของมันไม่ใช่สิ่งจำเป็น
ภารกิจนี้สามารถสำเร็จลุล่วงได้อย่างง่ายดาย
อย่างไรแล้วผู้หญิงคนนั้นก็น่าสงสารทีเดียว
ถึงฉู่โม่วจะไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนจิตใจดีนัก แต่เมื่อเห็นดังนั้นแล้ว การช่วยเหลือเธอสักหน่อยโดยที่ไม่เดือดร้อนตัวเองก็คงไม่เป็นไร
อีกอย่าง
ฉู่โม่วมีข้อข้องใจเกี่ยวกับไข่สัตว์อสูรที่ยังไม่ฟักมามากกว่าสิบปีแล้ว
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง
ฉู่โม่วเดินออกมาจากประตูเมืองและออกสู่นอกอาณาเขตฐาน
แม้ว่าฐานลู่หยางจะมีขนาดเล็ก ทว่าก็มีผู้ฝึกยุทธ์อยู่ในเมืองและกลุ่มนักล่ามากมายอยู่ในฐาน พื้นที่รอบฐานสามสิบสองกิโลเมตรจึงมีความปลอดภัยสูงทีเดียว
หากต้องการตามล่าสัตว์อสูรที่ทรงพลังยิ่งกว่าก็ต้องออกไปไกลกว่านั้น
ครั้งนี้ฉู่โม่วเข้าไปในป่าเพื่อทำลายขีดจำกัดของตัวเองและกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์
ดังนั้นแล้ว เป้าหมายของเขาคือภูเขาต้าสู่ที่ห่างออกไปร้อยหกสิบกิโลเมตร
เมื่อร้อยปีก่อน ภูเขาต้าสู่เป็นเพียงแค่เนินเล็ก ๆ ภายในการควบคุมดูแลของลู่หยาง
แต่แล้วโลกก็เปลี่ยนแปลงไป ดาวเคราะห์สีน้ำเงินนี้พลันขยายใหญ่ขึ้นหลายร้อยเท่า ทำให้ภูเขาต้าสู่กลายเป็นแนวภูเขาขนาดมหึมาที่ยาวกว่าหลายพันกิโลเมตร
บนภูเขาลูกนั้น ต้นไม้โบราณตั้งสูงตระหง่านขึ้นไปบนท้องฟ้า และสัตว์อสูรทั้งหลายล้วนออกอาละวาด
น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ
“ว่ากันว่าลึกเข้าไปบนภูเขามีสัตว์อสูรระดับ 3 ที่น่าสะพรึงกลัว มันแค่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และมีข่าวลือกระทั่งว่ามีร่องรอยของสัตว์อสูรระดับ 4 อยู่ด้วยซ้ำ!”
ฉู่โม่วครุ่นคิดระหว่างการเดินทาง
สัตว์อสูรระดับ 4 หรือ 5 นั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด ต่อให้เป็นฉู่โม่วก็คงไม่รอดอย่างแน่นอน
คราวนี้เขาจึงไปที่ภูเขาต้าสู่เพียงเพื่อสังหารสัตว์อสูรระดับ 2 เป็นการลับฝีมือเท่านั้น
ถ้าได้เจออสรพิษสองหัวเข้าจริง ๆ ก็คงจะดี
ขณะที่เขาคิดอยู่นั่นเอง
ฟึ่บ!
ทันใดนั้นเอง เสียงอะไรบางอย่างก็ดังขึ้นพร้อมกลุ่มเงาสีดำที่ตรงเข้ามาหาฉู่โม่วในทันที
“สัตว์อสูรระดับ 2!”
เมื่อได้ยินเสียงการลอบโจมตี ฉู่โม่วก็ขมวดคิ้วแน่น เขาวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วว่ามันคือลมหายใจของสัตว์อสูรระดับ 2
เขาหยิบกระบี่ออกมา
เมื่อสัมผัสได้ถึงอสูรที่ใกล้เข้ามา เขาก็ใช้พลังธาตุลมและย่างก้าวหมอกควันทำให้ร่างกายกลายเป็นหมอกควันทันที
เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาก็อยู่ข้างกายอสูรร้ายแล้ว
ฉัวะ!
กระบี่ฟันเข้าที่คอของสัตว์อสูรอย่างแม่นยำ
เสียงคมกระบี่ตัดผ่านเนื้อดังขึ้น และเลือดมากมายสาดกระเซ็นออกมา
สัตว์อสูรที่โจมตีไม่มีเวลาให้ส่งเสียงด้วยซ้ำ มันถูกผ่าออกเป็นสองส่วนและร่วงลงบนพื้นทันที
ตอนนั้นเองที่ฉู่โม่วมองเห็นว่ามันคือสัตว์อสูรอะไร
“สัตว์อสูรระดับ 2 ตั๊กแตนเหล็ก!”
ตั๊กแตนเหล็กคือสัตว์อสูรระดับ 2 จัดเป็นสัตว์อสูรที่อ่อนแอที่สุด!
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันไร้ซึ่งพละกำลัง
ตั๊กแตนเหล็กถูกตั้งชื่อตามปรสิตที่เรียกว่าไส้เดือนฝอยเหล็ก
สิ่งมีชีวิตทั้งสองนี้เมื่อผสานรวมกัน จะทำให้ตั๊กแตนเหล็กมีความสามารถในการกลืนกินทองและเหล็ก ซึ่งมีผลให้น้ำและไฟไร้ผลต่อมัน พร้อมกับมีกรงเล็บแหลมคมบนขา มีหน้าที่สามารถทำลายแผ่นหินได้ด้วยพลังมหาศาล
ที่สำคัญคือบนขาหน้าของมันมีพิษอยู่ด้วย หากโดนเข้าก็จะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรืออาจถึงตายได้
ดังนั้นแล้ว แม้ว่าตั๊กแตนเหล็กจะอ่อนแอที่สุดในหมู่สัตว์อสูรระดับ 2 ก็มีผู้ปลุกพลังจำนวนไม่น้อยที่ต้องสังเวยชีวิตให้มันในแต่ละปี
โดยรวมแล้ว
ในป่าลึกนี้เราไม่ควรดูถูกสัตว์อสูรตัวใดทั้งสิ้น
“เก็บเลือดสัตว์อสูร!”
ฉู่โม่วย่อตัวลง ผ่าเปิดหัวใจของตั๊กแตนและหยดเลือดข้างในลงไปในขวด
หลังจากนั้น ขาหน้าทั้งสองข้างซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดบนร่างกายของมันก็ถูกตัดออก เมื่อกลับไปที่ฐานเขาสามารถนำมันไปขายแลกเป็นหินปฐมกาลได้จำนวนมาก
หลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ฉู่โม่วก็ออกเดินทางต่อ