ตอนที่ 21
บทที่ 21 หมัดทะลวงฟ้า!
October 22, 2026
บทที่ 21 หมัดทะลวงฟ้า!
ในอีกฝากหนึ่ง
ฉู่โม่วค้นหาทุกวิถีทางเพื่อไปตามเส้นทางซึ่งตู้จิ้งบอกไว้
ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงความเคลื่อนไหวหนึ่งก็แว่วขึ้น ณ เบื้องหน้าของเขา
ดังนั้นชายหนุ่มจึงทำการกลั้นหายใจและเอนตัวลงทันที
พื้นลาดโล่งปรากฏสู่สายตาไม่ห่างไปนัก
ร่างสะโอดสะองของผู้หญิงยืนตระหง่านอยู่ด้านหน้าพร้อมกระบี่ในมือ ใบหน้าของเธองดงามหาใดเปรียบ
ทันใดนั้น…
ร่องรอยความเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามประหนึ่งนางฟ้า แววตาของเธอจ้องมองอย่างเฉยเมยไปยังด้านตรงข้าม
ตรงหน้าของเธอ คือผู้ชายท่าทางหยิ่งผยองผู้หนึ่ง ตาของเขาตวัดเชิดขึ้นจนแทบชี้ฟ้า
“เธอนี่สวยจริง ๆ นะ แล้วไหนจะพรสวรรค์และพลังนั่นอีก! นับว่าเยี่ยมยอดมาก!”
“ฉันคือสวี่กวงจากสถาบันอันดับหนึ่งแห่งฐานฉางเฟิง แน่นอนว่าฝีมือกระบี่ฉันเนี่ยไม่มีใครเทียบติด อีกทั้งอนาคตก็ยังรุ่งโรจน์ หากเธอยอมรับใช้และยกให้ฉันเป็นนายท่านแต่โดยดีละก็ รับประกันได้เลยว่าอนาคตเบื้องหน้าของเธอจะสดใส ว่ายังไงละหืม?”
สวี่กวงยืนไผล่หลังพลางใช้แววตาหื่นกระหายตวัดขึ้นลง
ผู้หญิงคนนั้นคือเฉินซีเวยไม่ผิดแน่
เธอไม่ได้พูดสิ่งใด เพียงจ่อปลายกระบี่ไปทางสวี่กวง
ภาพในดวงตาพลันกระจ่างชัด
การกระทำนี่มัน…
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้หญิงคนนี้แน่วแน่เพียงไหน!
“ยัยคนหัวรั้นเอ๊ย!”
ทันใดนั้น
ดวงตาของสวี่กวงกะพริบวาบเช่นเดียวกับใบหน้าที่เริ่มครึ้มเขียว “ถ้าขืนดื้อดึงอยู่อีก ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”
เมื่อสิ้นคำ เจ้าตัวไม่เอ่ยพูดอะไรอีก ทำการพุ่งทะยานร่างออกไปทันที!
ขณะที่ร่างเคลื่อนเข้ามาใกล้ เสียงลมหายใจเข้าออกของอีกฝ่ายพลันกลายเป็นดั่งเสียงของน้ำตกเชี่ยวกราก
เพียงพริบตา พลังของผู้ฝึกยุทธระดับกลางก็พลันถูกปลดปล่อยออกมา!
เมื่อต้องเผชิญกับพลังเช่นนี้ แทนที่จะถอยหนี เฉินซีเวยกลับนิ่งงันอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน
เธอเม้มริมฝีปากน้อย ๆ ปลายกระบี่ยังคงจรดชี้ไปที่คนตรงหน้าไม่เปลี่ยนแปลง
แม้เธอจะเป็นผู้ปลุกพลังซึ่งเปี่ยมพรสวรรค์ แต่ก็เพิ่งเรียนรู้ได้ไม่นาน
ภายใต้แรงกดดันอันน่าสะพรึงนี้ หญิงสาวไม่ต่างจากเรือน้อยกลางพายุคลั่ง ไม่อาจล่วงรู้จะล่มสู่ห้วงสมุทรเมื่อไร
และแล้วก็เป็นไปดังคาด
เพียงการโจมตีไม่กี่ครั้ง เฉินซีเวยก็ผงะถอยพรวด เลือดแดงฉานทะลักของริมฝีปากก่อนตัวจะแนบซบกับพื้น
เธอพยายามพยุงร่างขึ้น แต่ความขมของโลหิตที่แทรกซึมทั่วปากกลับบังคับให้ต้องถุยของเหลวในนั้นออกมา
ถุย!
“เห้อ… เห็นเธออ่อนแอแบบนี้ ฉันละนึกสงสารจริง ๆ…”
สวี่กวงค่อย ๆ สาวเท้าไปข้างหน้าพร้อมกระบี่ในมือ กวาดตาไปยังเรืองร่างงดงามแล้วส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้
“ฉันจะให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้ายนะคนสวย จะยอมดี ๆ หรือจะยอมทั้งน้ำตา” เขาว่า
เฉินซีเวยไม่ได้ตระหนกหรือสั่นคลอนประการใด ดวงตาของเธอยังคงไร้แววเหมือนเดิม ประหนึ่งว่าไม่ได้บาดเจ็บสาหัสแม้แต่น้อย
ความเงียบยังคงปกคลุมทั่ว
ทว่าท่าทางเช่นนี้ทำให้ผู้รับชมเกิดความไม่พอใจ
ภาพที่เห็นทำให้ดวงหน้าของสวี่กวงถมึงทึงกว่าเดิม
ทั้ง ๆ ที่ในฐานฉางเฟิงล้วนไม่มีผู้ใดหาญเทียบเขาได้
ด้วยความสามารถของเขา แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงยังให้การยอมรับเขา อีกทั้งยังไม่มีใครในฐานฉางเฟิงที่ขวัญกล้าพอจะขัดขืนต่อต้านคนอย่างเขา!
หากกล่าวว่าเขาแทบจะเรียกลมเรียกฝนได้ก็คงไม่ผิดนัก
นานแค่ไหนกัน…?
นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้พบพานกับผู้หญิงหยาบคายเช่นนี้!?
ทันใดนั้นเอง
ความอดทนของสวี่กวงมอดดับลง
“ในเมื่อเธอเลือกความตาย ฉันก็ไม่ขัดศรัทธา ยินดีจะส่งเธอไปที่ชอบที่ชอบเอง!”
สิ้นเสียง
สวี่กวงสะบัดกระบี่ในมือ เงื้อมันขึ้นเพื่อจบชีวิตหญิงสาวตรงหน้า
ภายใต้แสงอันหนาวเหน็บซึ่งกระจายออกมาจากคมกระบี่คมกริบนั่น เฉินซีเวยค่อย ๆ หลับตาคล้ายยอมรับชะตากรรม
คลื่นความตายคืบคลานเรื่อย ๆ แต่ไร้ซึ่งความกลัวแม้แต่น้อย
มีเพียงความเสียใจครอบครองพื้นที่ส่วนหนึ่งในใจ
เธอไม่อาจได้เห็นทิวทัศน์กว้างใหญ่ และเดินทางไปทั่วอย่างที่ฝัน
และที่สำคัญกว่าสิ่งใด…
เธอไม่อาจช่วยฉู่โม่วได้อีกแล้ว!
“ขอโทษ…”
“ฉันยังไม่ทันได้ช่วยนายเลย”
ลมหายใจถูกทอดถอนแผ่วเบาตามเสียงคำนึง
คมกระบี่กำลังตวัดลง
เช่นเดียวกับลมหายใจของเฉินซีเวยซึ่งจวนจะถูกพราก