ตอนที่ 395
บทที่ 395 อยากจะยื่นมือมาช่วยใครสักคนต่อหน้าฉัน...แกถามฉันแล้วหรือยัง?!
October 22, 2026
บทที่ 395 อยากจะยื่นมือมาช่วยใครสักคนต่อหน้าฉัน…แกถามฉันแล้วหรือยัง?!
“อ๊าก ไม่ไหวแล้ว มนุษย์ผู้นี้น่ากลัวเกินไป!”
“เจ้าบ้านี่มันเป็นใครมาจากไหนกัน ทำไมถึงเก่งกาจขนาดนี้!”
“พลังของเขาแข็งแกร่งเกินไป ถ้าฉันยังสู้ต่อไป ต้องถูกฆ่าที่นี่แน่!”
“หนีเถอะ! พวกเราต้องรีบหนี!”
“รีบถอยกันก่อนเถอะ แล้วไปขอความช่วยเหลือจากองค์จักรพรรดิ!”
ช่วงเวลานี้แม่ทัพสัตว์อสูรทั้งห้าต่างหวาดผวาอย่างสุดขีด
หลังจากเข้าปะทะ พวกมันก็ถูกส่งร่างกระเด็นออกมาอีกครั้ง
พวกมันรู้สึกถึงความอลหม่านของพลังปราณและเลือดที่อยู่ภายใน จนไม่สามารถระงับลมหายใจให้สงบลงได้
ในขณะเดียวกัน
พวกมันต่างหันหน้ามาสบแววตากันโดยสัญชาตญาณ และผงกศีรษะให้กันเพื่อวางแผนที่จะหลบหนีอย่างพร้อมเพรียง
“คิดจะหนีงั้นเหรอ?!”
“ฉันไม่มีทางปล่อยให้พวกแกหนีไปไหนอยู่แล้ว!”
เมื่อมองเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลน ฉู่โม่วก็รู้ทันทีว่าพวกมันกำลังจะทำอะไร
ชายหนุ่มพลันโคจรพลังปราณ เลือดและอณูแห่งชีวิตทวีคูณขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเปิดใช้งานพรสวรรค์อันแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
“หน่วงกาลเวลา!”
“คุกมิติ!”
“แสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน!”
“พลังวิญญาณ!”
“กายากระบี่เทวะ!”
ทันใดนั้นเอง
รัศมีพลังอันน่าพรั่นพรึงได้แผ่กระจายออกไปดุจระลอกคลื่น กลิ่นอายลึกลับสุดจะพรรณนาปกคลุมไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว
แม่ทัพสัตว์อสูรทั้งห้าที่กำลังจะหันหลังหลบหนี ต่างก็รู้สึกว่ามีระลอกคลื่นบางอย่างไหลผ่านร่างไป ทันใดนั้น พวกมันก็สัมผัสได้ถึงร่างกายที่หนักขึ้น มวลความคิดเชื่องช้าลงอย่างสุดขีด
แม้กระทั่งจิตวิญญาณของพวกมันก็ราวกับถูกโจมตีจากอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น จนสูญเสียพลังวิญญาณไปมากในทันที
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการโจมตีด้วยคลื่นพลังจิตที่มองไม่เห็นฉวัดเฉวียนผ่านร่างพวกมันไป ทำให้ดูเหมือนถูกฟันจนเป็นบาดแผลเหวอะหวะ และทยอยปรากฏขึ้นทีละแห่งอย่างน่ากลัว
การโจมตีลักษณะนี้
พวกมันเคยประสบมาก่อนหน้านี้แล้ว
จึงทำให้พวกมันตกอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชเช่นในปัจจุบัน
ซึ่งตอนนี้เองชายหนุ่มก็ได้ใช้วิธีนี้อีกครั้ง แต่มันกลับมีพลังเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม จึงเป็นเรื่องยากยิ่งที่จะสลัดหลุดพ้นจากพันธนาการของคุกมิติและพลังหน่วงเวลาเช่นนี้
สัตว์อสูรระดับแม่ทัพทั้งหมดถูกยึดตรึงอยู่กับที่ไม่ให้ขยับ แม้จะเพียงนิ้วหนึ่งก็ยังลำบาก
ชั่วพริบตานั้น
ฉับ! ฉับ! ฉับ!
ท่ามกลางสวรรค์และโลก
พลันมีเสียงกระบี่ดังขึ้น ในตอนแรกมันยังเบาบางอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไป เสียงกระบี่กลับดังขึ้นเรื่อย ๆ และในที่สุดมันก็ระเบิดออกมาราวกับฟ้าผ่า กลบทุกเสียงใด ๆ ในโลก สะท้อนไปถึงหูของทุกคน
ตู้ม!
วินาทีนี้เอง
ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างยกมือขึ้นมาปิดหู พวกเขารู้สึกว่าแก้วหูถูกกระแทกจนสั่นสะเทือนไปถึงสมอง ราวกับถูกทุบด้วยค้อนสวรรค์ ทำให้วิงเวียนศีรษะ
ทางฝั่งสัตว์ดุร้ายหรือผู้ปลุกพลังบางคนที่มีพื้นฐานพลังบ่มเพาะต่ำ ถึงกับล้มสลบเหมือดลงไปกองกับพื้นทันที
“แบบนี้ไม่ดีแล้ว…”
แม่ทัพอสูรราชสีห์คลั่งและคนอื่น ๆ สัมผัสถึงกลิ่นอายแห่งความตายเป็นครั้งแรก
เมื่อเสียงกระบี่ดังกึกก้องไปทั่วโลก ร่ำร้องไปทั่วทั้งจักรวาล
สัตว์อสูรทั้งห้าก็สัมผัสได้ถึงความสยดสยองที่สุดจะพรรณนาซึ่งกำลังปกคลุมอยู่เหนือศีรษะ ทำเอาหัวใจของพวกมันเกือบจะหยุดเต้นและหายใจไม่ออก
เวลานี้
สถานะของฉู่โม่วในใจพวกมันได้กลายเป็น ‘การคงอยู่ของตัวตนที่น่าสะพรึงกลัว’!
“อยู่ไม่ได้แล้ว!”
“พวกเราต้องหนี!”
“หากไม่ไปตอนนี้ ต้องโดนฆ่าตายแน่ ๆ!”
ในชั่วพริบตา มวลความคิดนี้แวบผ่านจิตใจของแม่ทัพสัตว์อสูรทั้งห้า
พวกมันปะทุกำลังทั้งหมดเพื่อดิ้นรนอย่างสุดความสามารถ พยายามที่จะสลัดตัวให้พ้นจากพันธนาการของคุกมิติ แต่พบว่ามันแข็งแกร่งมาก มากเสียจนสีหน้าของพวกมันเริ่มเหยเกและเกรี้ยวกราด
ลมปราณทั่วร่างถูกกระตุ้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนบนพื้นด้านล่างได้รับลูกหลง ทั้งหมดพลันถูกบดขยี้เป็นเศษเนื้อทันทีภายใต้แรงกดดันอันหนักหน่วงนี้
ไม่นานเกินรอ
พร้อมกับเสียง ‘แกรก’ ราวกับมีบางอย่างแตกหัก พวกมันทั้งหมดพบว่าตนไม่อยู่ภายใต้การควบคุมอีกต่อไปแล้ว
จึงทำให้พวกมันเริ่มยิ้มออก
แต่ก่อนที่รสชาติแห่งความสุขนี้จะปรากฏบนสีหน้าของพวกมัน
ชั่วอึดใจต่อมา
บึ้ม!
บังเกิดการระเบิดที่รุนแรง คลื่นกระบี่สีดำขนาดใหญ่ยาวหลายร้อยเมตรปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ราวกับจะสามารถดูดกลืนแสงทั้งหมดให้หายไปได้ ก่อนที่รัศมีกระบี่ที่น่าพรั่นพรึงจะปะทุออกมา
มิติความว่างเปล่าถูกพังทลายลง ทำให้เกิดเสียงเหมือนกระจกแตกอย่างปั่นป่วนโกลาหล
ก่อนที่คลื่นกระบี่จะไปถึงตัวเป้าหมาย มันก็แผ่กลิ่นอายสังหารที่รุนแรงออกมาต้อนรับจนบาดผิวหนัง ทำให้มีเลือดไหลซิบออกมา
ทำเอาขนทั่วร่างกายลุกเกรียว ราวกับเทพแห่งความตายได้คืบคลานมาหาพวกมัน
“อย่าเข้ามานะ!!!”
แม่ทัพอสูรอินทรีทองคำร้องตกตะลึงร่างแข็งทื่อ ก่อนจะกลั้นใจรวบรวมกำลังทั้งหมดเพื่อหลบหนี และเพียงชั่วพริบตา พวกมันก็บินไปได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตรแล้ว