ตอนที่ 408
บทที่ 408 สิ่งล้ำค่าในยุคสุดท้าย กับ การเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจ!
October 22, 2026
บทที่ 408 สิ่งล้ำค่าในยุคสุดท้าย กับ การเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจ!
วัสดุที่ใช้สำหรับการสร้างกำแพงเมืองนั้นมีน้ำหนักประมาณหลายสิบตันได้
สำหรับผู้ปลุกพลังธรรมดาคนหนึ่ง นี่ไม่ใช้น้ำหนักที่เขาจะยกได้ด้วยตัวเอง หากจะทำก็ต้องมีช่วงพักที่ออกจะถี่กว่าปกติเสียหน่อย สำหรับคนที่อยู่ในขั้นจอมยุทธ์แล้ว ถึงจะแข็งแกร่งกว่าเพียงไหน หากต้องแบกพวกมันโดยไม่พักก็เหนื่อยเจียนตายได้เหมือนกัน
เรียกได้ว่าเป็นงานหินอย่างมาก
ถึงอย่างนั้นของรางวัลก็ช่างล่อตาล่อใจ มันทำให้คนเหล่านั้นเกิดประกายมุ่งมั่นไม่น้อย ตราบใดที่พวกเขาร่วมมือกันทำงาน เรื่องยากก็ใช่ว่าจะฝ่าฟันไปไม่ได้เสียหน่อย
อีกทั้ง นี่ไม่ใช่ทีมก่อสร้างกำแพงเมืองเพียงทีมเดียวที่มี
สำหรับกำแพงเมืองซึ่งทอดยาวเพียงสิบกว่ากิโลเมตร มีคนงานกำลังดำเนินการก่อสร้างดังกล่าวอยู่นับพันชีวิต เมื่อพวกเขาได้ยินว่าหากทำงานให้เสร็จก่อนถึงกำหนด ก็จะยิ่งได้รางวัลมากขึ้นจากที่ตกลงกันไว้ ทำให้พวกเขามีแรงฮึดกว่าที่เคย
เพียงไม่นาน เช้าวันใหม่ก็มาถึง
ณ เวลากลางวัน
รถอณูแห่งชีวิตหยุดลงเมื่อถึงจุดหมาย คนหลายคนก้าวเท้าลงมาคล้ายกองคาราวาน พวกเขาเปลี่ยนชิ้นส่วนบนรถให้กลายเป็นโรงอาหารขนาดใหญ่ พวกเขาเริ่มลงมือทำอาหาร วัตถุดิบหลักของมื้ออาหารนี้ได้แก่เนื้อของสัตว์อสูรระดับสูง ผสมกับสมุนไพรวิญญาณบางชนิด
ไม่นาน กลิ่นหอมจรุงก็ฟุ้งขจรไปทั่วบริเวณ ชวนให้ท้องของหลาย ๆ คนเริ่มหวั่นไหวไปตามกลิ่น
ผู้ปลุกพลังจากวิหารราชันย์เทพยุทธ์เข้ามาควบคุม ตรวจสอบการปรุงอาหารด้วยตัวเอง พวกเขาตรวจตราดูทั้งวัตถุดิบ ปริมาณของเนื้อสัตว์อสูรและหญ้าวิญญาณ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ผ่านไปครู่ใหญ่ อาหารก็เสร็จพร้อมเสิร์ฟ “อาหารเย็นพร้อมแล้ว!” ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นเสียงดัง
สิ้นเสียง บรรดาผู้ที่ถูกเกณฑ์แรงงานต่างโห่ร้องอย่างมีความสุข
จริงอยู่ที่เมื่อเป็นปรมาจารย์ยุทธ์แล้วข้าวก็หาใช่สิ่งที่จำเป็นต่อชีวิต ทว่าอาหารในมือนี้นั้นต่างออกไป ด้วยมันทำมาจากเนื้อสัตว์อสูรตั้งแต่ระดับหกขึ้นไปและสมุนไพรบางชนิด ซึ่งมีพลังที่แข็งแกร่งอย่างมาก เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะออกฤทธิ์คล้ายยาเลือดผสม
เหตุนี้พวกเขาจึงทิ้งมาดของผู้ปลุกพลัง ฉีกกินเนื้อแต่ละชิ้นด้วยท่าทางหิวโหย
ผ่านไปสิบห้านาที เมื่อชายแซ่หลิวเห็นว่าทุกคนกินเสร็จแล้วและเริ่มดูดซึมยาเข้าสู่ร่างกาย เขาก็ออกคำสั่งแผดก้อง “เริ่มงานต่อได้!”
ทุกคนลุกขึ้นและทำงานต่อจากที่ค้างไว้
อาจจะด้วยสารอาหารที่มีสรรพคุณบำรุง พวกเขาจึงขะมักเขม้นยิ่งกว่าก่อนกินข้าวเป็นไหน ๆ ก่อนตะวันจะคล้อยต่ำ ในที่สุดเหล่าคนงานก็ทำงานจนสำเร็จ พวกเขาทดสอบกำแพงเมืองที่สร้างขึ้นอยู่หลายครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัญหาในภายหลัง
“ทุกคนเก็บกวาดให้เรียบร้อย แล้วตามมารับรางวัลทางนี้!”
จอมยุทธ์หลิวพูดขึ้นพลางมองไปยังกำแมงเมืองที่ทอดยาวด้วยความภาคภูมิใจ
การก่อสร้างวันนี้ประสบความสำเร็จเกินคาด
พิจารณาจากความคืบหน้าในตอนนี้ คาดว่าพวกเขาจะซ่อมแซมได้เสร็จก่อนถึงกำหนดอย่างแน่นอน และถึงตอนนั้น พวกเขาไม่เพียงแค่จะได้รับรางวัลพิเศษเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ความสำเร็จนี้เป็นประโยชน์ในการทำสัญญารับเหมาก่อสร้างในส่วนอื่น ๆ ได้อีกด้วย
นอกจากนี้ โอกาสในการรวบรวมทรัพยากรเพื่อฝึกฝนวรยุทธ์ให้ลูกชายของเขาได้เข้าสู่ขั้นนายพลเมืองเองก็ไม่ไกลเกินฝัน
สำหรับจอมยุทธ์หลิวแล้ว พลังพรสวรรค์ของเขาจัดว่าไม่เลว กระนั้น ในช่วงปีแรก ๆ ของการฝึกวิชา เขาได้พบกับสัตว์อสูรที่ทรงพลังขณะออกไปยังโลกภายนอก แม้จะรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ฐานพลังของเขากลับถูกทำลายลงไปอย่างรุนแรง ทำให้ไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับพลังที่สูงกว่านี้ได้อีก
บางทีพระเจ้าอาจจะเมตตาและพยายามชดเชยสิ่งที่เสียไปให้แก่เขา
จอมยุทธ์หลิวตัดสินใจแต่งงานเมื่อเห็นว่าหมดหวัง ไม่นานภรรยาของเขาก็ได้ให้กำเนิดลูกชายคนโตที่มากพรสวรรค์ เมื่อเด็กคนนั้นลองทดสอบฐานพลังตอนที่อายุได้สิบห้าปี ก็ปรากฏว่าเขามีพลังพรสวรรค์สองประการอยู่ในตัว โดยอย่างแรกอยู่ในระดับชั้นยอด ส่วนชนิดที่สองอยู่ในระดับกลาง ซึ่งตราบใดที่ฐานพลังไม่ถูกทำลาย ก็สามารถพัฒนาความแข็งแกร่งให้ไปถึงระดับนายพลเมืองได้ แม้แต่ระดับราชันย์ยุทธ์หรือราชันย์เทพยุทธ์เองก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ครั้นนึกภาพที่บุตรชายของตนได้เป็นจ้าวยุทธ์แล้ว เขาก็อดภาคภูมิใจไม่ได้
แต่แล้ว ความเสียใจก็มาเยือน
ทรัพยากรเหล่านี้ล้ำค่าก็จริง แต่มันจะไม่ถูกแจกจ่ายให้แก่หัวหน้าคนงานแต่อย่างใด ไม่อย่างนั้นแล้วจะกลายเป็นว่าได้รับทรัพยากรมากกว่าคนอื่นจนเกินไป
จากที่เขาไปหาสาเหตุ พบว่านี่เป็นการแทรกแซงจากทางวิหารราชันย์เทพยุทธ์ที่ต้องการให้เป็นไปเช่นนั้น โดยผู้ดูแลหลายคนของวิหารเข้ามาดูแลเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ
เมื่อวานนี้จอมยุทธ์หลิวเห็นทุกอย่างด้วยตาของตัวเอง มีจอมยุทธ์คนหนึ่งที่ไม่ฟังคำสั่งนั้น และเขาก็ถูกผู้ดูแลปลิดชีพลงต่อหน้าต่อตา ศพของชายผู้นั้นยังคนถูกแขวนอยู่เหนือกำแพงเมืองอยู่เลย
ช่างเป็นวิธีจัดการที่รุนแรงและข่มขวัญได้ดีทีเดียว
การจัดสรรทรัพยากรแบบนี้ทำให้เขาซึ่งมีบทบาทกึ่ง ๆ ผู้รับเหมาก่อสร้างได้รับค่าตอบแทนเพียงเฉพาะในส่วนของตนเท่านั้น
ถึงอย่างนั้นก็ยังเรียกว่าได้กำไรอยู่ไม่น้อย
“ช่างเถอะ! มาสนุกกันดีกว่า!”
เขาเตือนตัวเองไม่ให้ยื่นมือไปคว้านั่นโฉบนี่ตามอำเภอใจ ด้วยต้องรักษาหัวไว้ไม่ให้ขาดจากคอ
สำหรับคนอื่น พวกเขาไม่รู้เลยว่าผู้เป็นหัวหน้ากำลังคิดอะไรอยู่ คนนับร้อยพากันเก็บข้าวของของตน ก่อนจะติดตามอีกฝ่ายไปรับรางวัลทั้งใจที่คาดหวัง
อาคารหลังหนึ่งถูกก่อสร้างเป็นการชั่วคราวข้าง ๆ กำแพงเมือง
แม้จะถูกสร้างเพื่อใช้ในระยะสั้น ๆ แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ตอนนี้ที่อาคารดังกล่าว ปรากฏผู้คนมากมายกำลังนั่งอยู่ภายใน
พวกเขาสวมเครื่องแบบของผู้รักษากฎหมายและความสงบประจำฐาน ขณะที่อีกฟากหนึ่งคือชายซึ่งกำลังนั่งหลับตาทำสมาธิ คล้ายกำลังสงบจิตใจ
อาภรณ์บนกายของเขาเป็นรูปแบบของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นผู้ปลุกพลังจากวิหาร
ผู้ปลุกพลังผู้รักษากฎหมายกำลังสนทนากัน
หนึ่งในกลุ่มของพวกเขาเหลือบมองไปทางผู้ดูแลประจำวิหารราชันย์เทพยุทธ์ซึ่งนั่งอยู่ไม่ห่างนัก เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น “พวกเราทุกคน อย่าเพิ่งลงมือตอนนี้!”
สิ้นคำพูด บรรดากลุ่มคนเหล่านั้นต่างชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่นานพวกเขาก็คืนสติอีกครั้ง
“ในเมื่อผู้ตรวจการจางพูดเช่นนั้น พวกเราก็จะทำตามที่คุณว่า!”
พวกเขาพยักหน้าเห็นด้วย
หลักจากที่พลังฟื้นฟู จอมยุทธ์ผู้ทรงพลังต่างก็หันเหความสนใจไปที่การเสริมความแข็งแกร่ง สำหรับพวกเขาซึ่งเป็นจอมยุทธ์ธรรมดาที่มีหน้าที่ดูแลผู้คนและความสงบเรียบร้อยของฐานย่อมต้องพัวพันกับการทุจริต และการยักยอกทรัพยากรอย่างเลี่ยงไม่ได้
ในอดีต ตราบใดที่พวกเขาทำงานสำเร็จ หลาย ๆ คนที่เกี่ยวข้องก็มักจะแสร้งเมินเฉย ทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งต่อการกระทำผิดที่ดูเล็กน้อยเหล่านั้น เรียกได้ว่าเป็นกฎที่ไม่ได้พูด
ทว่าครั้งนี้ แม้จะเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ก็ถือว่าเป็นความผิดได้ง่าย ๆ!
และถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมา พวกเขาจะต้องรับผิดชอบ!
นั่นเป็นคำเด็ดขาดจากวิหารราชันย์เทพยุทธ์ แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าลงมือกระทำผิด
ไม่อย่างนั้นแล้ว ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าชีวิตของตนจะรอดพ้นแรงโทสะจากเบื้องบนได้หรือไม่
“เอาละ งานนี้ยังไงก็ต้องทำให้มือเท้าสะอาดไว้ก่อน อย่าได้คิดจะทำมือยื่นมือยาวเชียว… ทางนั้นเขาเตือนมาแล้ว หากทำตัวเป็นแมวขโมยละก็ จะมาโทษว่าฉันไม่ปกป้องไม่เข้าข้างไม่ได้นะ!”