ตอนที่ 355
บทที่ 355 ประมือกับจุดสูงสุดของขั้นราชันย์เทพยุทธ์ และสร้างตำหนักจิตวิญญาณสำเร็จ
October 22, 2026
บทที่ 355 ประมือกับจุดสูงสุดของขั้นราชันย์เทพยุทธ์ และสร้างตำหนักจิตวิญญาณสำเร็จ
ตู้ม ! ! !
เสี้ยวลมหายใจนั้น พื้นที่โดยรอบทั้งหมดถูกเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ
บรรยากาศโดยรอบถูกปกคลุมด้วยความร้อนแรงราวกับขุมนรก
จนทำให้เกิดเสียงแตกร้าวขึ้นในอากาศ
ทำให้อัศวินเกราะทองที่อ่อนแอบางคนถูกแผดเผากลายเป็นเถ้าถ่านทันที
หรือแม้แต่อัศวินเกราะทองระดับสูงบางคนก็ยังได้รับความเสียหายหนักเช่นกัน
เพียงชั่วพริบตา…
เหล่าอัศวินส่วนใหญ่หลายร้อยคนล้มตายลงจนหมด
เหลือเพียงไม่กี่สิบคนที่เป็นราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 5 ดาวขึ้นไปเท่านั้น ที่ยังคงยืนหยัดอยู่
อย่างไรก็ตาม จะสังเกตได้ว่าร่างกายของพวกเขาค่อย ๆ ถูกหลอมละลายหรือบางคนที่ร่างกายเต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส
ชิ้ง!
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ได้เปรียบเช่นนี้
ฉู่โม่วไม่คิดรอช้า
เขาหมุนเวียนเลือดและอณูแห่งชีวิตในร่างกายให้พลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง พร้อมทั้งปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่อันไร้ที่สิ้นสุดให้พวยพุ่งออกมา ราวกับคลื่นยักษ์ซัดเข้าฝั่ง ปราณกระบี่ที่สว่างไสวพลันถูกตวัดกวาดออกไปทันที
คลื่นกระบี่ตัดผ่านทุกสิ่งอย่างง่ายดาย
เหล่าอัศวินเกราะทองที่บาดเจ็บร่อแร่อยู่แล้ว ก็ถูกตัดเป็นสองท่อนทันที
เขาตวัดกระบี่ออกติดต่อกันหลายครั้ง
อัศวินเกราะทองขั้นราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 5 ดาวก็พลันตกตายลงอย่างต่อเนื่อง
เป็นเวลาครู่หนึ่ง
จึงเหลืออัศวินเกราะทองไม่ถึงยี่สิบคนในพื้นที่ และทั้งหมดนั้นเป็นราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวที่มีพลังมากพอจะต้านทานความร้อนแรงของเปลวเพลิงและคลื่นเจตจำนงแห่งกระบี่ที่ตัดผ่านไปได้
เมื่อเห็นฉากนี้
ดวงตาของฉู่โม่วจึงเปล่งทอประกาย และในขณะที่เขากำลังจะปิดฉากสังหารอัศวินเกราะทองทั้งหมด
ทันใดนั้น พลันปรากฏรัศมีที่น่าพรั่นพรึงออกมาจากส่วนลึกของโบสถ์
ราวกับท้องฟ้าทั้งหมดกำลังพังทลายลง ก่อนที่แรงกดดันอันมหาศาลไร้ขอบเขตของชายหนุ่มจะถูกสะท้อนกลับไปอย่างง่ายดาย
‘นี่มัน… ขั้นราชันเทพยุทธ์ระดับสูงสุด!’
สีหน้าของฉู่โม่วเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
ทันใดนั้น เขาเห็นร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากโบสถ์
แม้จะยังเป็นอัศวินเกราะทองเช่นเดิม แต่รัศมีที่ห่อหุ้มร่างกลับพวยพุ่งขึ้นดั่งหมอกควัน ทั่วร่างเปล่งแสงพร่างพรายราวกับดวงอาทิตย์
ทันทีที่ร่างนั้นปรากฏเด่นชัด ก็ทำให้บรรยากาศทั้งหมดต่างหยุดนิ่งทันที
แรงสะกดข่มที่แผ่ออกมา ทำให้ผู้คนหายใจอย่างยากลำบาก
“ใครก็ตามที่กล้าเข้ามารบกวนสถานที่แห่งนี้ จงตายซะ!”
อัศวินเกราะทองตะโกนด้วยเสียงทุ้มต่ำ ก่อนที่ร่างของเขาจะสว่างวาบ และพุ่งตรงไปหาฉู่โม่วทันที
เพียงชั่วพริบตา ร่างเดิมที่อยู่ส่วนลึกของโบสถ์เมื่อครู่ กลับมาปรากฏตรงหน้าชายหนุ่มอย่างไม่ทันตั้งตัว
ฉู่โม่วสัมผัสได้เพียงความพร่ามัวเลือนรางตรงหน้า ก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดบนร่างกาย
เมื่อตระหนักได้ถึงสถานการณ์ร้ายแรง เขาพลันเปิดใช้การเทเลพอร์ตทันที ก่อนที่จะทิ้งระยะห่างออกมา
ในเวลานี้…
ชายหนุ่มสังเกตได้ว่ามีบาดแผลขนาดใหญ่ลึกบนร่างกายของเขา และเลือดสีแดงไหลท่วมออกมาจำนวนมาก
‘รวดเร็วอะไรอย่างนี้!’
ฉู่โม่วตกใจ
ก่อนจะเปิดใช้พรสวรรค์ธาตุไม้อย่างรวดเร็ว และเพียงชั่วพริบตา บาดแผลทั้งหมดก็หายเป็นปลิดทิ้ง
ไม่ไกลออกไป
เมื่ออัศวินเกราะทองมองเห็นบาดแผลของฉู่โม่วที่หายดีอย่างรวดเร็ว จึงขมวดคิ้วขึ้น
เขาสัมผัสได้ว่าฟันร่างของชายหนุ่มลงไปลึกถึงกระดูก แต่ทำไมอาการบาดเจ็บที่ควรจะสาหัสเหล่านั้น กลับฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว?
แม้อัศวินเกราะทองจะรู้สึกงุนงง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก กลับเพียงทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายไว้ นั่นคือสังหารผู้บุกรุกต่อไป!
คราวนี้ ฉู่โม่วไม่กล้าประมาทอีก
แต่ก่อนที่เขาจะได้คิดทำอะไรแม้กระทั่งเทเลพอร์ต
พลันมีกระบี่ยักษ์ฟาดลงมาถึงตัวแล้ว แต่โชคดีที่ร่างนั้นหลบเลี่ยงจุดสำคัญได้ทันตามสัญชาตญาณ
ไม่อย่างนั้น ภายใต้คมกระบี่นี้ ก็คงผ่าศีรษะเขาลงได้สำเร็จ
แต่ถึงอย่างนั้น
บาดแผลบนไหล่ของฉู่โม่วก็ยังคงถูกฟันอาการสาหัส และมีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก
‘ฉันไม่ควรฝืนอยู่ต่อไปแล้ว!’
‘ไม่งั้นฉันอาจจบชีวิตลงภายใต้คมกระบี่นี้อย่างแน่นอน ถึงแม้จะมีพรสวรรค์ธาตุไม้ก็เถอะ’
‘ยังไงก็ไม่รอด!’
ฉู่โม่วมั่นใจ
ในเวลาต่อมา
เขารีบเทเลพอร์ตหลีกเลี่ยงการโจมตีปะทะของอัศวินเกราะทองอย่างต่อเนื่องทันที
แต่ในขณะเดียวกัน ก็เปิดใช้งานพรสวรรค์ห้วงเวลาและห้วงมิติพร้อมไปด้วย เช่นการหน่วงกาลเวลาหรือมิติคุมขัง เพื่อขัดขวางและชะลอความเร็วของอัศวินเกราะทอง
อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะมีพรสวรรค์และวรยุทธ์ที่ทรงพลังมากมาย ทว่ามันก็ถูกกลบด้วยความต่างของพลัง กระทั่งฝืนรั้งอย่างขีดสุดเพื่อรับมือหรือหาช่องว่างโต้กลับก็ไม่อาจสร้างรอยขีดข่วนได้เลย
ช่างน่าเสียดาย
เพราะอัศวินเกราะทองผู้นี้เป็นถึงตัวตนที่เทียบได้กับขั้นราชันเทพยุทธ์ระดับสูงสุดแล้ว
ทำให้การใช้หน่วงกาลเวลาหรือมิติคุมขังแทบไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ กระบวนท่าที่เขาภาคภูมิใจต่าง ๆ กลับถูกหนึ่งฝ่ามือบดขยี้ลงอย่างง่ายดาย
แม้จะมีพรสวรรค์และเคล็ดกระบวนท่ามากมายคอยช่วยเหลือฉู่โม่วให้สามารถต่อสู้กับอีกฝ่าย หรือหลบเลี่ยงจากสถานการณ์วิกฤตได้ จนบางครั้งเขาสามารถโจมตีสวนกลับอย่างเต็มกลืน แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นกลับไม่สมน้ำสมเนื้อ
เกราะป้องกันของอัศวินเกราะทองนั้นแข็งแกร่งมาก แม้จะใช้ออกด้วยเจตจำนงแห่งกระบี่ของฉู่โม่วก็ไม่สามารถตัดผ่านมันได้
‘ไม่ดีแล้ว!’
‘จะติดพันแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ต้องถอยหนีก่อน!’
ฉู่โม่วพิจารณาทางหนีทีไล่
เขาไม่สามารถโจมตีสร้างความเสียหายแก่อัศวินเกราะทองได้
หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาอาจแพ้ในเวลาอันสั้น
‘รีบหนี!’
ชายหนุ่มไม่กล้ารีรอต่อไป จึงรีบทิ้งระยะห่างระหว่างเขากับอัศวินเกราะทองด้วยการเทเลพอร์ต และเทเลพอร์ตอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง จนหลุดออกจากโบสถ์ที่รายล้อมไปด้วยจารึกทันที!!
จนถึงขณะนี้ เขาก็ยังระแวดระวัง และเทเลพอร์ตหลายครั้งติดต่อกันจนกระทั่งมาถึงพื้นที่ห่างไกล ก่อนเขาจะหยุดลง
…
“เฮ้อ…”
ณ ในถ้ำที่หลบซ่อนชั่วคราว
ฉู่โม่วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
อัศวินเกราะทองนั้นแข็งแกร่งมากจนแทบไม่มีจุดอ่อน เขาจึงไม่สามารถหาจุดที่จะโจมตีได้
เดิมที ชายหนุ่มคิดว่าด้วยพลังกายกับพรสวรรค์ที่มี แม้จะรู้อยู่แล้วว่าต้องพ่ายแพ้แก่ตัวตนที่เทียบเคียงขั้นราชันเทพยุทธ์ระดับสูงสุด แต่ก็ควรจะต้านทานรับการโจมตีได้บ้าง
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไร้เดียงสาเกินไป!
แม้อัศวินเกราะทองที่อยู่ตรงหน้าเขาเมื่อครู่ จะไม่มีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง
ซึ่งอาศัยเพียงสัญชาตญาณล้วน ๆ กลับยังทำให้ชายหนุ่มแทบไร้หนทางต่อต้านถึงเพียงนี้
หากเป็นขั้นราชันเทพยุทธ์ระดับสูงสุดตัวเป็น ๆ เกรงว่าเขาคงอยู่รอดได้ไม่กี่ลมหายใจ และถูกสังหารตายทันที