ตอนที่ 431
บทที่ 431 โอกาสที่จะได้สังหารขั้นเทียมเทพ!
October 22, 2026
บทที่ 431 โอกาสที่จะได้สังหารขั้นเทียมเทพ!
ครืน! ครืน!
ในถ้ำ ท่ามกลางสายตาของทุกคน ร่างขนาดเล็กที่ดูเหมือนคนแคระผู้สูงอายุคนหนึ่ง เปิดฝาโลงศพแล้วลุกเดินออกมา
จังหวะที่ฝาโลงถูกเปิดออกนั้นเอง พลังที่น่ากลัวก็พวยพุ่งออกมาด้วย เพียงชั่วพริบตามันก็ปกคลุมไปทั่วทั้งผืนปฐพีแล้ว
ทันทีทันใด
ทุกคนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่เกิดขึ้นบนร่างกายของพวกเขา ราวกับฟากฟ้ากำลังถล่มลงมา
ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!
ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวเริ่มทยอยร่วงลงมาจากฟากฟ้าสู่พื้นดินด้วยแรงกดดันมหาศาลนี้จนไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้
แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดก็ยังคงร่วงลงมาทีละคน ๆ และยากที่จะลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้งเช่นกัน
ราชันย์เทพยุทธ์รุ้งมรกตกัดฟันแน่นและพยายามฝืนต้าน แต่ในพริบตานั้น กระดูกสันหลังของเขามันก็ถูกแรงกดทับดันจนหัก ส่งเสียงกร๊อบดังลั่นจนเจ้าตัวต้องยอมนอนลงไปกับพื้นและไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้อีก
กร๊อบ!
กร๊อบ!
กร๊อบ!
คนแคระชราเดินอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวของเขาหนักหน่วง แต่เพราะตอนนั้นทั่วทั้งโลกตกอยู่ในความเงียบงัน เสียงฝีเท้าของเขาจึงดังกังวานอยู่ในหูของทุกคนชัดเจน
ในทุกย่างก้าวที่ประทับลงไปบนพื้น มันเหมือนหินก้อนใหญ่ที่กระทบลงไปกลางใจทุกคนที่ได้ยิน
ตึก! ตึก! ตึก!
ไม่ว่าจะเป็นราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว หรือราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด พวกเขาต่างก็รู้สึกได้ถึงหัวใจของตนที่กำลังเต้นอย่างคลุ้มคลั่ง ราวกับว่ามันจะกระโดดออกมาจากหน้าอก
ในขณะที่ทุกคนกำลังสูญเสียความกล้าไป
โชคดีที่ชายชราคนนั้นหยุดเดิน ร่างที่เล็กกว่าคนทั่วไปนั้นลอยขึ้นไปอยู่กลางอากาศในชั่วพริบตา เขาเปล่งแสงสีทองออกมาจากร่าง แสงนั้นยิ่งใหญ่เสมือนภูเขาสูงหรือคลื่นสึนามิก็มิปาน ความน่าสะพรึงกลัวของคลื่นพลังนั้นกระจายไปทั่วโลกราวกับสัญญาณแจ้งเตือนว่าดวงอาทิตย์ดวงใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว ยิ่งลอยสูงขึ้นไปในอากาศ พลังของเขาก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนแม้แต่ท้องฟ้าเองก็เริ่มสั่นสะเทือน
ด้วยระยะครอบคลุมกี่ล้านกิโลเมตรก็ไม่อาจทราบใด มวลเมฆเริ่มปั่นป่วนก่อนจะกลายเป็นเมฆสีดำหนาอัดกันแน่น ปกคลุมพื้นที่นับล้านกิโลเมตรเหนือผืนดิน สายฟ้ามากมายแลบปลาบให้เห็นอยู่ภายในหมู่เมฆนั้น พวกมันผลุบโผล่ในปุยเมฆเสมือนว่าเป็นอสรพิษสีทองกำลังจับจ้องเหยื่อที่อยู่เบื้องล่าง
ตู้ม!
ในท้ายที่สุด
เมื่อพลังที่ปะทุออกมาถึงระดับสูงสุด สายฟ้าทั้งหมดในเมฆก็พากันระเบิดออก ส่องแสงสว่างจ้าไปทั่วทั้งโลกราวกับเวลากลางวันไม่มีผิดเพี้ยน
ยามนี้
ชายชราพลันลืมตาขึ้น และเริ่มเหลียวมองไปรอบด้าน
ใครก็ตามที่สบตาเข้ากับชายชราผู้นี้ ดวงตาของเขาจะสั่นสะท้าน เสมือนว่าจิตใจของเขากำลังถูกเจาะทะลวงเพียงแค่ได้มอง ลามไปถึงส่วนลึกในจิตใจและถูกอ่านความลับที่ซ่อนอยู่ในหัวใจ ไม่มีสิ่งใดสามารถปิดกั้นการรับรู้ของชายชราผู้นี้ได้
ร่างที่น่ากลัวปรากฏขึ้นภายในจิตใจของพวกเขา ร่างที่ลอยอยู่เหนือฟากฟ้าและมองลงมาราวกับอยากจะครอบงำจิตใจพวกเขาให้ได้
ในชั่วพริบตา
ทุกคนก็เกิดอาการร่างแข็งทื่อขึ้นมา หัวใจของพวกเขาก่อเกิดคลื่นสั่นสะเทือน ลมหายใจถี่กระชั้น และสีหน้าเองก็เริ่มซีดราวกับเลือดไม่ได้ไปหล่อเลี้ยง
สิ่งเหล่านี้เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับเหล่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดทั้งสิ้น
ในส่วนของราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวหรือผู้ที่มีพลังอ่อนกว่า พวกเขารู้สึกเหมือนว่าสมองได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังปัง ทำให้พวกเขาเห็นดาวสีทอง มึนหัวและคลื่นไส้อย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะ
กับราชันย์เทพยุทธ์ที่พลังอ่อนที่สุด พวกเขาสลบไปในเวลาไม่นาน และไม่สามารถสู้ต่อได้อีก
ทางฝั่งฉู่โม่ว
ตัวเขาค่อนข้างได้เปรียบกว่านิดหน่อย ร่างจิตวิญญาณปฐมกาลของเขา สั่งให้กงล้อทองคำปฐมวิญญาณปลดปล่อยแสงสวรรค์ปริมาณมหาศาลออกมาปกป้องจิตใจของตนไว้ เซลล์มากมายในร่างกายต่างร่ำร้องและส่งเสียงคำรามออกมากลายเป็นระลอกคลื่นกระจายไปอย่างต่อเนื่อง ปกป้องร่างกายของเขาจากทุกสิ่งอย่าง ดังนั้นมันจึงทำให้ฉู่โม่วยังคงลอยอยู่บนฟากฟ้าได้
แต่ในตอนนี้
เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ก็เริ่มผุดขึ้นบนใบหน้าของเขาแล้ว คลื่นปั่นป่วนเหมือนทะเลที่ไม่สงบเองก็เริ่มเกิดขึ้นในหัวใจของเขาด้วยเช่นกัน!
เพียงแค่ได้มอง
มันก็ทำให้หัวใจของเขาเต้นอย่างรุนแรงแล้ว เกือบจะกระโดดออกมาจากกลางอก พลังระดับนี้อยู่เหนือการคาดการณ์ของฉู่โม่วจริง ๆ
น่ากลัว!
เป็นความน่ากลัวที่ไม่อาจจะรับมือได้
“เจ้านี่คืออะไรกันแน่?”
“แค่มองก็ยังทำให้หวาดกลัวได้ขนาดนี้!”
“หรือว่านี่… คือผู้ที่สามารถเข้าถึงขั้นเทียมเทพได้แล้ว!?”
ฉู่โม่วพูดอะไรไม่ออกเพราะความตกตะลึง หัวใจของเขายังคงปั่นป่วนอย่างไร้ที่สิ้นสุด
ชายชราคนนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนคุกคามอย่างต่อเนื่อง เกือบจะเป็นสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอมา
ความไม่สบายใจกำลังก่อตัวภายในภวังค์ของชายหนุ่ม
โชคดี
ในขณะที่ฉู่โม่วกำลังหวาดหวั่น กลิ่นอายที่น่ากลัวของชายชราก็ค่อย ๆ จางลงไปพอดี เช่นเดียวกับแสงสีทองที่เปล่งจากร่างนั้นก็ค่อย ๆ ลดหลั่นลงไปด้วย จนกระทั่งมันอ่อนพลังลงไปกว่า 10 เท่าจากแต่เดิม
ถึงแม้ว่ามันจะยังทรงพลังก็จริง แต่เมื่อเทียบกับระดับก่อนหน้าแล้ว สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทำให้คนอื่น ๆ หายใจคล่องขึ้นกว่าเยอะ
แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวก็เริ่มพอจะต้านทานไหวแล้ว
“น่ากลัวชะมัด!”
“น่ากลัวจริง ๆ!”
“คนคนนี้อยู่ระดับไหนกันแน่ ทำไมถึงน่ากลัวได้ขนาดนี้?”
“นี่คือไพ่ตายใบสุดท้ายของมนุษย์ถ้ำเหรอ?”
“หากเจ้าพวกนี้ยังมีบรรพบุรุษที่แข็งแกร่งระดับนี้อยู่ พวกเราจะสามารถล้างเผ่าพันธุ์พวกมันได้จริง ๆ เหรอ?”
เหล่าราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหมดต่างหน้าเสีย พวกเขาเริ่มพูดคุยกันออกมาขณะที่สูดหายใจเข้าลึก ๆ ไปด้วย