ตอนที่ 313
บทที่ 313 จบงานประลอง และสุดยอดม้ามืดผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่!
October 22, 2026
บทที่ 313 จบงานประลอง และสุดยอดม้ามืดผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่!
เวลาผ่านพ้นไปนานขนาดนี้
ไม่ว่าใครจะโง่แค่ไหน …ก็สามารถเข้าใจได้ในทันที
หลี่เสวียนจีผู้นี้มีตัวตนระดับสูงคอยสนับสนุนอย่างแน่นอน!
มิฉะนั้น…
มันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่ทีมลาดตระเวนจะหายหัวไปเช่นนี้ หลังจากที่เขากระทำการอุกอาจใหญ่โต
ต้องทราบว่าเดิมในหลายปีก่อน เคยมีผู้ปลุกพลังที่สร้างปัญหาในงานประลองหายอดฝีมืออัจฉริยะแห่งมนุษยชาติ
หรือแม้แต่ในงานประลองครั้งล่าสุด ก็ยังมีนายน้อยที่มีฐานะสูงศักดิ์ซึ่งมาจากฐานใหญ่ถูกทีมลาดตระเวนนำตัวออกไปทันที หลังจากเมินเฉยต่อข้อเสนอการเป็นลูกศิษย์ของบรรพบุรุษแห่งตระกูลที่ยิ่งใหญ่ และถูกทำลายจุดตันเถียนทิ้งจนหมดอนาคตเลยทีเดียว
แต่หลี่เสวียนจีกลับปลอดภัยดี…
ตัวตนลึกลับเช่นใดที่อยู่เบื้องหลังเขา ใครกันนะ?
เมื่อรู้แบบนั้น ผู้ปลุกพลังทุกคนที่อยู่บริเวณรอบ ๆ จึงมองทั้งสองด้วยแววตาที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
แม้กระทั่งผู้ปลุกพลังบางคนที่เคยล้อเลียนหลี่เสวียนจีมาก่อน
ขณะนี้สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก พร้อมความวิตกกังวล
โชคดีอะไรอย่างนี้
หลังจากที่หลี่เสวียนจีกระทำการอุกอาจ เขาก็รู้ว่าต้องมีปัญหาใหญ่ตามมา แต่แล้วเรื่องราวกลับตาลปัตร การไร้ซึ่งวี่แววของทีมลาดตระเวนทำให้เขางงงวยมาก แต่ก็ไม่ได้คิดจะโจมตีซ้ำอีก
เขารีบเดินกลับไปหาหลี่โย่วเวยผู้เป็นพี่สาวอย่างเชื่อฟัง และยืนอย่างเงียบสงบ
ฉากเรื่องราวตลกร้ายได้จบลงเช่นนี้
ขณะนี้ ผู้ปลุกพลังที่พ่ายแพ้ตกรอบทยอยถูกเชิญออกไป เหลือไว้เพียงสุดยอดอัจฉริยะทั้ง 100 คนที่ผ่านเข้ารอบเท่านั้นที่ได้สิทธิ์รออยู่ในพื้นที่ห้องรับรอง
หลายคนต่างก็สงบท่าที นั่งนิ่งเงียบเพื่อฟื้นฟูพลัง หรือบางคนก็จับกลุ่มพูดคุย
นอกจากนั้นยังมีบรรดาอัจฉริยะคนอื่น ๆ จากฐานใหญ่ เข้ามาพูดคุยกับหลี่โย่วเวยพร้อมรอยยิ้มเพื่อผูกมิตร และเสียมารยาทถามถึงตัวตนอาจารย์ของพวกเธอ
แต่พวกเขาก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
ไม่ว่าจะสืบเสาะหลอกถามเพียงใด ก็ไม่สามารถล้วงลับถึงข้อมูลที่มีประโยชน์ได้เลย
ทำให้เหล่าอัจฉริยะต่างผิดหวังไปตาม ๆ กัน
แต่พวกเขาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าออกมา กลับเปลี่ยนหัวข้อสนทนาระหว่างหลี่โย่วเวยกับหลี่เสวียนจีไปดื้อ ๆ
เพราะถึงอย่างไร ทั้งสองก็ยังเป็นผู้ที่มีรายชื่อติด 2 ใน 100 อันดับแรกของสุดยอดอัจฉริยะ ซึ่งมันก็สอดคล้องกันดีถึงภูมิหลังที่ลึกลับของพี่น้องคู่นี้
…
เวลาล่วงเลยไป
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างเงียบ ๆ ระหว่างเตรียมตัวรอ
ผู้ตัดสินเข้ามาในลานประลองและอธิบายกฎข้อสุดท้ายของการประลอง
หลังจากที่เสียงประกาศสิ้นสุดลง
เมื่อระฆังดังขึ้นพร้อมเสียงดัง ‘แก๊ง’ ก็หมายความว่ารอบชิงชนะเลิศได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
เหล่าอัจฉริยะที่ยืนรออยู่ต่างขึ้นไปบนลานประลองทีละคน และเตรียมพร้อมสำหรับการประลองรอบสุดท้าย
ณ บนอัฒจันทร์ผู้ชม
แม้จะมีช่วงเวลาหยุดพักหนึ่งชั่วโมง แต่บรรยากาศก็ไม่ได้ผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เมื่อถึงรอบชิงชนะเลิศ ความกระตือรือร้นและเสียงโห่ร้องตะโกนเชียร์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ผู้ปลุกพลังพรสวรรค์สูงกลุ่มหนึ่งเดินขึ้นมาบนเวที เมื่อพวกเขาถูกเรียกชื่อ การประลองรอบสุดท้ายจึงเริ่มต้นขึ้น
ในไม่ช้าก็ถึงรอบการต่อสู้ของหลี่เสวียนจีอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเริ่มปะทะทันที
ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ เด็กน้อยอาศัยพรสวรรค์ธาตุไฟแผ่กดดันศัตรูจนไร้หนทางตอบโต้ จากนั้นระเบิดพลังออกไปโดยตรง และกำราบอีกฝ่ายจนคว้าชัยชนะอย่างรวดเร็ว
เมื่อผลการประลองถูกตัดสิน ผู้ปลุกพลังจำนวนนับไม่ถ้วนก็โห่ร้องตะโกนเสียงดัง หรือแม้กระทั่งน้ำตาไหลออกมา
จากนั้นก็มาถึงรอบที่สอง ชนะ!
รอบที่สาม ชนะ!
รอบที่สี่ ชนะ!
ในรอบที่ห้า
เมื่อหลี่เสวียนจีต่อสู้ข้ามระดับพลัง และสามารถพิชิตชัยเหนืออัจฉริยะจากสุดยอดฐานตี้จิง ด้วยท่วงท่าที่หาใครเปรียบได้ เสียงเชียร์ในสนามก็ค่อย ๆ ดังขึ้นอย่างท่วมท้น และผู้คนนับไม่ถ้วนต่างส่งเสียงเชียร์ให้เขาดังกึกก้อง
เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นตัวเต็งของการประลองได้รับชัยชนะ ถึงแม้จะคาดไว้แล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม จู่ ๆ เมื่อมีผู้ปลุกพลังที่อยู่นอกสายตาโผล่ขึ้นมาจากที่ไหนไม่รู้ และกวาดล้างเอาชัยเหนือเหล่าอัจฉริยะไปราวกับม้ามืด มันก็ช่วยปลุกเร้าอารมณ์ของผู้ชมได้มากเช่นกัน
ดังนั้นในขณะนี้
หลี่เสวียนจีจึงได้รับเสียงเชียร์ตอบรับจากผู้คนนับไม่ถ้วนไปโดยปริยาย
ภายใต้ความคาดหวังนี้ หลี่เสวียนจีผู้ซึ่งได้รับชัยชนะติดต่อกันอย่างต่อเนื่องก็สามารถสั่งสมประสบการณ์ และขัดเกลาผ่านการต่อสู้จนเชี่ยวชาญมากขึ้นเรื่อย ๆ
พรสวรรค์และทักษะวรยุทธ์ของเขาก็เริ่มผสานรวมจนเฉียบคมมากขึ้น แม้แต่กลิ่นอายที่สัมผัสได้จากเขาก็ค่อย ๆ ควบแน่นจนพวยพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า
เมื่อเขาเดินขึ้นสนามประลอง และเอาชนะคู่ต่อสู้รอบที่หกไปได้ด้วยเปลวเพลิงที่แผดเผาทั่วทั้งสนาม หลี่เสวียนจีก็กลับมายืนด้านข้างเพื่อฟื้นฟูพลัง ขณะนั้นพลันรู้สึกถึงเลือดและอณูแห่งชีวิตที่ซัดปั่นป่วนเหมือนคลื่นทะเลอยู่ภายในร่างกายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
การต่อสู้อันเข้มข้นดุเดือดติดต่อกันทำให้หลี่เสวียนจีสามารถเข้าสู่สภาวะรู้แจ้งผ่านประสบการณ์ที่สั่งสมมาได้อย่างสมบูรณ์ รัศมีที่ออกมาจากร่างเขา ราวกับจะสามารถทะลวงผ่านคอขวดขั้นพลัง มันค่อย ๆ ปะทุเดือดราวกับกำแพงเขื่อนที่แตกร้าว ซึ่งทำให้กลิ่นอายของหลี่เสวียนจีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังของเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าตัดผ่านหมู่เมฆจนแยกออกจากกัน
ตู้ม!
เมื่อกลิ่นอายพุ่งถึงขีดสุด
ทันใดนั้นหลี่เสวียนจีก็ลืมตาขึ้น พลังในร่างปั่นป่วนเดือดพล่าน ก่อนจะปะทุออกราวกับภูเขาไฟ
ตู้ม!
มีเสียงดังออกมาจากร่าง จากนั้นเกิดเสียง ‘แกร็ก’ ดูเหมือนว่าโซ่ตรวนบางอย่างถูกกระชากจนขาดลง! ยีนและเซลล์ในร่างของเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้เขามีพละกำลังที่สูงขึ้นมหาศาลอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตาเดียว
ชั้นพลังของเขาได้รับการเลื่อนขั้น จากจ้าวยุทธ์ระดับกลางไปเป็นจ้าวยุทธ์ระดับสูง!
แม้จะเพิ่งเลื่อนขั้นพลัง แต่พลังที่สั่งสมไว้ยังคงเหลือล้นและพุ่งทะยานขึ้นไปไม่หยุด ห่างจากระดับสูงสุดของจ้าวยุทธ์เพียงก้าวเดียวเท่านั้น!
ในช่วงเวลานี้
รัศมีของเด็กหนุ่มก็เปลี่ยนไป ดวงตาดูเฉียบคมขึ้นพร้อมมีประกายแสงสีทองพวยพุ่งออกมา ราวกับว่าจะสามารถมองทะลุทะลวงผ่านทุกสิ่งในโลกได้!
“ขะ… เขาสามารถทะลวงขั้นพลังได้งั้นเหรอ?”
“โอ้… สวรรค์! การเลื่อนขั้นพลังในระหว่างการประลองมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
“หรือว่า?”
“นี่คือความแตกต่างระหว่างคนธรรมดากับอัจฉริยะงั้นเหรอ?”
“เขาอาศัยประสบการณ์การต่อสู้เพียงไม่กี่ครั้งก็สามารถทะลวงขั้นพลังผ่านไปได้”
“มันน่าเหลือเชื่อมาก!”
หลังจากเห็นฉากนี้
ผู้ปลุกพลังทุกคนในที่นั่งชมอยู่ต่างก็อ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความตกตะลึง
แน่ชัดว่า
สิ่งนี้ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
หลี่เสวียนจีสามารถที่จะทะลวงผ่านขั้นพลังได้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้!
แม้จะเป็นเพียงความก้าวหน้าเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้โลกต้องตกตะลึง!
ต้องทราบก่อนว่า