ตอนที่ 220
บทที่ 220 ผู้ใช้จิตวิญญาณระดับ 2 และที่อยู่ของผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารา!
October 22, 2026
บทที่ 220 ผู้ใช้จิตวิญญาณระดับ 2 และที่อยู่ของผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารา!
วิหารราชันย์เทพยุทธ์
ภายในห้วงมิติของแผ่นศิลารู้แจ้ง
ฉู่โม่วกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหิน ดวงตาปิดสนิทและหมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝนกระบวนท่าฝึกวิญญาณจิตสังหาร
ภายในสมอง
ตลอดเวลาที่ฝึกฝนนี้ กลุ่มก้อนของหมอกทองคำจะถูกสร้างขึ้น และทุกครั้งที่หมอกทองคำเกิดขึ้นมาจะรู้สึกได้ว่าพลังจิตวิญญาณพลอยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สิ่งนี้ดำเนินอยู่ถึงสามสิบวัน ใช่แล้ว สามสิบวันผ่านไปในพริบตา
ในวันนี้
ตู้ม!
ขณะที่กำลังฝึกฝนเหมือนดั่งทุกวัน เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นรุนแรงบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในสมองของตนเอง
จากนั้นพบว่าบริเวณรอบ ๆ สมองเกิดเป็นระลอกหมอกมากมายที่ก่อตัวคล้ายมวลเมฆ คลื่นหมอกเหล่านี้กระเพื่อมเหมือนคลื่นความไม่สงบบนผิวน้ำที่พอเกิดบ่อยขึ้นมันก็ค่อย ๆ เกิดคลื่นเบาลงจนกระทั่งหายไปทั้งหมด
ครู่หนึ่ง
สิ่งที่เหมือนกับเมฆหมอกหายไปจนหมดแล้ว จากนั้นแทนที่ด้วยหยดของเหลวสีทองที่หยดลงบนสมองก่อเกิดเป็นแสงสีทองสว่างจ้า
“นี่มัน… สายธารจิตวิญญาณ!”
“แสดงว่าฉันก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ใช้จิตวิญญาณระดับ 2 แล้ว!”
ชายหนุ่มลืมตาตื่นและพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความสุข
การฝึกฝนวิญญาณจิตสังหารนี้ยากเสียยิ่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ซะอีก!
ด้วยการเพิ่มความเข้าใจจากแผ่นศิลารู้แจ้ง ประกอบกับพรสวรรค์แห่งห้วงเวลา ทำให้ความเข้าใจเพิ่มขึ้นได้อีกสี่เท่า ดังนั้นทำให้ทักษะในการเข้าใจสิ่งต่าง ๆ เร็วกว่าผู้ปลุกพลังคนอื่นถึงหนึ่งต่อสี่วัน
แต่ถึงอย่างนั้นยังต้องใช้เวลากว่าสามสิบวันถึงจะผ่านระดับแรกมาได้อยู่ดี
หากเปลี่ยนปริมาณวันเหล่านี้เป็นแต้มคะแนนราชันย์เทพยุทธ์ละก็ จะต้องใช้มากถึง 1,500 แต้มเลยทีเดียว
ราคาที่แลกมานั้นถือว่ามากมายอยู่
ทว่า
“คุ้มค่า!”
เมื่อตระหนักได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่กลั่นกรองอยู่ภายในห้วงจิต ฉู่โม่วก็พูดเบา ๆ
ไม่อยากจะคิดว่านี่เป็นเพียงขั้นแรก
ด้วยวิธีการใช้งานของพลังแห่งจิตวิญญาณนั้นค่อนข้างแปลกและยากเกินกว่าจะคาดเดา ในตอนนี้ ฉู่โม่วสามารถรับรู้ได้ว่าพลังแห่งจิตวิญญาณของตนนั้นสูงกว่าเดิมอย่างน้อย ๆ ก็ 10 เท่าเข้าไปแล้วจากระดับแรกสุด
อิงจากที่ฉู่โม่วคาดเดา
ในตอนนี้ ต่อให้เขาจะไม่ใช้พลังกายหรือพลังปราณ เขาก็สามารถรับมือกับจ้าวยุทธ์ได้ เผลอ ๆ ราชันย์ยุทธ์ทั่ว ๆ ไปก็ไม่ต้องกังวลด้วย หากเขาได้มาซึ่งผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารา เขาก็จะสามารถสร้างอาวุธพลังจิตของตนเองได้ และนั่นก็จะยิ่งทำให้พลังแห่งจิตวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน
เมื่อเวลานั้นมาถึง
มันจะเพิ่มพลังให้ฉู่โม่วแข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งได้มากกว่านี้อีกมากมายแน่ ๆ
‘การใช้บริการของแผ่นศิลารู้แจ้งสามสิบวันใช้แต้มคะแนนราชันย์เทพยุทธ์ถึง 1,500 คะแนน ฉันคงใช้ต่อเนื่องมากไม่ได้แน่’
‘ในตัวเหลือแต้มคะแนนราชันย์เทพยุทธ์แค่ 1,300 คะแนนเท่านั้น ถ้างั้นต่อไปคงจะต้องเปิดใช้งานจารึกหลอมวิญญาณร้อยเท่าเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แทนแล้ว’
คิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็ออกจากที่แห่งนี้ไป และเดินไปคุยกับร่างเสมือน เพื่อขอให้ช่วยเปิดจารึกหลอมวิญญาณร้อยเท่าให้ตนหน่อย
[คุณฉู่โม่วที่เคารพ ท่านผู้เป็นผู้สืบทอดแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์ จารึกหลอมวิญญาณร้อยเท่าใช้แต้มคะแนนราชันย์เทพยุทธ์ 20 คะแนนต่อวันสำหรับสั่งเปิดใช้งาน และจำเป็นต้องเปิดใช้งานอย่างน้อยสามวันต่อหนึ่งรอบ ต้องการให้เปิดหรือไม่?]
ร่างเสมือนถาม
“เปิดครับ”
ฉู่โม่วตอบโดยไม่ลังเล
[เชิญตามมา]
ได้รับคำตอบเช่นนั้น ร่างเสมือนก็เปิดรอยแยกมิติและเดินเข้าไปด้านในกับชายหนุ่ม
ในตอนแรก ภายในนั้นเป็นเพียงสถานที่มืดดำเท่านั้น แต่ทุกสิ่งอย่างดูจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปอยู่ภายใต้ความมืดมิดนี้
“ยังมีมิติลับอยู่อีกแห่งเหรอเนี่ย?”
เขาค่อนข้างประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อภาพทุกอย่างปรากฏขึ้นอีกครั้งก็พบว่าภายในมิติเล็ก ๆ แห่งนี้ มีพื้นที่ร่วมสิบหกกิโลเมตร ที่นอกจากทุ่งหญ้ากับบ่อน้ำเล็ก ๆ แล้วก็ไม่มีสิ่งใดอื่นอยู่เลย
ขณะนั้น แม้แต่บ่อน้ำเองก็ไม่มีร่องรอยว่ามันเคยมีน้ำเติมเต็มอยู่เลยด้วยซ้ำ
“ร่างเสมือนวิหารราชันย์เทพยุทธ์ สิ่งที่ผมอยากให้ช่วยเปิดใช้งานคือจารึกหลอมวิญญาณร้อยเท่านะครับ ทำไมถึงไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของอณูแห่งชีวิตจากที่แห่งนี้เลยล่ะ?”
ฉู่โม่วถามด้วยความสงสัย
[ได้โปรดรอสักครู่ จิตวิญญาณกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อเปิดใช้งานจารึกแห่งนี้อยู่ อย่าได้กังวล]
ร่างเสมือนกล่าว
ด้วยเหตุนี้ ชายหนุ่มจึงรอเงียบ ๆ อย่างใจเย็น
ครู่หนึ่ง
จู่ ๆ ร่างเสมือนก็พูดขึ้นมา [เขตแดนมนตราหลอมรวมวิญญาณได้ถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว เช่นนั้นขอตัวก่อน หากคุณต้องการออกจากที่นี่เมื่อไรให้ตะโกนเรียกดัง ๆ แล้วผมจะมาพาออกไปในทันที]
พูดจบ
ร่างของร่างเสมือนก็หายไปจริง ๆ
ฉู่โม่วมองการผลุบ ๆ โผล่ ๆ ของเหล่าราชันย์เทพยุทธ์เหล่านี้ด้วยความไม่ชินตาเสียที
ในขณะเดียวกัน ภายในใจยังรู้สึกสับสน…
ที่แห่งนี้ไม่มีกลิ่นอายของอณูแห่งชีวิตอยู่เลย แต่อีกฝ่ายกลับบอกว่าจารึกหลอมวิญญาณร้อยเท่านี้เสร็จสมบูรณ์แล้วงั้นเหรอ?
หรือว่ามันจะเสียหาย?
เขาคิดกับตนเอง
แต่ในขณะที่คิดเช่นนั้น
ซู่!
ภายในบ่อน้ำเล็ก ๆ ตรงหน้า มีน้ำนมสีขาวปริมาณมากค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นมาจนกระทั่งท่วมท้นทั้งบ่อ มันส่งกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ไปทั่ว
และตลอดเวลาที่ของเหลวสีขาวนี้ค่อย ๆ เติมเต็มขึ้นมา มันก็สร้างอณูแห่งชีวิตให้ก่อตัวหนาขึ้นภายในจารึกแห่งนี้ด้วย
เพียงชั่วพริบตา
ปริมาณของอณูแห่งชีวิตภายในก็ถึงจุดสูงสุดที่ฉู่โม่วจะสามารถประเมินค่าได้แล้ว
ถึงอย่างนั้นแล้ว อณูแห่งชีวิตเหล่านี้ยังไม่หยุดเพิ่มตนเอง และยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง
ราวครึ่งชั่วโมง อณูแห่งชีวิตเหล่านี้ถึงค่อยหยุดเพิ่มจำนวนไป
และในตอนนั้น
ระดับปริมาณของอณูแห่งชีวิตภายในจารึกแห่งนี้ก็จัดอยู่ในขั้นที่สูงจนน่ากลัวไปเป็นที่เรียบร้อย
ระหว่างโลกและสวรรค์ อณูแห่งชีวิตที่เพิ่มมาจนเห็นชัดด้วยตาเปล่าก่อตัวเป็นหมอกหนา ซึ่งบางส่วนก็กลายสภาพเป็นหยาดฝนโปรยปรายลงไปในดินให้กลืนกินเข้าไป
“ปริมาณมหาศาลจนน่าเหลือเชื่อเลยแฮะ!”
ฉู่โม่วอุทานออกมา ก่อนจะเผลอใช้การปรับแต่งพลังงานดั้งเดิมของยีนไปโดยไม่รู้ตัว
ในทันที
อณูแห่งชีวิตที่ท่วมท้นอยู่ในห้วงอากาศเริ่มถูกกระตุ้นราวกับได้รับคำสั่ง มันรวมตัวกันก่อนจะโถมเข้าใส่หัวของฉู่โม่วและหลั่งไหลไปทั่วทั้งร่าง
‘แค่ดูดกลืนหมอกนี้เข้ามาก็ได้อณูแห่งชีวิตสูงกว่าปกติถึงห้าสิบเท่าแล้ว!’
เขาคิดกับตนเอง