ตอนที่ 348
บทที่ 348 พัฒนาพรสวรรค์อย่างบ้าคลั่ง และ พลิกฟ้ากลับแผ่นดิน!
October 22, 2026
บทที่ 348 พัฒนาพรสวรรค์อย่างบ้าคลั่ง และ พลิกฟ้ากลับแผ่นดิน!
“ระดับตะวัน!”
เมื่อเห็นว่าทักษะวิชากระบี่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ฉู่โม่วอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้
นี่คือทักษะวิชากระบี่ระดับตะวัน!
ในภายภาคหน้า หากมีการใช้ทักษะกระบี่ ความแข็งแกร่งนั้นจะเพิ่มขึ้นมากกว่าในระดับดาราลับฟ้าถึงสิบเท่า!
และนั่นเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น!
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยทักษะวิชากระบี่ระดับตะวัน เขารู้สึกได้ว่าทวาราแห่งกระบี่ทั้ง 365 จุดภายในร่างกายสั่นไหวพร้อมเพียงกัน
เมื่อมองเข้าไปภายใน
ฉู่โม่วเห็นในทันทีว่าตอนนี้ได้บังเกิดพายุของทวารากระบี่ 365 จุดกำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
มันแข็งแกร่งและเริ่มขยายตัวตัวเนื่อง!
ในขณะเดียวกันนั้นเอง
เขาพลันได้ยินเสียงของคมกระบี่ดังขึ้นอยู่ภายในดังแว่ว
คราแรกมันดังเพียงแผ่วเบา ทว่ามันกลับดังยิ่งขึ้นและเร็วระรัวเมื่อเวลาผ่านไป
เมื่อถึงขีดจำกัดในที่สุด
ในรัศมีหลายหมื่นกิโลเมตรรอบตัวเขา สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนคล้ายสัมผัสถึงกาลวิบัติ ปฏิกิริยาของพวกมันตื่นตัวด้วยความหวั่นหวาด พวกมันดำลงลึกใต้ผืนธารา ไม่กล้าแม้แต่จะโผล่พ้นยังพื้นดิน
ซ้ำร้าย… บรรดาสัตว์อสูรที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางพลันเมื่อได้ยินเสียงกระบี่นั้น ก็ต่างแสดงท่าทีตื่นตระหนกยิ่งกว่า ภายใต้ความพรั่นพรึง พวกมันรู้สึกราวกับความกลัวนั้นจะปลิดชีวิตมันไป
พวกมันพากันลอยอยู่เหนือน้ำทีละตัว
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!
เสียงกระบี่ทรงพลังขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่นาน… เสียงเหล่านั้นก็ไม่ต่างจากฟ้าคำราม!!
ฉับพลันนั้น หลังจากที่คมกระบี่ภายในร่างกายหมุนวนถึงขีดสุด มันก็ระเบิดตัวรุนแรงไม่ต่างภูเขาไฟที่หลับใหลมาเนิ่นนานกำลังปะทุ กระแสพลังอณูแห่งชีวิตไหลตามเส้นลมปราณไปทั่วกาย
คลื่นยักษ์ขนาดมหึมาโหมกระหน่ำอยู่ภายในสรรพางค์ประหนึ่งพายุคลั่ง!
กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!
กล้ามเนื้อและกระดูกของฉู่โม่วส่งเสียงคมชัดในทุกสัดส่วน
พวกมันถูกทำให้ร้อนขึ้นด้วยแรงหมุนวนของกระบี่
บรรดาทักษะกระบี่ที่เขาเคยฝึกฝนไม่ว่าจะเป็น คมกระบี่สวรรค์เร้นลับ กระบี่วายุอัสนีบาต และกระบี่เต๋าตัดดาราเริ่มกระบวนท่าโดยไม่ทันรู้ตัว
ในฉับพลันนั้น
หากมีใครสักคนอยู่โดยรอบที่แห่งนี้ มั่นใจได้เลยว่าเขาต้องสัมผัสได้ถึงแรงพลังงานดังกล่าวเป็นแน่
แม้ว่าฉู่โม่วยังยืนอยู่ที่เดิม
ทว่าสรรพสรรพางค์นั้นไม่คล้ายเป็นมนุษย์เช่นเคย แต่แปรเปลี่ยนเป็นคมกระบี่!
ประหนึ่งกระบี่เซียน ห่อหุ้มด้วยคมนับไม่ถ้วน ทั้งทรงพลังยิ่งราวกับจะฉีกกระชากแผ่นฟ้าและดาราจักรให้แตกเป็นเสี่ยง!
ตู้ม!
คลื่นพลังกระบี่และเจตจำนงกระบี่พุ่งขึ้นไปถึงขีดสุด ฉู่โม่วรู้สึกถึงร่างกายที่สะท้านสั่น ราวกับว่าเขาได้ถือกำเนิดใหม่ขึ้นอีกครั้ง เมื่อกระบวนการสิ้นสุด ร่างกายของเขาก็พลันเบาโหวง
“ดูเหมือนร่างกายของฉันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง!”
ฉู่โม่วลืมตาขึ้นในทันที ภายในรูม่านตาทั้งสอง ปราณกระบี่อันวาววับปรากฏขึ้น มันกลายเป็นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์และพุ่งออกไป ทำลายอากาศอันว่างเปล่าหลายหมื่นกิโลเมตรก่อนจะสูญสลายไป
เขากลับมาเพ่งสมาธิอีกครั้งหนึ่ง
ตรวจสอบข้อมูล
[ระดับร่างกาย : กายากระบี่เทวะระดับดาราลับฟ้า!]
นี่คือเรื่องจริงหรือเนี่ย!
กายากระบี่เกิดความเปลี่ยนแปลง และถูกแทนที่ด้วยกายากระบี่เทวะระดับดาราลับฟ้า!
เห็นดังนั้น
ความปีติประทับลงบนดวงหน้าของฉู่โม่ว
“พัฒนาต่อไป!”
หลังจากสงบอารมณ์แล้ว ฉู่โม่วก็ดื่มมันเข้าไปอีกครั้ง
ทว่าในยามนี้ น้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ของเขาเหลือไม่มากนัก ด้วยเหตุนี้ฉู่โม่วจึงเริ่มตัดต้นไม้อีกหนหนึ่ง มันมากพอจะเติมเต็มถังไม้ได้ราวสิบถัง และได้รับน้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ประมาณสองพันลิตร
ด้วยจำนวนที่มากเช่นนี้ ต้นซากุระเริ่มทยอยเหี่ยวเฉา แม้แต้ดอกที่บานสะพรั่งก็เริ่มโรยกลีบไม่ต่างกัน
ถึงกระนั้น มันก็ยังไม่ได้เสียหายจนถึงจุดวิกฤต ตราบใดที่กระบวนฝึกยังคงดำเนินไปอย่างช้า ๆ เช่นนี้ ต้นซากุระเหล่านั้นก็ยังพอมีเวลาฟื้นฟูดังเดิม
ดังนั้นฉู่โม่วจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
เขายังคงดื่มต่อไป!
หลังจากดื่มน้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ ฉู่โม่วก็วางแผนในการพัฒนาทักษะกระบี่ต่อ ไม่นานเขาก็พบว่าน้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ไม่อาจส่งผลต่อเขาอีกต่อไป
“เห็นทีทักษะกระบี่จะพัฒนาได้มากสุดก็แค่ระดับตะวันเท่านั้น!”
ฉู่โม่วคิดทบทวน
ถึงมันจะไม่ได้ผลอีกก็ตาม กระนั้นฉู่โม่วก็พอใจมากแล้ว
กลับกัน เขาหันไปพัฒนาความสามารถด้านอื่น ๆ แทน
เขาใช้น้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ราว ๆ ร้อยลิตรในการพัฒนาพรสวรรค์ธาตุไม้จากระดับดาราลับฟ้าให้เป็นระดับราชันย์ และใช้อีกสามร้อยลิตรไปกับการพัฒนาพรสวรรค์ธาตุไม้ให้ขึ้นไปถึงระดับตะวัน
ความสามารถในการรักษาเยียวยาที่มาจากพรสวรรค์ธาตุไม้ระดับตะวันนั้น แข็งแกร่งยิ่งกว่าระดับดาราลับฟ้ามาก ไม่ว่าจะเผชิญกับอาการบาดเจ็บใดก็สามารถรักษาได้ในทันที ถึงแม้หัวจะถูกปลิดจากบ่า ทว่าตราบใดที่ปฐมวิญญาณยังคงไม่ดับสลาย เขาก็สามารถฟื้นคืนกลับมาได้ดังเดิม
อีกทั้ง
พลังงานที่ถูกใช้ไปก็รุนแรงมากเช่นกัน
ถึงอย่างนั้น สิ่งนี้ก็ทำให้ชีวิตของฉู่โม่วอยู่รอดปลอดภัยมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ผ่านไปไม่นาน
ฉู่โม่วได้พัฒนาพรสวรรค์ธาตุไฟ ธาตุลม ธาตุเหล็กและธาตุดินอย่างต่อเนื่อง
พรสวรรค์ธาตุไฟซึ่งแต่เดิมเป็นระดับราชันย์ และพรสวรรค์ธาตุเหล็กที่อยู่ในระดับดาราลับฟ้าล้วนกลายเป็นระดับตะวัน
ในขณะที่พรสวรรค์ธาตุลมและธาตุดินไม่สามารถพัฒนาได้อีกเมื่อขึ้นมาอยู่ในระดับราชันย์
ข้อเท็จจริงนอกจากเรื่องที่น้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์สามารถเพิ่มระดับพรสวรรค์ให้ไปได้ถึงระดับตะวันได้แล้วนั้น ยังปรากฏอีกว่ามันสามารถเพิ่มพลังได้เพียงแค่อย่างละขั้นเท่านั้น
ดังที่เห็นได้จากพรสวรรค์ธาตุลมและธาตุดิน
นั่นทำให้ฉู่โม่วรู้สึกเสียดาย
เพื่อพัฒนาพรสวรรค์ทั้งสี่นี้ เขาเสียน้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ไปเกือบสองพันลิตร
ดังนั้นแล้ว เขาจึงนำที่เหลือมาพัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
หลังจากเหน็ดเหนื่อยมามากแล้ว
ในที่สุดอสนีบาตคงกระพันระดับราชันย์ของเขาก็พัฒนาไปจนถึงระดับตะวัน!
พลังพรสวรรค์ธาตุมืดระดับพิเศษและพลังหมัดระดับ 5 ก็ได้รับการพัฒนาเป็นระดับราชันย์
พรสวรรค์พลังเนตรระดับ 3 พัฒนาถึงระดับดาราลับฟ้า
พรสวรรค์ห้วงวิญญาณระดับ 2 พัฒนาเป็นระดับพิเศษ!
พรสวรรค์ห้วงเกิดใหม่ระดับ 2 พัฒนาถึงระดับ 5!
หลังจากที่ทำทั้งหมดนี้
ฉู่โม่วมีเพียงสองพลังพรสวรรค์เท่านั้นที่ยังไม่ได้พัฒนา
พรสวรรค์ห้วงเวลา!
พรสวรรค์ห้วงมิติ!
พลังพรสวรรค์ทั้งสองชนิดนี้ เป็นการยากที่จะพัฒนาเพิ่มระดับได้ภายในครั้งเดียว
อธิบายให้เห็นภาพก็อย่างพรสวรรค์ห้วงมิติ แม้ว่าตอนนี้จะอยู่ในระดับพิเศษแล้ว แต่กว่าที่เขาจะมาถึงระดับนี้ได้ ก็ต้องเผชิญกับพังพอนมายาถึงสองครั้ง และใช้ศิลาต้นกำเนิดไปราวสามก้อน!
อีกทั้งตั้งแต่ที่เขาได้รับพรสวรรค์ห้วงเวลามา ตอนที่ได้ครอบครองศิลากาลเวลา ก็ถือเป็นเพียงครั้งเดียวที่พลังพรสวรรค์นี้เลื่อนระดับ หลังจากนั้นมันก็ไม่เคยถูกพัฒนาอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
นั่นทำให้ฉู่โม่วตระหนักว่า เขาคงไร้โอกาสจะพัฒนาพลังพรสวรรค์ทั้งสองนี้ให้ขึ้นไปอยู่ในระดับดาราลับฟ้าได้