ตอนที่ 425
บทที่ 425 ทำให้ทุกคนตกตะลึง และวันแห่งประวัติศาสตร์!
October 22, 2026
บทที่ 425 ทำให้ทุกคนตกตะลึง และวันแห่งประวัติศาสตร์!
เมื่อทุกคนได้ยินประโยคดังกล่าว ว่ามีการดำรงอยู่ของตัวตนสัตว์อสูรระดับราชาถึงห้าตัวที่คอยขับเคลื่อนกองทัพสัตว์อสูร และยังได้ประมือกับฉู่โม่ว
เรื่องราวเช่นนี้ทำให้ทุกคนใจสั่นสะท้าน
ราชาอสูรทั้งห้ามีตัวตนอยู่จริงตามข่าวลือ!
สัตว์อสูรระดับราชา!
พวกมันแต่ละตัวอยู่บนห่วงโซ่อาหารสูงสุดของเผ่าพันธุ์สัตว์อสูร ซึ่งมีพลังเพียงพอที่จะบดขยี้ผู้ปลุกพลังราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดทั่วไป มิหนำซ้ำ ยังรู้แจ้งสัมผัสได้ถึงร่องรอยแห่งความศักดิ์สิทธิ์ กล่าวอีกนัยคือพวกมันได้เหยียบย่างไปสู่ขอบเขตขั้นเทียมเทพถึงครึ่งตัวแล้ว!
มีตัวตนเช่นนั้นอยู่ถึงห้าตัว!
หากไปยั่วยุให้พวกมันโกรธ อาจทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดถูกกำจัดได้ในทันที!
“แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อไปครับ?”
“ท่านราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ เกิดอะไรขึ้นต่อไป”
เหล่าราชันย์เทพยุทธ์กล่าวอย่างประหม่า มีหลายคนอดไม่ได้ที่หลุดปากถามออกไป
“ต่อมา…ผมได้ต่อสู้กับพวกมันอย่างสุดความสามารถ แต่ขอบเขตของการต่อสู้แผ่ออกไปไกลหลายพันกิโลเมตร ก่อนที่ผมจะสามารถสังหารพวกมันทั้งห้าลงได้!” ฉู่โม่วพูดออกไปอย่างเขินอาย
ฮะ…อะไรนะ!!!
ฉู่โม่วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายไม่ดังมาก แต่เหล่าราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหมดได้ยินเสียงนั้นราวกับเสียงระเบิดลูกใหญ่ดังสนั่นอยู่เต็มหู มันทำให้ทุกคนตกตะลึงจนตาแข็งค้างไปทันที พวกเขาตกใจมากจนพูดไม่ออก ไม่มีอะไรต้องเอื้อนเอ่ย
สัตว์อสูรระดับราชาถึงห้าตัวเชียวนะ…พวกมันถูกสังหารโดยราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์จริงงั้นเหรอ?
“เดี๋ยวครับ…ยังไม่จบ!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงในเรื่องที่ได้ฟัง
ฉู่โม่วก็พูดต่อไปว่า “หลังจากปลิดชีพราชาอสูรทั้งห้า ผมก็ได้ทำการทิ้งเจตจำนงแห่งกระบี่ไว้ที่เกาะแนวพรมแดนใต้ทะเลลึก ซึ่งมีพลังการรู้แจ้งในเต๋าแห่งกระบี่”
“เจตนาแห่งกระบี่นี้แผ่รัศมีออกไปแสนกิโลเมตรโดยรอบ และยังสามารถดูดซับพลังชีวิตได้ ซึ่งผมรับประกันว่ามันจะไม่ถูกทำลายลงในระยะเวลาร้อยปี!”
“ในช่วงร้อยปีนี้ ตราบใดที่ไม่มีสัตว์ดุร้ายระดับราชาย่างกรายเข้ามาภายในระยะรัศมีหนึ่งล้านกิโลเมตรจากแนวชายฝั่งโดยไม่ได้รับอนุญาต มันก็จะไม่มีการบุกรุกของคลื่นกองทัพสัตว์อสูรอีกต่อไป”
“หรือหมายความว่า…แนวป้องกันชายฝั่งจะอยู่ได้อย่างสงบสุขไปอีกหลายทศวรรษ!”
ตู้ม!
ประโยคนี้ราวกับเสียงฟ้าผ่าลงในหูของทุกคน
ทันใดนั้น จิตใจของทุกคนก็เริ่มเหม่อลอย พร้อมในดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายสีทอง
หลังจากนั้นไม่นาน ใครบางคนจึงเริ่มกลับมามีสติและพึมพำว่า “นี่หมายความว่า…จากนี้ไป เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราจะไม่ต้องคอยกังวลเรื่องการรุกรานของสัตว์อสูรทะเลเป็นเวลาอีกหลายทศวรรษ?” “ถูกต้องไหมครับคุณฉู่”
“ใช่แล้วครับ”
ฉู่โม่วพยักหน้ายิ้มให้
ด้วยการยืนยันจากปากของฉู่โม่ว ในที่สุดเหล่าราชันย์เทพยุทธ์ทุกคนก็เริ่มรู้สึกตัว และแสดงสีหน้าแห่งความปีติยินดี
“เยี่ยมมาก…มันเป็นข่าวดีมาก ๆ!”
“ในที่สุดเผ่าพันธุ์มนุษย์เราก็ไม่ต้องกังวลกับการโจมตีของสัตว์อสูรทะเล!”
“นี่คือยุคทศวรรษแห่งสันติภาพ…พวกเราจะไม่ต้องสูญเสียทรัพยากรจำนวนมากทุกปี เพื่อปรับปรุงขุมกำลังแนวป้องกันชายฝั่งอีกต่อไป!”
“ด้วยทรัพยากรเหล่านี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถนำไปใช้พัฒนาด้านอื่นได้มากขึ้น และเพียงพอที่จะปลุกปั้นสร้างอัจฉริยะที่ทรงพลังขึ้นมาใหม่มากมาย!”
“ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง!”
ราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหมดต่างมีความสุข สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ทุกคนตระหนักดีว่ามันมีความสำคัญเพียงใด
นับตั้งแต่การสร้างแนวกำแพงป้องกันชายฝั่งเสร็จสิ้น เพื่อที่จะสกัดกั้นสัตว์อสูรที่อยู่นอกพื้นที่ทะเลได้อย่างสมบูรณ์
เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ส่งผู้ปลุกพลังหลายล้านคนไปประจำการเป็นกองทหารรักษาการณ์ทุกปี และกำลังรบระดับสูงส่วนหนึ่งจะต้องถูกตรึงอยู่ที่นี่เพื่อรักษาการณ์อยู่ตลอด
ที่สำคัญกว่า
เพื่อสนับสนุนแนวป้องกันจากคลื่นกองทัพสัตว์อสูร ทำให้ทรัพยากรจำนวนมากของเผ่าพันธุ์มนุษย์ต้องหมดไปกับส่วนนี้ทุกปี ซึ่งเป็นภาระอันหนักอึ้งมาตลอด
แต่ตอนนี้
เผ่าพันธุ์สัตว์อสูรสูญเสียขุมกำลังไปเป็นจำนวนมาก รวมถึงราชาอสูรทั้งเจ็ดที่ถูกสังหารลง ซึ่งนับเป็นความเสียหายอย่างร้ายแรง ทำให้อย่างน้อยพวกมันก็คงจะไม่กล้าผลีผลามบุกโจมตีไปอีกหลายทศวรรษ
แม้จะหลีกเลี่ยงไม่ได้กับฝูงสัตว์อสูรขนาดเล็กที่รุกรานเข้ามา แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะปลดประจำการผู้ปลุกพลังจำนวนมากออกไป เพื่อลดการใช้ทรัพยากรลง และจัดสรรไปฝึกฝนเหล่าอัจฉริยะระดับสูงรุ่นใหม่หรือผู้ที่มีพรสวรรค์อันโดดเด่น
ด้วยแนวทางเช่นนี้
ภายในอีกไม่กี่ทศวรรษ จะปรากฏผู้คนที่แข็งแกร่งขึ้นมาจำนวนมาก ซึ่งเพียงพอแล้วที่จะใช้ต่อกรกับเผ่าพันธุ์สัตวอสูร
อีกทั้งมีความเป็นไปได้ที่จำนวนราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดและราชันย์เทพยุทธ์ธรรมดาจะเพิ่มขึ้น หรือกระทั่งผู้ที่มีความแข็งแกร่งระดับเดียวกับราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์
หากช่วงเวลานั้นมาถึงจริง ๆ เหตุใดเผ่าพันธุ์มนุษย์จะต้องยอมเป็นฝ่ายถูกรุกรานอยู่ฝั่งเดียวด้วยล่ะ?
“ยอดเยี่ยมมากครับ!”
“นี่เป็นของขวัญอันยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์เราในรอบร้อยปี!”
“ในที่สุดเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราก็มีแสงแห่งความหวังสักที!”
“เรื่องนี้ต้องได้รับการป่าวประกาศ ให้เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์มนุษย์ทุกคนรับทราบและร่วมยินดี!”
เหล่าราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหมดตื่นเต้นจนแทบหายใจไม่ออกและแย่งกันประกาศ
สุดท้ายราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือ ก็เป็นผู้โชคดีให้แจ้งข่าวแก่ทุกคน “เพื่อน ๆ เผ่าพันธุ์มนุษย์ครับ ฉันคือราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือ ต่อไปนี้ฉันมีข่าวดีจะมาประกาศต่อทุกคนให้รับทราบโดยทั่วกัน มันเป็นข่าวเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับทุกคน!”
เสียงนั้นดังกึกก้องราวกับเสียงสวรรค์อย่างกังวานไร้ขอบเขต แผ่กระจายออกไปหลายหมื่นกิโลเมตรในชั่วพริบตา
เมื่อสิ้นเสียงคำกล่าวแนะนำตัว
ผู้ปลุกพลังมนุษย์ทุกคนที่อยู่ใกล้กับแนวป้องกันชายฝั่งภายในระยะแสนกิโลเมตร พลันเงียบลงและเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือ และรอฟังคำพูดต่อไปของเขา
เมื่ออยู่ต่อหน้าสายตาของทุกคน น้ำเสียงของราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือก็กลายเป็นจริงจังและเคร่งขรึมขึ้น แต่ด้วยความตื่นเต้นจึงเสียอาการอย่างเก็บไม่อยู่ “เมื่อสักครู่นี้ ท่านราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ได้กลับมาจากการย่างกรายสู่ใต้ทะเลลึกซึ่งเป็นมาตุภูมิแห่งเหล่าสัตว์อสูร และเขาได้นำข่าวน่ายินดีมามอบแก่ทุกคน…ทะ…ท่านราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ โปรดมาประกาศเองดีกว่า!”
ในตอนท้ายเขามองไปที่ฉู่โม่วด้วยสีหน้าวิงวอน
เฮ้อ…
ฉู่โม่วไม่รีรอ และพูดอย่างเสียงดังว่า “ทุกคนครับ ผมคือราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ เมื่อวานนี้ผมได้ดำดิ่งลึกลงไปใต้ท้องทะเลเพียงลำพัง และได้ลงมือสังหารสัตว์อสูรระดับราชาไปห้าตัว เพื่อเป็นการประกาศกร้าวแก่เหล่าสัตว์อสูรว่าห้ามย่างกรายขึ้นมารุกรานบนแนวป้องกันชายฝั่งในรัศมีห่างออกไปล้านกิโลเมตร…ดังนั้น ต่อไปนี้ที่แนวป้องกันชายฝั่งของเราจะมีแต่สันติภาพและความสงบสุขไปอีกหลายทศวรรษครับ!”
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
เมื่อเสียงอันทรงพลังสิ้นสุดลง ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างตัวสั่นเทาทันที
โลกทั้งใบราวกับถูกแช่แข็งจนนิ่งไป
ผู้ปลุกพลังทั้งหมดของเผ่าพันธุ์แสดงสีหน้าตกตะลึง พวกเขาต่างมองไปที่ฉู่โม่วด้วยความตกใจอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
สัตว์อสูรระดับราชาทั้งห้านั้น แค่เพียงตัวเดียวก็มีพลังเหนือกว่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปแล้ว
แต่ละตัวมีขุมพลังที่สามารถทำลายล้างโลกซึ่งมากเกินพอที่จะกวาดล้างอารยธรรมและชีวิตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด
แต่ในขณะนี้ฉู่โม่วบอกว่าได้สังหารพวกมันทั้งห้าตัว?!
ความเงียบเข้าปกคลุม!
ไม่มีเสียงใด ๆ แม้แต่น้อย!