ตอนที่ 186
บทที่ 186 หาข้อมูลเกี่ยวกับสุดยอดฐานจงไห่!
October 22, 2026
บทที่ 186 หาข้อมูลเกี่ยวกับสุดยอดฐานจงไห่!
“รางวัลเป็นหินปฐมกาลระดับต่ำถึงห้าหมื่นล้านก้อนเลยงั้นเหรอ!?”
เมื่อช่ายเฟิงนำประกาศของฉู่โม่วมาเผยแพร่ เหล่าผู้ปลุกพลังภายใต้การดูแลของตำหนักลับแห่งสวรรค์ก็พากันตกตะลึง
ไม่มีใครคาดคิดเรื่องนี้มาก่อน
ว่าจู่ ๆ ท่านประมุขฉู่จะกลับมาพร้อมกับภารกิจที่ให้ค่าตอบแทนสูงขนาดนี้!
อย่างที่ทุกคนรู้กันว่า แม้แต่จ้าวยุทธ์เอง หากไม่ได้ใช้เวลาในการเก็บสะสมเงินตรามามากกว่าสิบปี การได้มาซึ่งหินปฐมกาลกว่าห้าหมื่นล้านก้อนนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะครอบครองกันได้ง่าย ๆ เลย เพราะงั้นสำหรับผู้ปลุกพลังทั่วไปก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกเขาไม่มีทางที่จะได้แตะหินปฐมกาลระดับล้านชิ้นกันได้ง่าย ๆ เลยด้วยซ้ำ!
“ฉันจะต้องเอารางวัลนี้ไปให้ได้! ถ้ามีหินปฐมกาลขนาดนี้จะต้องได้ขยับขึ้นเป็นนายพลเมืองกับเขาสักที เผลอ ๆ อาจจะมีทรัพย์เหลือพอจะเป็นจ้าวยุทธ์ในอนาคตเลยมั้ง! ยังไงฉันก็ต้องหามันมาให้ได้!”
“ภารกิจนี้คงต้องยากมากแน่ ๆ ขนาดที่มีรางวัลสูงถึงขนาดนี้เลย”
“นั่นแหละ รางวัลเป็นหินปฐมกาลระดับต่ำตั้งห้าหมื่นล้านก้อนเลยนะ ด้วยรางวัลที่มากมายขนาดนี้ ฉันว่าสมบัตินั่นจะต้องเป็นอะไรที่หาได้ยากสุด ๆ เป็นแน่!”
“ยังไงก็เถอะ พยายามกันก่อน พวกเราอาจจะเป็นผู้โชคดีก็ได้นะ!”
“ใช่แล้ว โชคไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว!”
“พวกนายเพ้อฝันกันไปก่อนนะ ฉันจะเข้าป่า และผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารานั่นต้องเป็นของฉัน!”
กลุ่มของผู้ปลุกพลังเริ่มพูดคุยกัน ต่างฝ่ายต่างพากันตื่นเต้นจนออกนอกหน้ากันทั้งสิ้น
ภายหลังจากนั้น พวกเขาก็แยกย้ายกันออกไปจากอาคารตำหนักลับแห่งสวรรค์ เพื่อตามหาข่าวคราวของผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารานี้กันอย่างหน้ามืดตามัว
…
ภายหลังจากที่ภารกิจถูกประกาศออกไปแล้ว ฉู่โม่วก็เดินทางไปเยี่ยมดูหลี่โย่วเวยกับหลี่เสวียนจีอีกครั้ง
ไม่ได้พบปะกันนาน
ความแข็งแกร่งของหลี่โย่วเวยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดมาก ๆ ในตอนนี้ เธออยู่ในขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ระดับสูง และกำลังเริ่มทลายขีดจำกัดเพื่อขึ้นเป็นนายพลเมืองแล้ว
ด้วยพรสวรรค์ที่น่ากลัว และความเร็วในการพัฒนาที่สูงลิ่วนี้
แม้แต่ฉู่โม่วยังตกใจ
หลังจากที่ได้พบเจอและคุยกันนิดหน่อยแล้ว เขาก็แนะนำเธอถึงวิธีที่จะทลายขีดจำกัดเพื่อให้ขึ้นเป็นนายพลเมือง จากนั้นก็เรียกหลี่เสวียนจีมาถามไถ่ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเช่นเดียวกัน
ในตอนนี้หลี่เสวียนจีอายุ 14 ปีแล้ว อีกไม่นานเขาก็จะอายุ 15
ตลอดช่วงเวลาที่เขามาอยู่กับตำหนักลับแห่งสวรรค์ แม้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะไม่ได้ฝึกฝนในตอนนี้ แต่ฉู่โม่วก็ใช้สมบัติแห่งโลกและสวรรค์หลายชิ้นช่วยชำระล้างร่างกายของเขา
ดังนั้นแล้วในวันนี้
ร่างกายของเด็กคนนี้จึงบริสุทธิ์ผุดผ่องจนแทบจะไม่มีสิ่งที่เป็นราคีปรากฏให้เห็นเลย
ยิ่งไปกว่านั้น
เนื่องจากการที่เขาใช้สมบัติแห่งโลกและสวรรค์มากมายหลายชิ้นชำระล้างร่างกายให้เด็กคนนี้ จึงทำให้ร่างกายของหลี่เสวียนจีถูกห่อหุ้มด้วยพลังที่น่ากลัวและยิ่งใหญ่เอาไว้
ฉู่โม่วไม่ประหลาดใจเลย
หากเมื่อไรที่เด็กคนนี้เริ่มการฝึกฝนแล้ว ด้วยร่างกายของเพลิงสวรรค์กับพรสวรรค์แห่งปีศาจ ความเร็วในการฝึกฝนของเด็กหนุ่มคนนี้จะต้องมีมากกว่าผู้เป็นพี่สาวอย่างหลี่โย่วเวยแน่นอน!
และถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ฉู่โม่วเองก็อยากจะเห็นด้วยตาตนเองเหมือนกัน
เมื่อกลับมายังคฤหาสน์ เขาพบว่าเฉินซีเวยไม่ได้อยู่ที่นี่
จากการสื่อสารกับเหล่าอสูรรับใช้ เขาก็พบว่าเสี่ยวจินอยู่ด้านนอกฐาน ภายหลังที่ได้ถามไถ่แล้วก็พบว่า เสี่ยวจินตามเฉินซีเวยออกไปล่าสัตว์อสูรอยู่ด้านนอกนี้
เพราะงั้นฉู่โม่วจึงฝากเสี่ยวจินไปบอกให้เฉินซีเวยดูแลตนเองดี ๆ ด้วย
ส่วนตัวเขาเลือกที่จะกลับเข้าไปยังเขตแดนลับและเร่งความเร็วในการฝึกฝนต่อไป
เขาหยิบเอาหินปฐมกาลระดับต่ำกว่าหมื่นล้านก้อนออกมาและใส่มันลงไปในรอยแยก จากนั้นก็จมดิ่งลงไปในทะเลแห่งพลังงานปฐมกาลเพื่อดูดซึมพลังแห่งโลกและสวรรค์ในทันที
ไม่เพียงเท่านั้น
ฉู่โม่วยังหยิบเอาเลือดอสูรระดับ 7 ที่ได้มาจากการจัดการจระเข้โลหิตคลั่งขึ้นมากระดกไปหนึ่งอึกด้วย
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานที่รุนแรงหลั่งไหลไปทั่วร่างกาย ฉู่โม่วไม่รอช้าที่จะฝึกกระบวนท่าฝึกฝนอณูแห่งชีวิตเมฆาครามเพื่อดูดกลืนอณูแห่งชีวิตมาพัฒนาร่างกายอย่างรวดเร็ว
เวลาหมุนผ่านไป
ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมานี้ พลังกายของฉู่โม่วเพิ่มขึ้นระดับที่เร็วมาก ๆ
เพียงชั่วพริบตา มันก็ผ่านมายี่สิบวันแล้ว
เขาลืมตาตื่นขึ้นมาและค่อย ๆ ตรวจสอบร่างกายของตน
ในช่วงยี่สิบวันมานี้ ฉู่โม่วสามารถเพิ่มพลังได้มากถึง 90,000 พลังช้างสาร!
แม้ว่ามันจะดูเหมือนมาก
แต่จริง ๆ แล้ว
ท่ามกลางพลังที่เพิ่มมา 90,000 พลังช้างสาร เกือบ 30,000 พลังช้างสารได้มาจากการดื่มกินเลือดอสูรระดับ 7 เข้าไปเพียว ๆ
พลังที่เขาสามารถเพิ่มได้จริง ๆ ด้วยตนเองคือประมาณ 60,000 พลังช้างสารเท่านั้น
หรือถ้านับง่าย ๆ เขาสามารถเพิ่มพลังได้วันละ 2,000 กว่าพลังช้างสาร เกือบจะทุกวัน!
แต่อย่างที่รู้กันมาอยู่แล้ว ว่าเหตุผลที่ทำให้ฉู่โม่วสามารถฝึกฝนได้รวดเร็วเช่นนี้ เพราะใช้หินปฐมกาลระดับต่ำไปกว่าหมื่นล้านก้อนเพื่อให้ได้อณูแห่งชีวิตเพิ่มขึ้นอีกยี่สิบเท่า นอกจากนี้เพราะเพิ่งจะขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ได้ ดังนั้นช่วงนี้พลังของเขาจะเพิ่มได้รวดเร็วกว่าปกติอยู่แล้ว
ถ้าหากตัดปัจจัยภายนอกเหล่านี้ไป บางทีฉู่โม่วอาจจะเพิ่มความแข็งแกร่งได้วันละราว ๆ 1,000 พลังช้างสารเท่านั้น!
“พลังสูงสุดของจ้าวยุทธ์ที่รับได้คือ 5 ล้านพลังช้างสาร”
“หากฉันเป็นจ้าวยุทธ์ทั่ว ๆ ไป ด้วยความเร็วเพียง 1,000 พลังช้างสารต่อวันที่เพิ่มขึ้นนี้ ฉันคงพอใจแล้ว เพราะมันใช้เวลาไม่ถึงสี่สิบปีก็จะเข้าสู่การเป็นจ้าวยุทธ์ระดับสูงได้”
“ยังไงเสียความเร็วระดับนี้ก็ถือว่าน่ากลัวมาก ๆ แล้วเหมือนกัน”
“แต่สำหรับฉัน… มันยังไม่พอ!”
ฉู่โม่วสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วบ่นพึมพำกับตนเอง
ตั้งแต่ที่ขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์มาได้ ฉู่โม่วก็รู้สึกได้ว่ารากฐานที่ถูกขัดและจัดใหม่จนมันพิเศษมากยิ่งขึ้นนี้ ทำให้ขีดจำกัดพลังของขั้นจ้าวยุทธ์พลอยเพิ่มขึ้นไปด้วย!
อิงจากที่ฉู่โม่วคาดคะเนไว้ ขีดจำกัดพลังกายในขั้นจ้าวยุทธ์ของเขาน่าจะสูงกว่าคนอื่น ๆ สักสิบเท่าได้!
เพราะงั้นแล้ว ขีดจำกัดของฉู่โม่วในตอนนี้น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 50 ล้านพลังช้างสาร!
และนั่นก็ยังหมายถึง
มันต้องใช้เวลาเกือบร้อยปีอย่างเร็วที่สุดกว่าเขาจะสามารถเข้าสู่ช่วงทลายขีดจำกัดขั้นจ้าวยุทธ์ได้!