ตอนที่ 344
บทที่ 344 กลุ่มของผู้ปลุกพลังประหลาด และ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่เทพเจ้าประทานไว้!
October 22, 2026
บทที่ 344 กลุ่มของผู้ปลุกพลังประหลาด และ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่เทพเจ้าประทานไว้!
หลังจากจัดการความคิดตนเองแล้ว ฉู่โม่วก็เริ่มบินตรงไปยังเกาะซากุระทันที
ด้วยความเร็วของเขา ฉู่โม่วสามารถเดินทางไปถึงใกล้ ๆ บริเวณเกาะซากุระได้ในเวลาสามถึงสี่นาทีเท่านั้น
เมื่อเข้าใกล้ระยะเกาะ ภาพแผ่นดินเกาะขนาดใหญ่ก็ปรากฏให้เห็นในสายตา
ก่อนที่โลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น พื้นที่ของเกาะซากุระนั้นเล็กเอาเสียมาก ๆ แต่หลังจากที่อณูแห่งชีวิตได้เข้ามามีบทบาทบนโลกใบนี้ พื้นที่ของเกาะแห่งนี้ก็พลอยขยับขยายเพิ่มขึ้นไปด้วย จนกระทั่งกลายเป็นหนึ่งในพื้นดินที่มีขนาดใหญ่ของโลกไปโดยปริยาย
อย่างไรก็ตาม ที่นี่ก็ยังถือว่าเล็กเกินไปที่จะให้กำเนิดผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งอยู่ดี
สำหรับฉู่โม่ว เพียงแค่อึดใจเดียว เขาก็สามารถบินผ่านจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ของเกาะได้แล้ว
“เข้าไปดูเลยก็แล้วกัน!”
ฉู่โม่วมุ่งหน้าตรงไปยังเกาะเบื้องล่าง
ทว่า
เพื่อป้องกันไม่ให้ใครจำได้ภายหลังจากนี้ เขาจำเป็นต้องรีบใช้พลังของธาตุความมืดเพื่อซ่อนตนเองไว้ก่อน
เมื่อเข้ามาในเกาะ
เขาพบเข้ากับต้นซากุระที่เติบโตอยู่แทบจะทุกที่บนเกาะแห่งนี้ ไม่รู้ว่าเป็นแบบเติบใหญ่ตลอดปีหรือหมุนเปลี่ยนตามฤดูกาลซึ่งบังเอิญมาตรงกับช่วยนี้พอดี แต่เมื่อมองไปจนสุดสายตาแล้ว ยังไงก็หนีไม่พ้นต้นซากุระที่บานสะพรั่งเรียงรายอยู่ดี ยามที่ได้สูดดมกลิ่นบรรยากาศเข้าไป กลิ่นของดอกซากุระที่หอมหวนก็จะลอยตามลมเข้ามาด้วย พร้อม ๆ กับกลีบดอกสีอมชมพูที่ลอยล่องเสมือนเป็นหัวเชื้อกลิ่นหอมหวนเหล่านี้
ช่างเป็นภาพที่งดงามจริง ๆ
ฉู่โม่วปลดปล่อยคลื่นจิตของตนออกไป ก่อนจะพบว่ามีฐานมนุษยชาติอยู่ใกล้ ๆ นี้ ดังนั้นเขาจึงรีบมุ่งหน้าไปทันที
พักหนึ่งก็มาถึง
เมื่อยืนอยู่บนฟากฟ้า เขามองเห็นฐานที่อยู่เบื้องล่าง จากขนาดน่าจะพอเรียกได้ว่าเป็นฐานขนาดใหญ่ได้ ห้อมล้อมด้วยค่ายกลมนตนา และมีผู้ปลุกพลังสวมชุดเกราะซามูไรกับถือดาบยาวเดินลาดตระเวนกันอยู่ในส่วนที่เป็นทางเข้า
ผู้ปลุกพลังทุกคนที่จะเข้าไปในฐาน จะต้องผ่านการตรวจสอบที่เข้มงวดเสียก่อน และถ้าเห็นว่าคนคนนั้นน่าสงสัย เขาก็จะถูกหยุดเอาไว้ที่ด้านนอกฐานนี้
“แอบเข้ายากนิดหน่อยแฮะ”
เห็นเช่นนั้น ฉู่โม่วก็ขมวดคิ้วเบา ๆ
อุปสรรคอย่างค่ายกลกับทหารยามด้านหน้านี้ไม่ได้เป็นปัญหาหนักสำหรับเขา เพราะลำพังเพียงหนึ่งฝ่ามือ เขาอาจจะสามารถเป่าทั้งฐานนี้ให้หายกระจุยไปเลยก็ยังได้
แต่ถ้าทำเช่นนั้น เขาจะถูกเหล่าผู้ที่ทรงพลังบนเกาะซากุระนี้หมายหัวเอาได้ ครั้งนี้เขามีจุดประสงค์เพื่อเข้ามาสำรวจภายในเท่านั้น ดังนั้นการที่จะซ่อนตัวให้มิดชิดจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่ากับสถานการณ์เช่นนี้
ในขณะที่ฉู่โม่วกำลังขมวดคิ้วนั้นเอง
เขาก็เห็นกลีบซากุระกลีบหนึ่งหลุดโรยและติดไปกับร่างของผู้ปลุกพลังที่กำลังเดินเข้าไปในฐานขนาดใหญ่พอดี
เห็นแบบนั้นแล้ว แววตาของฉู่โม่วก็เป็นประกายขึ้นมา
“จริงสิ! ลืมเรื่องนี้ไปเลย!”
ถึงแม้ว่าเขาจะเข้าไปโดยตรงไม่ได้ แต่เขายังสามารถเดินตามเงาคนอื่นเข้าไปในฐานได้อยู่!
คิดได้แบบนั้น
ฉู่โม่วก็มุ่งหน้าตรงไปยังทางเข้า และซ่อนตนเองไว้ภายใต้เงาของผู้ปลุกพลังจากเกาะซากุระที่กำลังจะเข้าไปภายในฐานทันที
“คุณครับ หยุดก่อน แสดงบัตรประจำตัวด้วย!”
ที่ทางเข้า ผู้ปลุกพลังที่รับหน้าที่รักษาประตูเมืองก็ได้หยุดร่างของผู้ปลุกพลังวัยกลางคนไว้
ผู้ปลุกพลังคนนั้นเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เขาหยิบเอาบัตรประจำตัวของตนออกมา และหันด้านข้อมูลไปให้ยามหน้าประตูตรวจสอบ
“ผ่าน เข้าไปได้!”
ผู้ปลุกพลังที่รับหน้าที่ยามตรวจสอบอย่างรวดเร็วก่อนจะโบกมืออนุญาตให้เขาเข้าไป
“ขอบคุณมากเลยครับ!”
ผู้ปลุกพลังวัยกลางคนโค้งให้ หลังจากที่โค้งเสร็จ เขาก็เตรียมที่จะเข้าไปด้านใน
ตอนนั้นเอง
เพียงแค่ได้ก้าวไปในฐานเพียงก้าวเดียว ค่ายกลขนาดใหญ่ที่ปกป้องฐานแห่งนี้ไว้ก็แจ้งเตือนด้วยเสียงอันดังก้องขึ้นมา
“หยุดนะ!?”
“มีบางอย่างผิดปกติ!?”
ยามหน้าประตูที่เพิ่งทำตัวสบาย ๆ ขณะปล่อยให้ชายวัยกลางคนนี้เข้าฐานไป พลันสีหน้าเปลี่ยนแล้วรีบหันไปล็อกตัวชายวัยกลางคนเมื่อครู่นี้ในทันที
“โอ้ พวกคุณ ผมทำอะไรผิดรึเปล่า?”
ชายวัยกลางคนหันกลับไปมองด้วยความสงสัยและตื่นกลัว
ทว่าเขากลับไม่ได้รับการตอบคำถาม นอกเสียจากโดนผลักไปยังมุมหนึ่งและทำการตรวจค้นร่างกายเขาอย่างละเอียด
ทั่วทั้งบริเวณนี้เกิดความโกลาหลขึ้นแล้ว
ด้วยเหตุนี้ ฉู่โม่วจึงใช้โอกาสนี้ในการลักลอบเข้าฐานไปได้อย่างง่ายดาย
…
ฉู่โม่วซ่อนตัวอยู่ในเงาสิ่งปลูกสร้าง และค่อย ๆ เดินไปตามถนนหนทางในฐาน
เมื่อมองทอดยาวไปสุดสายตา เขาก็ยังพบต้นซากุระถูกปลุกไว้เต็มสองข้างทางจนทำให้มีดอกไม้หลุดร่วงอยู่เต็มพื้นทางเดินไปหมด นอกจากนี้ยังมีบ้านขนาดเล็กถูกสร้างไปตลอดสองข้างทางอีก ท่ามกลางสิ่งเหล่านี้ จะสามารถมองเห็นผู้ปลุกพลังของเกาะซากุระและผู้คนธรรมดาที่สวมชุดซามูไรเดินไปเดินมาอยู่เป็นนิจ
ภาพบรรยากาศเหล่านี้ เป็นภาพที่แตกต่างกับภาพที่เห็นได้บนแผ่นดินใหญ่โดยสิ้นเชิง
ไหนจะความนิ่งสงบและสงบสุขที่มีมากกว่าอีก
อย่างไรก็ตาม การพัฒนา ความก้าวหน้าของฐานบนเกาะแห่งนี้ก็ยังไม่สามารถเทียบเท่าแผ่นดินใหญ่ได้อยู่ดี
เทียบกับฐานขนาดใหญ่อย่างฐานจินหลิง หรือแม้แต่สุดยอดฐานจงไห่แล้ว ลำพังเพียงขนาดก็ต่างกันลิบลับ หากจะให้เทียบเรื่องความเจริญละก็… ฐานซากุระแห่งนี้ รุ่งเรืองกว่าฐานลู่หยางอยู่นิดหน่อยเท่านั้น
แต่นี่ก็ควรค่าแก่การจับตามอง
เพราะภายในฐานที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่แห่งนี้ ผู้ปลุกพลังทุกคนกลับแข็งแกร่งมาก ๆ เสียอย่างนั้น
เป็นเพียงฐานขนาดใหญ่ แต่กลับมีปรมาจารย์อยู่หรือแม้แต่นายพลเมืองอยู่ทุกหนทุกแห่ง แม้แต่จ้าวยุทธ์หรือราชันย์ยุทธ์เองก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไปด้วย
และในส่วนที่ลึกเข้าไปในฐาน
ฉู่โม่วก็รู้สึกได้ถึงคลื่นพลังที่บ่งบอกได้ว่า ภายในนั้นมีผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์อยู่อีกนับสิบคน
“เป็นแค่ฐานขนาดใหญ่ทั่ว ๆ ไป แต่กลับมีราชันย์เทพยุทธ์มากกว่าสิบคนเลยงั้นเหรอ?”
ฉู่โม่วประหลาดใจเล็กน้อย
อย่างที่พอจะทราบกันได้
ต่อให้เป็นฐานที่เจริญรุ่งเรืองมากกว่าฐานนี้ หรือเป็นขนาดสุดยอดฐาน พวกเขาก็ยังมีผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์มากถึงเพียงนี้เลย ยิ่งในระดับฐานขนาดใหญ่ พวกเขายังมีสูงสุดแค่ราชันย์ยุทธ์เท่านั้นเองด้วย เผลอ ๆ อาจจะมีแค่จ้าวยุทธ์เสียด้วยซ้ำ
ดังนั้นจำนวนของราชันย์เทพยุทธ์ภายในฐานเกาะแห่งนี้ น่าจะสูงเท่ากับสุดยอดฐานเลย!
และสิ่งที่ทำให้ฉู่โม่วประหลาดใจมากกว่าเดิมนั้น
ก็คือเหล่าผู้ปลุกพลังบนเกาะแห่งนี้ กลับมีพรสวรรค์มากกว่าผู้ปลุกพลังของอาณาจักรตงเสวียนกันแทบจะทุกคน
ฉู่โม่วหันมองผู้ปลุกพลังที่เดินผ่านเขาไปซึ่งอยู่เพียงขั้นปรมาจารย์ยุทธ์
ทว่าพรสวรรค์ของเขาทำให้ฉู่โม่วแทบจะเหลียวหลัง
[เป้าหมาย : มุราบิโตะ นาคาจิมะ]
[พลังกาย : ไม่มี]
[พรสวรรค์ : ทักษะวิชาดาบระดับ 4, ธาตุน้ำระดับ 3, ธาตุไม้ระดับ 2]
ผู้ปลุกพลังคนนี้มีพรสวรรค์ในด้านวิชาดาบอยู่ในระดับ 4!
ไหนจะพรสวรรค์อื่น ๆ อีกถึงสองอย่าง!