ตอนที่ 177
บทที่ 177 เข้าสู่ขั้นจ้าวยุทธ์ผ่านชีพจรอัดกระแทก!
October 22, 2026
บทที่ 177 เข้าสู่ขั้นจ้าวยุทธ์ผ่านชีพจรอัดกระแทก!
ภายในรอยแยกมิติ
ภายหลังจากที่ฉู่โม่วกลับมาที่นี่ เขาก็นำหินปฐมกาลระดับต่ำกว่าห้าหมื่นล้านใส่ลงไปในรอยแยกนั้นและนำเอาของเหลวแห่งปฐมกาลที่เหลือน้อยนิดออกมาดื่ม
ครืน!
พลังงานที่น่ากลัวหลอมละลายเข้ามาในร่างของเขาทันที จากนั้นมันก็แพร่ไปยังแขนและขาต่อตามลำดับ
เพราะงั้นตอนนี้
ทั่วทั้งร่างกายของเขา เลือดและอณูแห่งชีวิตกำลังเดือดพล่านราวกับภูเขาไฟที่กำลังปะทุอยู่ทุกวินาที
“ต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้! อีกแค่ 20,000 พลังช้างสารก็จะเป็นจ้าวยุทธ์ได้แล้ว!”
คิดได้เช่นนั้น
ฉู่โม่วก็หลับตาลงและเริ่มฝึกฝนทันที
ด้วยพลังของหินปฐมกาลห้าหมื่นล้านก้อน ทำให้ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยอณูแห่งชีวิตหนาแน่น และอณูแห่งชีวิตเหล่านี้ก็ก่อให้เกิดกระแสวังวนชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว มันท่วมท้นร่างของฉู่โม่วราวกับน้ำท่วมใหญ่ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งอย่าง
ภายใต้กระแสอณูแห่งชีวิตเช่นนี้ ความแข็งแกร่งของฉู่โม่วจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเพิ่มอยู่ตลอดเวลา!
เพียงชั่วพริบตา
เวลาห้าสิบวันก็ผ่านไป
ตลอดช่วงห้าสิบวันนี้ ฉู่โม่วไม่ได้ขยับไปไหนเลย เขาพยายามอย่างมากเพื่อที่จะทลายขีดจำกัดด้วยพลังทั้งหมด!
ในที่สุด…
วันนี้ก็มาถึง!
วันที่ร่างกายของฉู่โม่วปลดปล่อยพลังที่น่าเกรงขามออกมา ห้วงอากาศรอบด้านต่างผันผวนกันหมดด้วยอณูแห่งชีวิตที่หลั่งไหลออกมาจากร่าง
“พลัง 150,000 ช้างสาร!”
ฉู่โม่วลืมตาตื่น เขารู้สึกได้ถึงพลังอันกล้าแกร่งที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย และอดพึมพำออกมาไม่ได้จริง ๆ
ในตอนนี้
ภายหลังจากที่พยายามมาอย่างยาวนาน พลังกายของเขาอันประกอบด้วยพลังของอณูแห่งชีวิตและกล้ามเนื้อก็สูงถึง 150,000 ช้างสารเสียที และนี่เองก็เป็นขีดจำกัดของขั้นนายพลเมืองแล้วด้วย เขาสามารถเริ่มทลายขีดจำกัดร่างกายเพื่อขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ได้แล้ว!
“ผู้ปลุกพลังทุกคนจะมีทวาราแห่งกระบี่อยู่บนร่างกาย”
“และถ้าอยากจะเป็นจ้าวยุทธ์ คนผู้นั้นจำเป็นต้องเปิดทวาราแห่งกระบี่ทั้งหมดบนร่างกาย เปิดขุมทรัพย์แห่งกายมนุษย์และปลุกพลังที่ซ่อนอยู่ในทวาราแห่งกระบี่เหล่านั้นให้ได้”
“ทุกครั้งที่สามารถเปิดทวาราแห่งกระบี่ได้ มันจะมอบพลังระดับสุดยอดให้!”
“แต่…”
“นี่เป็นวิธีที่ธรรมดาที่สุดในการจะก้าวขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ ซึ่งต่อให้สามารถขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ได้ แต่ความแข็งแกร่งก็ไม่ได้สูงอะไรมากนัก เป็นได้เพียงจ้าวยุทธ์ที่ไม่ได้มีความแข็งแกร่งอะไรเป็นพิเศษ เฉกเช่นสวี่หล่าง”
จ้าวยุทธ์นั้นวัดความแข็งแกร่งกันด้วยทวาราแห่งกระบี่!
บนร่างกายมนุษย์มีทวาราแห่งกระบี่ทั้งหมด 365 จุด หากผู้ปลุกพลังอยากจะขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ให้ได้ อันดับแรกสุดควรจะรู้ถึงตำแหน่งของทวาราแห่งกระบี่ทั้งหมดบนร่างกายและเปิดมันก่อนจะขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ หากทำได้เขาจะได้พลังที่ยิ่งใหญ่มาครอบครอง
แต่ก็เช่นเดิม…
สิ่งนี้ถือเป็นวิธีทั่วไปที่ต้องทำอยู่แล้ว!
ท้ายสุดเมื่อขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ที่มีพลังกายสูงส่งมาครอบครอง แต่หากปราศจากพรสวรรค์ก็เป็นเพียงจ้าวยุทธ์ที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาจ้าวยุทธ์ด้วยกันเอง!
เพราะงั้นแล้ว ฉู่โม่วจึงไม่ได้อยากขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ด้วยวิธีเปิดทวาราแห่งกระบี่เหมือนคนอื่น ๆ
อันที่จริง
ต่อให้อยากจะใช้วิธีนี้ เขาก็ไม่สามารถทำได้แล้ว!
นั่นเพราะทวาราแห่งกระบี่บนร่างกายของเขาทั้ง 365 จุด บัดนี้ได้ถูกเปิดในสภาพของทวาราแห่งกระบี่ตั้งแต่ที่เข้าใจเจตจำนงกระบี่ได้ 30% ไปเป็นที่เรียบร้อย!
และเมื่อตอนที่เจตจำนงแห่งกระบี่เพิ่มขึ้นสูงเป็น 70% ร่างกายของเขาก็ดันแปรสภาพเป็นกายากระบี่เทวะไปอีก
ดังนั้นวิธีนี้ไม่เหมาะกับฉู่โม่วแต่อย่างใด
“กระบวนท่าฝึกอณูแห่งชีวิตเมฆาครามถือเป็นกระบวนท่าทลายขั้นระดับสูง ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการควบคุมเส้นลมปราณตั้งแต่หัวจรดเท้าในร่างกาย การขับไล่อณูแห่งชีวิตไปตามเส้นทางเหล่านี้จะช่วยทำให้อณูแห่งชีวิตสามารถเดินผ่านทั่วทั้งร่างจนเกิดการสั่นสะเทือนและสะท้อนไปมาของพลังทั่วทั้งร่างกาย”
‘เชื่อมต่อเส้นลมปราณที่สำคัญทั้งสิบสองเส้น กระตุ้นเส้นลมปราณพิเศษทั้งแปด และสะท้อนพลังลมปราณจากทุกเส้นไปพร้อม ๆ กัน!’
‘ทุกการสะท้อนของเส้นลมปราณนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ได้รับการขัดเกลาอีกครั้งไปด้วย หากรากฐานร่างกายแข็งแกร่งแล้ว กรรมวิธีนี้จะช่วยขัดเกลาให้ร่างกายเข้าสู่สภาพ กายาทองคำนิรันดร์ที่ซึ่งมีพลังป้องกันและความแข็งแกร่งสูงเป็นอย่างมากอีกด้วย!’
‘เมื่อไหร่ที่เส้นลมปราณทั้งสิบสองกับเส้นลมปราณพิเศษอีกแปดเส้นเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน คนคนนั้นจะเข้าสู่ขั้นจ้าวยุทธ์ได้ และถ้าเส้นลมปราณทั้งหมดรวมกันเป็นหนึ่ง เขาจะเข้าสู่ขั้นราชันย์ยุทธ์!’
คิดถึงสิ่งที่เขาจดจำมา แววตาของฉู่โม่วก็เริ่มเปล่งประกายความหวัง
ไม่ต้องสงสัย
เขาชื่นชอบวิธีการฝึกเช่นนี้มากกว่าวิธีอื่นเป็นไหน ๆ
แต่…
การฝึกฝนด้วยวิธีนี้ก็ยากกว่าการฝึกฝนเพื่อเปิดทวาราแห่งกระบี่ด้วยเช่นกัน
ไม่เพียงแต่ต้องการรากฐานร่างกายที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังต้องการทรัพยากรเป็นอย่างมาก …มากเสียจนน่ากลัวอีกด้วย
ตามตำราที่บันทึกกระบวนท่าฝึกอณูแห่งชีวิตเมฆาครามนี้ ได้ระบุไว้ด้วยว่าเป็นกระบวนท่าที่ไม่ควรลอง เพราะถ้าหากผู้ฝึกฝนมีรากฐานร่างกายที่ไม่ถึงระดับที่กระบวนท่าต้องการ เพียงแค่คลื่นลูกแรกของการฝึกฝนก็รุนแรงพอที่จะทำให้พลังกายทั้งหมดพังทลาย เผลอ ๆ อาจจะทำให้ร่างจิตพังทลายไปด้วยจนกลายเป็นบ้าไปได้เลย!
หรือถ้าโชคดีผ่านคลื่นลูกแรกและกลายเป็นจ้าวยุทธ์ได้ ก็จะทำให้การก้าวขึ้นไปอีกขั้นในอนาคตกลายเป็นเรื่องยากขึ้นกว่าคนอื่น ๆ
บางทีชั่วชีวิตของเขาอาจจะต้องติดอยู่กับขั้นจ้าวยุทธ์ตลอดไปเลยก็ได้
ไม่มีโอกาสที่จะได้ก้าวไปถึงราชันย์ยุทธ์
ใช้ชีวิตที่ยืนยาวโดยไร้ทางไปต่อ
แต่…
สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้ฉู่โม่วหวาดหวั่นแต่อย่างใด
ไม่ใช่เพราะว่าเหลือเพียงวิธีนี้วิธีเดียวที่ทำให้ขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์
แต่ด้วยร่างกายของเขาน่ะ…
ตั้งแต่ที่ขึ้นเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ เขาก็ทลายขีดจำกัดร่างกายจนมีพลังกายที่ซึ่งเป็นรากฐานสูงกว่าผู้ปลุกพลังคนอื่นมากถึงสิบเท่า!
แล้วเมื่อตอนอยู่ในขั้นผู้ปลุกพลัง ฉู่โม่วยังใช้ผลึกซวนหยวนเพื่อสร้างร่างกายไร้ที่ติก่อนจะเข้าสู่ขั้นจอมยุทธ์อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ภายหลังจากที่ขึ้นเป็นจอมยุทธ์ได้แล้ว เขายังเปลี่ยนแปลงร่างกายไร้ที่ตินั้นให้กลายเป็นพลังอันไร้ขีดจำกัดไปด้วย!
นอกจากนี้ การทลายตรวนกายาถึงสองขั้นด้วยคัมภีร์มังกรคชสารอมตะก็ทำให้ชายหนุ่มแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก
ด้วยรากฐานของฉู่โม่วตอนนี้ เกือบจะไม่มีใครเป็นศัตรูกับเขาได้แล้ว!
เพราะงั้นจึงไม่ได้กังวลเลยว่าชายหนุ่มจะพลาดท่าให้กับการฝึกฝนกระบวนท่านี้
เขาอยากฝึกฝนกระบวนท่าฝึกฝนอณูแห่งชีวิตเมฆาครามด้วยความต้องการจริง ๆ ของตนเอง
“เวียนอณูแห่งชีวิตเมฆาครามอัดกระแทก!”
สิ่งนี้คือสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในกระบวนท่าฝึกอณูแห่งชีวิตเมฆาคราม
ฉู่โม่วเติมหินปฐมกาลลงไปอีกสามหมื่นล้านก้อน หลับตาลงและขัดสมาธิเพื่อตั้งจิตตั้งใจกับการฝึกฝนนี้ จากนั้นก็เข้าสู่ห้วงแห่งการฝึกปลดปล่อยอณูแห่งชีวิตออกมาวิ่งตามเส้นลมปราณในร่างกาย
และเมื่อกรรมวิธีเวียนคลื่นอณูแห่งชีวิตอัดกระแทกเริ่มต้นขึ้น
อณูแห่งชีวิตรอบนอกร่างกายจำนวนมหาศาลก็ถูกดึงดูดเข้ามาในร่างของเขา
ขณะเดียวกัน
เลือดภายในกายของฉู่โม่วก็แปรสภาพเป็นเหมือนลาวาในภูเขาไฟที่กำลังเดือดปุด ๆ