ตอนที่ 360
บทที่ 360 พรสวรรค์ในการควบคุมสัตว์อสูร และ เคลื่อนย้ายแร่หิน
October 22, 2026
บทที่ 360 พรสวรรค์ในการควบคุมสัตว์อสูร และ เคลื่อนย้ายแร่หิน
‘อ่อนแอชะมัด’
‘เอาเถอะ ด้วยพลังกายของฉันในตอนนี้ อย่าว่าแต่ราชันย์เทพยุทธ์ทั่ว ๆ ไปเลย ขนาดราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว ฉันก็ฆ่าได้ง่าย ๆ เหมือนหมูเหมือนหมาอยู่ดี’
เมื่อมองไปยังซากศพที่ยังไม่สลายกลายเป็นละอองแสงบนพื้น ฉู่โม่วก็คิดกับตนเอง
เขาได้สติกลับมา
จากนั้นก็เดินตรงไปยังศพเบื้องหน้า
ที่เป็นร่างของราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว
มองจากภายนอกแล้ว เป็นชายวัยกลางคนเท่านั้น แต่กลับมีพลังที่กล้าแกร่งได้ถึงเพียงนี้
แม้ก่อนหน้าฉู่โม่วจะไม่ได้พูดอะไร
แต่ต้องยอมรับเลยว่าคนคนนี้มีพรสวรรค์ที่ค่อนข้างสูง เขาทำให้ฉู่โม่วรู้สึกกังวลได้ครู่หนึ่งเลย เพราะงั้นเมื่อฆ่าได้ ฉู่โม่วจึงจงใจให้ร่างของคนคนนี้ยังมีสภาพเป็นศพไว้ ไม่สลายกลายเป็นละอองแสง
ย่อขาลงไปดู
[เป้าหมาย : โหมวอวิ้น]
[ระดับร่างกาย : ไม่มี]
[พรสวรรค์ : วิชากระบี่ระดับราชันย์, ธาตุดินระดับดาราลับฟ้า, ธาตุไม้ระดับดาราลับฟ้า, พลังควบคุมสัตว์อสูรระดับ 2]
ทักษะวิชากระบี่ระดับราชันย์นี่นับว่าดีมากเลยทีเดียว
แถมยังมีพลังธาตุระดับดาราลับฟ้าถึงสองธาตุอีก ไม่ว่าคนคนนี้จะอยู่ในสถานะอะไร แต่ก็ถือว่าแข็งแกร่งจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม สายตาของฉู่โม่วกลับเพ่งมองไปยังสิ่งหนึ่งที่ดูจะไม่คุ้นตานักแทน
ตอนนี้ทักษะวิชากระบี่ของเขานั้นถึงขั้นตะวันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากเขากลืนกินทักษะวิชากระบี่ระดับราชันย์ไปเพิ่ม ความแข็งแกร่งมันคงไม่ได้พัฒนาเพิ่มไปมากสักเท่าไหร่ ดังนั้นไว้อีกฝ่ายมีทักษะวิชากระบี่ขั้นเดียวกับเขา ตอนนั้นค่อยคิดใหม่อีกทีหนึ่ง
สิ่งที่ทำให้ฉู่โม่วรู้สึกสนใจนั้นคือ พลังควบคุมสัตว์อสูรระดับ 2 นั่นต่างหาก
นี่ถือเป็นพรสวรรค์ที่ฉู่โม่วไม่เคยเห็นมาก่อน
พิจารณาจากชื่อ มันน่าจะเป็นพลังที่ใช้ในการบงการสัตว์อสูรได้ ซึ่งมันทำให้ฉู่โม่วสนใจมาก ๆ!
“กลืนกินแล้วลองใช้ดูดีกว่า!”
ฉู่โม่วคิดกับตนเอง
หลังจากนั้น เขาก็ยื่นมือออกไปและทำสมาธิเพื่อเรียกระบบกลืนกินที่อยู่ภายในใจ จากนั้นแสงสีทองก็ปรากฏขึ้นจากฝ่ามือของเขา เข้าไปห่อหุ้มศพที่นอนอยู่บนพื้นนั้นไว้
ครู่หนึ่งจนกระทั่งแสงสีทองกลับเข้ามาในฝ่ามือของเขาดังเดิม
[กลืนกินสำเร็จ!]
[ได้รับ ธาตุดินระดับดาราลับฟ้า!]
[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]
“หลอมรวม!”
ฉู่โม่วพูดด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนไป
ถึงแม้ว่าพรสวรรค์ธาตุดินระดับดาราลับฟ้านี้จะไม่ได้ช่วยอะไรเขามากนัก แต่ไม่ว่าจะเป็นเนื้อยุงหรือเนื้อมด ยังไงเนื้อก็ยังเป็นเนื้อ หากกลืนกินได้ อย่างน้อยก็ไม่ถือว่าเสีย
ความรู้สึกชา ๆ วิ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างกาย แต่เพียงไม่นานมันก็หายไป
ธาตุดินระดับดาราลับฟ้านี้ ยามที่ได้เข้าไปในร่างกายและหลอมรวมเข้ากับธาตุดินระดับราชันย์ ความแข็งแกร่งของธาตุนี้ในตัวเขามันก็เพิ่มขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เขาเลือกที่จะกลืนกินต่อ
จนได้ทักษะวิชากระบี่ระดับราชันย์ ธาตุไม้ระดับดาราลับฟ้า และพลังควบคุมสัตว์อสูรระดับ 2 ตาม ๆ กันมา
การหลอมรวมเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ
ไม่นานนัก
พรสวรรค์ในร่างกายของฉู่โม่วก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมาอย่างละนิดละหน่อย
รวมไปถึงได้พรสวรรค์ในการควบคุมสัตว์อสูรระดับ 2 มาด้วย
ข้อมูลของพรสวรรค์นี้เริ่มประจักษ์ชัดขึ้นในห้วงจิต
และมันก็เป็นอย่างที่เขาคิด พรสวรรค์นี้คือพลังควบคุมสัตว์อสูรจริง ๆ
แต่
สัตว์อสูรที่ควบคุมได้ด้วยพลังนี้นั้น ไม่ใช่สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมาก… ยิ่งแข็งแกร่งมากขนาดไหน มันก็จะยิ่งหลุดออกจากการควบคุมได้ง่ายมากขึ้นเท่านั้น เว้นแต่ว่า ระดับของสัตว์อสูรและผู้ใช้จะต่างกันมาก ๆ จริง ๆ
ถึงอย่างนั้น
ฉู่โม่วก็ยังรู้สึกพึงพอใจมาก ๆ อยู่ดี
ถึงแม้ว่าระดับของพรสวรรค์ในการควบคุมสัตว์อสูรนั้นจะเป็นเพียงระดับ 2 แต่เขาก็สามารถใช้พลังของต้นซากุระในการเพิ่มพลังให้มันได้
เมื่อทำเสร็จ ในตอนนั้น พลังในการควบคุมสัตว์อสูรของเขาจะต้องเพิ่มพลังขึ้นเป็นอย่างมากแน่ ๆ
บางทีเขาอาจจะมีโอกาสได้พลังใหม่เพิ่มด้วย
คิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็รู้สึกเกิดแรงบันดาลใจในการไปเก็บเกี่ยวน้ำเลี้ยงจากต้นซากุระสวรรค์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลย
‘นี่ก็สายมากแล้ว ถึงเวลาที่ฉันต้องออกจากที่นี่แล้วไปขุดเหมืองซะแล้วสิ!’
หลังคิดเช่นนี้ขึ้นมาในใจ