ตอนที่ 252
บทที่ 252 วิชาลับของทวยเทพ พลังมันตรา ย่อโลกให้เล็กลง!
October 22, 2026
บทที่ 252 วิชาลับของทวยเทพ พลังมันตรา ย่อโลกให้เล็กลง!
“คัมภีร์ปลุกวิญญาณทวยเทพ!”
ฉู่โม่วชี้ไปที่ตัวเลือกนี้โดยไม่ลังเล
ทันใดนั้น
ข้อมูลอันมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาในจิตใจของฉู่โม่ว กลายเป็นอักษรสีทองที่ส่องแสงเจิดจ้าตราตรึงอยู่ในส่วนลึกของจิตสำนึกของเขา
สาระสำคัญมากมายที่แปลงมาจากคัมภีร์ปลุกวิญญาณทวยเทพเข้ามาในห้วงความคิด …ท่ามกลางความมึนงง ฉู่โม่วดูเหมือนจะเห็นเทพเจ้าผู้แกร่งกล้าพอที่จะเขย่าท้องฟ้าและก้าวขึ้นไปบนทางช้างเผือก
ทั่วทั้งร่างกายของเขาเปล่งแสงอันไร้ที่สิ้นสุดออกมา
มันตราอันน่าสะพรึงกลัวผุดพรายออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ดูแล้วน่าสะพรึงยิ่ง เพราะมันทำให้ความว่างเปล่าแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ดวงดาวระเบิดดั่งดอกไม้ไฟ และจักรวาลทั้งมวลก็อยู่ภายใต้อำนาจของเขา ก่อนถูกนำไปสู่ความพินาศในท้ายที่สุด
ภาพนี้คงอยู่ในใจของฉู่โม่วเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ
อย่างไรก็ตาม ราวกับทั้งหมดนั้นฉู่โม่วได้เห็นมันด้วยตาของเขาเอง ดังนั้นมันจึงฝังลึกอยู่ในหัวใจของเขา และคงใช้เวลานานกว่าจะลืมมันไปได้
เวลาเดินต่อไป
นิมิตทั้งหมดสลายไป และชายหนุ่มก็ฟื้นสติกลับมาในที่สุด
“สมกับเป็นกระบวนท่าเหนือตำนาน!”
ฉู่โม่วตกใจและคิดกับตัวเอง
จนกระทั่งเขาได้เข้าใจความละเอียดอ่อนของวิชานี้อย่างแท้จริง ชายหนุ่มจึงเข้าใจว่าวิชานี้ทรงพลังเพียงใด
ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่า หากแข็งแกร่งพอเขาอาจสามารถสร้างโลกขึ้นมาใหม่ได้!
หลังจากรู้สึกถึงมันได้
ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิ เตรียมพร้อมฝึกฝน
ขั้นแรก เขามองเข้าไปยังข้อกำหนดทั้งหมดของวิชานี้ จากนั้นเขาก็ฝึกฝนตามข้อกำหนดที่ได้ระบุเอาไว้
เมื่อเวลาผ่านไป
ทันใดนั้นทั้งร่างของฉู่โม่วก็ระเบิดลำแสงที่พร่างพรายออกมา มันทั้งแพรวพราวและเจิดจรัส ก่อนที่ร่างกายของเขาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่สั่นสะเทือนโลกทั้งใบ!
เมื่อมองเข้าไปในร่างกายของเขา
พบว่ายีนและเซลล์ในร่างกายทั้งหมดกำลังแบ่งตัวและจัดระเบียบใหม่ทั่วทั้งร่างกายตลอดเวลา จนรู้สึกไม่เหมือนเดิม
ในขั้นตอนนี้
ได้มีเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ เติบโตในร่างกายของฉู่โม่ว
นี่คือเมล็ดพันธุ์แห่งพลังเหนือธรรมชาติ!
ด้วยการขุดหาคุณสมบัติที่มีศักยภาพภายในตัวของผู้ปลุกพลัง สิ่งเหล่านี้จะถูกนำมารวมเข้าด้วยกัน
เมื่อเมล็ดพันธุ์แห่งพลังเหนือธรรมชาติก่อตัวขึ้น
ขั้นตอนต่อไป คือการเติมเต็มด้วยกำลังวังชาของสวรรค์และโลก เหมือนกับการรดน้ำเพื่อให้สารอาหาร จนในที่สุดมันก็จะผลิดอกออกผล
“ถ้าเป็นอย่างนั้น…”
“ก็ดูดกลืนมันให้ฉันสิ!”
ฉู่โม่วไม่ได้ถูกควบคุม เขาเพียงแค่ปล่อยมือจากพันธนาการทั้งหมด และเริ่มดูดซับพลังอณูแห่งชีวิตรอบตัวเขาโดยไม่ลังเลใจ
แม้ว่าจะมีแรงกดดันทางจิตที่แข็งแกร่งมากที่หอคอยดารารุ่ง แต่ก็ยังมีพลังแห่งสวรรค์และโลกที่แข็งแกร่งด้วยเช่นกัน
ในขณะนี้ ภายใต้การดูดซับของฉู่โม่ว พลังชีวิตทั้งหมดก็พลุ่งพล่าน และทันใดนั้นมันก็ได้ก่อตัวเป็นกระแสน้ำวนที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งหลั่งไหลเข้าสู่ศีรษะและแขนขาของฉู่โม่ว
…
ตู้ม!
จู่ ๆ อวี่เฟิงก็ลืมตาขึ้น ลำแสงสองดวงพลันพุ่งออกมาจากดวงตาของเขา เสื้อคลุมของเขาส่งเสียงดังลั่นอย่างรุนแรง และรัศมีที่รุนแรงก็ปล่อยออกจากตัวเขาเช่นกัน
เมื่อแรงกดดันนี้ถูกปล่อยออกมา
ในชั้นล่าง ผู้ปลุกพลังหลายคนเปลี่ยนสีหน้าทันทีที่พวกเขารู้สึกได้ถึงแรงกดดัน และรีบยกเกราะพลังชีวิตขึ้นมาเพื่อป้องกันมัน
แต่นอกเหนือจากลู่เฟิ่งชิง ฉางจื่อเฉิน และเย่ควง อัจฉริยะชั้นนำทั้งสามและอัจฉริยะอีกสองสามคนที่สกัดกั้นมันทัน ผู้ปลุกพลังที่มีพรสวรรค์อีกหลายสิบคนก็ไม่สามารถต้านทานได้และถูกพัดพาไปจากแรงกดดันนี้
ยิ่งไปกว่านั้น
พวกเขาถึงกับกระอักเลือดออกมา
“อะไรกัน?”
“เกิดอะไรขึ้น?!”
“แรงกดดันนี้ถูกสาดออกมาจากอวี่เฟิง เป็นไปได้ไหมว่าเขาก้าวข้ามระดับอีกขั้น?”
“น่าขนลุกชะมัด! แค่รัศมีของเขาก็ทำให้ฉันต้านทานไม่ได้แล้ว เขาจะแข็งแกร่งไปถึงไหนเนี่ย?!”
ใบหน้าของผู้ปลุกพลังต่างตกใจกลัว
ในตอนนี้ อวี่เฟิงค่อย ๆ ถอนพลังของเขากลับมาอย่างช้า ๆ หลังจากเห็นเหตุการณ์นี้ เขาก็กล่าวขอโทษกับทุกคนทันที “ทุกคน เนื่องจากฉันเพิ่งก้าวข้ามระดับไปเมื่อกี้นี้ ฉันเลยไม่สามารถควบคุมมันได้ชั่วขณะ ดังนั้นโปรดอภัยให้ฉันด้วย”
“อวี่เฟิง นายจะสุภาพเกินไปแล้ว!”
“ฉันไม่เป็นไรหรอก!”
“ยินดีด้วยกับอวี่เฟิงที่ก้าวข้ามระดับอีกครั้ง!”
ผู้ปลุกพลังกลุ่มหนึ่งพูดอย่างรวดเร็วโดยแสดงออกว่าพวกเขาไม่ถือสาอะไร
น่าขำ
อย่าว่าแต่อวี่เฟิงที่กล่าวขอโทษเลย ต่อให้เขาจะไม่ขอโทษก็ตาม ใครจะกล้าตั้งคำถามกับเขา?
ไม่ว่าความแข็งแกร่งหรือภูมิหลังของเขา ก็ไม่อาจหาที่เปรียบได้
ในกรณีเช่นนี้จึงทำได้แต่มองข้ามมันไปก็เท่านั้น
หัวใจของอวี่เฟิงในตอนนี้เต็มไปด้วยความสุข โดยไม่สนใจความคิดของผู้ปลุกพลังคนอื่น
เพราะพลังวิญญาณของเขาได้ทะลวงขอบเขตเล็ก ๆ
เดิมทีเขาเป็นปรมาจารย์ด้านจิตวิญญาณในระดับ 3 ขั้นต้น แต่ภายใต้แรงกดดันทางจิตวิญญาณของหอคอยดารารุ่งนี้ พลังจิตวิญญาณของเขาก็ทะลุทะลวงโดยตรงและก้าวไปสู่ระดับ 3 ขั้นกลาง
แม้ว่าจะเป็นเพียงการก้าวกระโดดเล็กน้อยในขอบเขต แต่การเติบโตของความแข็งแกร่งนั้นแตกต่างกันมาก
“ปรมาจารย์จิตวิญญาณระดับ 3!”
“เพียงพอให้ฉันปีนขึ้นไปถึงชั้นที่ 80 หรือสูงกว่านั้นได้!”
“บางทีฉันอาจจะยังด้อยกว่าฉู่โม่วในแง่ของพลังจิตวิญญาณ แต่ความแข็งแกร่งของฉันเหนือกว่าเขา!”
เมื่อมองไปที่ฉู่โม่วซึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ในขณะนี้ โดยมีนิมิตปรากฏขึ้นทั่วร่างกายของเขา อวี่เฟิงก็คิดกับตัวเอง
หลังจากที่เห็นฉู่โม่วขึ้นไปถึงชั้นที่ 90 เขาก็เข้าใจอย่างชัดเจน
เมื่อพูดถึงพรสวรรค์ เขาเทียบกับฉู่โม่วไม่ติด
แต่ถ้าเขาอยู่ในระดับการฝึกฝนเดียวกัน อวี่เฟิงเชื่อว่าเขาจะไม่อ่อนแอไปกว่าฉู่โม่ว
และอีกเรื่อง…
เขาที่ฝึกฝนทั้งวรยุทธ์และพลังวิญญาณ วรยุทธ์ได้เข้าสู่จุดสูงสุดของราชันย์ยุทธ์แล้ว เขาอยู่ห่างจากราชันย์เทพยุทธ์เพียงก้าวเดียว และพลังวิญญาณได้เข้าสู่ขั้นกลางระดับ 3 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของระดับราชันย์ยุทธ์เท่านั้น!
บางทีในอนาคต ฉู่โม่วอาจจะสามารถยืนในระดับเดียวกับเขาได้
แต่ตอนนี้
ความห่างระหว่างเขากับฉู่โม่วยังคงมีอยู่มาก!
คิดได้เช่นนั้น
อวี่เฟิงอดไม่ได้ที่จะแสดงความมั่นใจในดวงตาของเขา
นี่คือความมั่นใจและความเย่อหยิ่งที่เขามีในฐานะอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้
อย่างไรก็ตาม