ตอนที่ 300
บทที่ 300 พรสวรรค์ที่โดดเด่นของเฉินซีเวย เข้าพบราชันย์เทพยุทธ์มังกรอาภา
October 22, 2026
บทที่ 300 พรสวรรค์ที่โดดเด่นของเฉินซีเวย เข้าพบราชันย์เทพยุทธ์มังกรอาภา
“รีบส่งคนไปเชิญคุณฉู่ให้มาที่นี่โดยเร็วที่สุด!”
หลังจากถอนหายใจยาว ราชันย์เทพยุทธ์มังกรอาภาก็ออกคำสั่งให้ไปเชิญฉู่โม่วเข้าพบทันที
เพียงสิ้นคำพูดเท่านั้น
ชายคนนั้นก็รีบวิ่งออกไปทันที ก่อนจะพบว่าฉู่โม่วได้ออกจากป้อมปราการหมายเลข 023 ไปแล้ว เมื่อถามถึงสถานที่ที่เขาไป แล้วจะกลับมาเมื่อใด เจียงฮ่าวก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่กลับตอบว่า คุณฉู่พาภรรยาของเขาไปเที่ยวทะเล
คนแจ้งข่าวรีบนำข้อมูลที่ได้มาแจ้งแก่ราชันย์เทพยุทธ์มังกรอาภาทันที และหลังจากรู้เช่นนั้น ราชันย์เทพยุทธ์มังกรอาภาก็ได้แต่ส่ายหัวและทิ้งข้อความแก่ลูกน้องไว้ว่า ถ้าใครพบฉู่โม่วให้รีบแจ้งเขาทันที
หลังจากออกคำสั่งเสร็จสิ้น ราชันย์เทพยุทธ์มังกรอาภาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่งข่าวติดต่อไปยังราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ซึ่งเป็นประมุขแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์ในสุดยอดฐานจงไห่
…
ฉู่โม่วไม่รู้เรื่องว่าราชันย์เทพยุทธ์มังกรอาภากำลังตามหาตัวเขาให้วุ่น
จนในเช้าตรู่ของวันที่สอง ชายหนุ่มและภรรยาได้ออกจากป้อมปราการหมายเลข 023 แล้วไปที่นอกแนวป้องกันชายฝั่ง
เฉินซีเวยอยากไปเดินริมชายหาดเล่นน้ำทะเลมานานแล้ว
แต่ฉู่โม่วกลับมัวติดพันอยู่กับเรื่องของจักรพรรดิมังกรทะเลตั้งแต่มาถึง จึงไม่สะดวกพาเธอไป จนเมื่อตอนนี้จักรพรรดิมังกรทะเลได้ตายลง จึงไม่มีสัตว์อสูรที่ทรงพลังในบริเวณแถบทะเลโดยรอบเหลืออยู่แล้ว ทำให้นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะพักผ่อน
เมื่อมีฉู่โม่วเคียงข้าง
ทั้งสองก็ใช้เวลาที่มีเดินเล่นริมชายหาดด้วยกัน
การได้เห็นมหาสมุทรไกลสุดลูกหูลูกตาเช่นนี้ทำให้เฉินซีเวยตื่นตาตื่นใจเหมือนเด็ก ๆ พลางปั้นกองทรายเล่นอย่างสนุกสนาน
เมื่อเห็นฉากนี้ ฉู่โม่วก็อดยิ้มไม่ได้
เฉินซีเวยของเขาที่ชอบทำตัวเย็นชา กลับมีมุมน่ารักเหมือนเด็ก ๆ ด้วยเหมือนกัน
จนชั่วขณะหนึ่ง
ในใจของฉู่โม่วก็สงสัยใคร่รู้ว่าพรสวรรค์ของเฉินซีเวยเติบโตขึ้นถึงขั้นไหนแล้ว
เขาจึงจ้องตรงไปที่เธอทันที
[เป้าหมาย : เฉินซีเวย]
[ระดับร่างกาย : เส้นชีพจรลมปราณหยินเยือกแข็งระดับตะวัน (สถานะยังไม่ตื่นขึ้น???)]
[พรสวรรค์ : ธาตุน้ำแข็งระดับตะวัน, วิชากระบี่ระดับดาราลับฟ้า, ธาตุน้ำระดับ 4, ธาตุไฟระดับ 5, ธาตุไม้ระดับ 5, ธาตุเหล็กระดับ 3]
…
รวมทั้งหมดหกพรสวรรค์!
สามารถกล่าวได้ว่าตั้งแต่ฉู่โม่วเริ่มฝึกวรยุทธ์ ไม่เคยเห็นผู้ปลุกพลังคนใดที่มีพรสวรรค์มากมายเท่าเธอมาก่อน!
หรือกระทั่งมีพรสวรรค์ที่ระดับสูงกว่าระดับราชันย์
โดยเฉพาะพรสวรรค์ธาตุน้ำแข็งของเฉินซีเวยนั้นอยู่ในระดับตะวันแล้ว!
“เหนือกว่าระดับดาราลับฟ้าก็คือระดับราชันย์ และเหนือยิ่งกว่าระดับราชันย์ เป็นระดับที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน ระดับตะวัน!”
“นั่นหมายความว่า…”
“ร่างกายที่มีเส้นชีพจรลมปราณหยินเยือกแข็งระดับตะวันแต่กำเนิดของเฉินซีเวย แข็งแกร่งยิ่งกว่าร่างอัสนีบาตคงกระพันระดับราชันย์ในปัจจุบันของฉัน!”
“ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเธอมีพรสวรรค์ธาตุน้ำแข็งระดับตะวันอีกด้วย!”
ฉู่โม่วพึมพำ
ในใจของเขารู้สึกตกใจไปกับพรสวรรค์แต่กำเนิดของภรรยา
ไม่น่าแปลกใจที่ความเร็วในการฝึกฝนของเฉินซีเวยนั้นจะเร็วมาก จนบางครั้งแม้แต่ฉู่โม่วก็ไม่สามารถตามทัน
เป็นเพราะพรสวรรค์ที่ราวกับฟ้าประทานของเธอ!
แม้แต่ฉู่โม่วยังต้องหลีกทางให้!
แต่ฉู่โม่วไม่ได้ท้อแท้แต่อย่างใด กลับมีรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า
ถึงยังไงเฉินซีเวยก็เป็นภรรยาของเขา
ยิ่งพรสวรรค์ของเธอสูงส่งเพียงใด ก็จะมีขีดจำกัดในการเติบโตน้อยลง เธอสามารถร่วมเดินทางกับเขาไปได้อย่างยาวนาน โดยไม่ต้องแยกจากกันเพราะช่องว่างความแข็งแกร่ง
ด้านฉู่โม่ว
แม้ในตอนนี้จะยังไม่เก่งเท่าเฉินซีเวย แต่เขามีระบบกลืนกิน หากเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ในที่สุดเขาก็จะสามารถทัดเทียมหรือแซงหน้าเธอได้ในสักวัน
แต่เดี๋ยวก่อน
ฉู่โม่วพลันสังเกตเห็นว่าร่างกายของเฉินซีเวยยังมีส่วนที่ไม่สามารถระบุเพิ่มเติมได้ แต่มีเครื่องหมายคำถามสามอันปรากฏขึ้น
“เป็นเพราะเธอยังไม่ถูกปลุกขึ้นงั้นเหรอ?”
ฉู่โม่วสงสัยมาก
แต่เขาเชื่อว่า
ร่างกายของเฉินซีเวยที่ยังไม่ถูกปลุกให้ตื่นนั้นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน และอาจมีมรดกสายเลือดหรือผนึกที่น่ากลัวบางอย่างสถิตอยู่ก็เป็นได้
“แต่…”
“ไม่ว่ายังไง เธอก็คือภรรยาของฉัน!”
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ฉันจะปกป้องเธอเอง!”
ฉู่โม่วตัดสินใจอย่างแน่วแน่
“ที่รักมาเร็ว มาดูสิว่าฉันเจออะไร!”
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด เฉินซีเวยก็โบกมือเรียกให้ฉู่โม่วไปหา
ดูสิ
ฉู่โม่วสลัดความคิดยุ่งเหยิงเหล่านั้นออกจากใจ ก่อนจะยิ้มขึ้นและเดินออกไป
…
ในเวลาต่อมา
ทั้งคู่ก็ใช้เวลาร่วมกันอย่างเพลิดเพลิน ทั้งหยอกเย้าอยู่ที่ริมชายหาด ไปจนถึงจับมือพากันไปดำน้ำที่ใต้ทะเลลึก
และเนื่องจากมีสมบัติลึกลับมากมายในท้องทะเลลึกมากกว่าบนพื้นดิน แม้ฉู่โม่วและเฉินซีเวยจะแค่หากิจกรรมเล่นสนุกกัน แต่พวกเขาก็พบสมบัติบางอย่างบนผืนทรายใต้น้ำ แม้ส่วนใหญ่จะไม่มีราคา แต่ก็มีสมบัติบางอย่างที่แม้กระทั่งผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์ยังต้องตาลุกวาว
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
สิบวันผ่านไปในชั่วพริบตา
ในวันนี้
ฉู่โม่วและเฉินซีเวย นั่งกอดกันอยู่บนเกาะแห่งหนึ่ง
มันถูกโอบล้อมไปด้วยท้องทะเลสีครามสุดลูกหูลูกตา
มีคลื่นปั่นป่วนเป็นครั้งคราว และบางครั้งก็เห็นสัตว์อสูรกระโดดขึ้นมาบนผิวน้ำ
เป็นช่วงเวลาเย็น
พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า แสงสาดส่องชโลมไปยังผืนทะเลอันกว้างใหญ่ซึ่งสวยงามมาก
ฉู่โม่วและเฉินซีเวยกำลังเดินจูงมือกันริมชายหาดดูพระอาทิตย์ตกดิน
ดวงอาทิตย์สีแดงระเรื่อส่องแสงระยิบระยับ สะท้อนท้องฟ้าครึ่งหนึ่งให้เป็นสีแดง อีกครึ่งเป็นเมฆสีขาวที่สะท้อนเป็นรูปร่างต่าง ๆ ซึ่งดูพร่างพราวจับใจ
เฉินซีเวยกำลังดูพระอาทิตย์ตกดินที่ค่อย ๆ ลับตาไป
ฉู่โม่วก็มองไปที่เธอ
ภายใต้แสงระยิบระยับของดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า กระทบใบหน้าของเธอจนแดงระเรื่อ ทำให้ตอนนี้เฉินซีเวยที่แสนเย็นชาดูเปล่งประกายและน่ารักขึ้นมาก
ประกอบกับลมทะเลอ่อน ๆ ที่พัดมากระทบผมของเธอจนปลิวไสว รับเข้ากับใบหน้าที่บอบบางจิ้มลิ้มของเธอ ได้สร้างความงามอันน่าหลงใหลแก่ผู้พบเห็น
“ฉู่โม่ว นายบอกว่าเราจะเป็นแบบนี้ไปอีกสักพัก… นายหมายถึงเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่ไหม?”
ทันใดนั้น