ตอนที่ 231
บทที่ 231 กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ …ทำลายล้างทั้งสิบทิศ!
October 22, 2026
บทที่ 231 กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ …ทำลายล้างทั้งสิบทิศ!
ฉู่โม่วไม่สามารถสัมผัสได้เลยว่ากระบี่ที่ฟันออกไปโดนตัวศัตรูหรือไม่
แล้วก็จริงอย่างที่คิด…
เพียงไม่กี่ลมหายใจ
เมื่อคลื่นระเบิดและแรงปะทะทั้งหมดจางลง ฉากบนสนามรบก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนต่อหน้า
แม้จะพอคาดเดาไว้บ้าง แต่เมื่อเห็นด้วยตาตัวเอง สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นชะงักงัน
เมื่อปรายตามองตามไป
จะเห็นร่องรอยของกระบี่ถูกฟันออกไป หากแต่ไม่ได้โดนร่างของโจวหยง ทว่ากลับถูกหน้ากากสีแดงเพลิงสกัดขวางไว้!
ปรากฏโล่โปร่งแสงปกป้องร่างทั้งหมดของโจวหยง พลังดุดันที่ห่อหุ้มบนกระบี่ เมื่อปะทะโดนโล่แสงก็เกิดระลอกคลื่นขนาดใหญ่รุนแรง หากแต่โล่รูปหน้าอสูรกลับไร้รอยขีดข่วน มันดูมีความเสถียรมากจนยากที่จะทำลายตัดผ่าน
“ฉู่โม่ว!”
นี่คือสมบัติประจำตระกูลโจวของฉัน ‘โล่มังกรเพลิงสวรรค์’ มันเป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 9 สามารถใช้ทั้งโจมตีและป้องกัน
หากใช้ป้องกัน… กระทั่งราชันย์เทพยุทธ์ทุ่มกำลังทั้งหมดยังยากที่จะทำลายได้
หรือจะใช้มันเพื่อโจมตีก็สามารถช่วยเพิ่มพลังให้ผู้ปลุกพลังที่มีพรสวรรค์ธาตุไฟอย่างน้อยสิบเท่า!
“และแม้ผู้ถือครองจะไม่มีพรสวรรค์ธาตุไฟเลย ก็ยังนำมาเพิ่มความแข็งแกร่งโดยรวมได้ถึงสามเท่า!”
สมัยก่อน… บรรพบุรุษตระกูลโจวได้เข้ามายังเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัย และช่วงชิงสมบัติชิ้นนี้มาจากผู้ปลุกพลังท่านอื่น เมื่อออกไปภายนอกก็ขยายอิทธิพล จนสามารถก่อตั้งตระกูลโจวในสุดยอดฐานจงไห่ได้สำเร็จ และสมบัติชิ้นนี้จึงตกทอดมา ทุกคนรู้จักกันดีในนามโล่มังกรเพลิงสวรรค์!
“แล้วกับแกที่เป็นเพียงจ้าวยุทธ์ตัวน้อยยังกล้าฝันลม ๆ แล้ง ๆ ที่จะทำลายมันงั้นเหรอ?!”
โจวหยงกล่าวพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
หัวใจของฉู่โม่วหล่นวูบลงทันที
ยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 9!
กระบี่สารทสังหารในมือเขาเป็นเพียงยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 7 แล้วจะเปรียบกับยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 9 ที่ถูกราชันย์เทพยุทธ์ที่แข็งแกร่งใช้ได้อย่างไร
เป็นไปได้ไหม…
ที่จะลองขอร้องโจวหยงกับลูกชายให้ปล่อยเขาไป?
ขณะที่กำลังคิดเช่นนั้น
โจวหยงยกยิ้มขึ้นแล้วกระตุ้นพลังปราณ เลือด และอณูแห่งชีวิตในร่างกายทันที จากนั้นควบคุมโล่มังกรเพลิงสวรรค์เพื่อโจมตี
“ฉู่โม่ว ตายซะ!”
ภายใต้เสียงตะโกนกึกก้อง
เขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยทั้งหมดดูเหมือนจะอุณหภูมิสูงขึ้นในทันใด
ประกายสีแดงฉานที่เต็มไปด้วยพลังอันน่าเกรงขามพุ่งออกจากร่างโจวหยงผ่านมือออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับประตูเขื่อนกั้นน้ำถูกเปิด
ชั่วพริบตา
มังกรเพลิงที่มีกลิ่นอายน่ากลัวเปล่งเสียงคำราม พร้อมสีหน้าดุร้ายกำลังร่ายรำบิดเกลียวไปมา ก่อนจะพุ่งตรงมายังชายหนุ่ม
เมื่อเผชิญหน้ากับพลังอันน่าสะพรึงเช่นนี้
ฉู่โม่วไม่ลังเลที่จะใช้เทเลพอร์ตอย่างรวดเร็วเพื่อถอยหลังหลบทันที
แต่ดูเหมือนมังกรเพลิงจะระบุตำแหน่งของเขาได้เสมอไม่ว่าจะหลบหนีอย่างไร
“มังกรตัวนี้สามารถล็อกเป้าหมายแบบติดตามได้!”
หัวใจของฉู่โม่วสั่นวูบไหว
ต้องรีบจัดการโดยเร็วที่สุด!
ไม่มีทางเลือกแล้ว
เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลบรอด!
ชายหนุ่มจึงหายใจเข้าลึก ๆ ภายในรู้สึกจมดิ่งอย่างเงียบงัน
นี่เป็นครั้งแรกที่จะกระตุ้นใช้ภาพลวงตาอีกาสุริยันอย่างเต็มกำลัง
กา! กา! กา!
พร้อมกับเสียงร้องชัดเจน อีกาสามขาทองคำก็โผบินขึ้นปกคลุมท้องฟ้าในทันที
เปลวเพลิงสีดำพัดผ่านไปทั่ว ทำให้แผ่นฟ้ากว้างใหญ่ปั่นป่วน
ในเวลาเดียวกัน
เปลวเพลิงที่สว่างไสวและร้อนแรงก็ปรากฏขึ้นบนร่างของฉู่โม่วทันที
มันคือภาพลวงตาอีกาสุริยันผู้ยิ่งใหญ่!
ช่วงเวลาที่เงานี้ปรากฏขึ้น
พลังปราณ เลือด และอณูแห่งชีวิตในร่างกายก็ไหลเวียนอย่างเดือดพล่าน ทักษะและพรสวรรค์ต่าง ๆ ถูกเปิดใช้งาน ความแข็งแกร่งถูกกระตุ้นถึงขีดสุดถึงสี่ร้อยเท่าทันที
ช่วงเวลานี้
ชายหนุ่มถูกล้อมรอบด้วยอัสนีไร้ขอบเขต คลื่นลมและเปลวเพลิง ต่างโอบอุ้มเขาอย่างบ้าคลั่ง
พลังงานแห่งการทำลายล้างต่างปะทุออกมา ราวกับท้องฟ้าถูกแผดเผาเป็นรูโหว่
“ทำลายมัน!”
ท่ามกลางเสียงคำราม ฉู่โม่วตวัดกระบี่ออกไปพร้อมเปลวเพลิงที่ดุร้ายน่าสะพรึงกลัว ขณะเดียวกันอีกาสีทองขนาดใหญ่ก็บินโฉบไปเข้าปะทะกับโล่มังกรเพลิงสวรรค์
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ทันทีที่คลื่นพลังทั้งสองเข้าปะทะกันก็เกิดระเบิดออกมาไม่รู้จบเหมือนดอกไม้ไฟ คลื่นปะทะอันน่าสะพรึงกลัวได้กวาดออกไป สั่นสะเทือนท้องฟ้าและหมู่ดาวอย่างรุนแรง
แกรก!
แกรก!
ความว่างเปล่าอันมืดมิดสั่นสะเทือน ทำให้ห้วงมิติแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ประกายเพลิงนับไม่ถ้วนถูกจุดขึ้นคล้ายกับท้องฟ้าถูกแผดเผากระจายไป
เพียงพริบตา เขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยทั้งหมดดูเหมือนจะกลายเป็นทะเลเพลิง!
ผลพวงที่ตามมาโดยรอบเลวร้ายมาก แล้วฉากแบบไหนกันที่ควรอยู่ใจกลางของการปะทะครั้งนี้?
เมื่อมองดู…
คลื่นกระบี่ที่พุ่งออกไปพร้อมภาพลวงตาอีกาสุริยันปะทะกับมังกรเพลิงซึ่ง ๆ หน้า ก็เกิดการหักล้างระหว่างคลื่นพลังทั้งสอง
กา! กา! กา!
เสียงร้องอย่างโอดครวญของอีกาสามขาทองคำดังขึ้น
วินาทีต่อมา
คลื่นกระบี่ของฉู่โม่วก็แตกสลายลง แม้กลิ่นอายของมังกรเพลิงจะลดลงไปมาก แต่ยังคงล็อกเป้าพุ่งกระโจนมา
อย่างทันท่วงที
ชายหนุ่มรีบเปิดใช้งานพรสวรรค์ธาตุดินทันที ภายใต้การโคจรพลังพลันปรากฏโล่หน้ากากสีเหลืองหม่นขึ้นด้านหน้า
ก่อนที่จะถูกมังกรเพลิงพุ่งเข้าชน มันรั้งไว้ได้เพียงไม่กี่อึดใจก่อนจะถูกทำลายลง
หลังจากนั้น
มังกรเพลิงพลันพุ่งวาบเข้าปะทะร่างฉู่โม่วโดยตรง
อ๊าก!
ราวกับเทน้ำเย็นลงในน้ำมันร้อน ฉู่โม่วได้ยินเสียงดัง ‘ซี่ซี่’ อย่างต่อเนื่อง
วินาทีต่อมา
เขาได้กลิ่นไหม้
ร่างกายของตนเหมือนถูกภูเขาอัดกระแทกจนกระเด็นลอยไป
อวัยวะภายในถูกบดขยี้ ก่อนที่ร่างจะตกลงสู่พื้นอย่างรุนแรง
ทันใดนั้นเขาก็กระอักเลือดคำโตออกมา ใบหน้าหล่อเหลาซีดลงถนัดตา
“ฉันขอชมเชย แกคืออัจฉริยะตัวจริง!”
“ถ้าฉันไม่ได้ถือครองโล่มังกรเพลิงสวรรค์ เกรงว่าคงไม่สามารถหยุดแกได้!”
“แต่ช่างน่าเสียดาย… เพราะโลกนี้ไม่มีคำว่า ‘ถ้า’ ไงล่ะ!”
“รีบตายซะเถอะ!”