ตอนที่ 465
บทที่ 465 เขตแดนลับในห้วงอวกาศ และอณูแห่งความมืด!
October 22, 2026
บทที่ 465 เขตแดนลับในห้วงอวกาศ และอณูแห่งความมืด!
“จักรวาลทมิฬ?”
ฉู่โม่วงุนงงทันที “มันคืออะไร?”
“แม้โครงสร้างของมิติอวกาศทั้งจักรวาลทมิฬและจักรวาลที่เราอาศัยอยู่จะเหมือนกัน แต่ความแตกต่างคือมีอณูแห่งความมืดจำนวนมาก…ฉันก็ไม่รู้จะอธิบายรายละเอียดอย่างไรค่ะ มันลึกลับมาก ซึ่งผู้ที่จะตอบคำถามนี้ได้คงมีเฉพาะผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงเท่านั้น แต่โดยทั่วไป คุณเข้าใจเพียงว่ามันมีลักษณะตรงข้ามกับจักรวาลที่เราอาศัยอยู่ก็พอค่ะ”
“มันเปรียบได้กับฝ่ามือของเราที่มีทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นความแตกต่างระหว่างหยินและหยาง สิ่งมีชีวิตอย่างเราอาศัยอยู่ในด้านบวก ขณะที่จักรวาลทมิฬกลับเต็มไปด้วยอณูแห่งความมืดและพลังงานธาตุมืดซึ่งเป็นด้านลบ”
เมื่อกวนหนิงหนิงอธิบาย
ฉู่โม่วก็เข้าใจและจดจำคำว่าจักรวาลทมิฬเอาไว้
“จุดหมายที่เราจะไปคือจักรวาลทมิฬ ณ จุดพิกัดที่ห่างจากดาวเคราะห์สีเงินร้อยปีแสง… เตรียมตัวให้พร้อม ยานกำลังจะเข้าสู่ห้วงจักรวาลทมิฬแล้ว!”
ทันใดนั้น หนิงหนิงก็แจ้งเตือนทุกคน
ทันทีที่สิ้นสุดคำพูด
ฉู่โม่วและผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ในห้องควบคุมต่างก็นั่งตัวตรงประจำที่
หลังจากนั้นไม่นาน
ครืนนน
พร้อมกับการสั่นไหวเล็กน้อยซึ่งกินเวลาประมาณสิบวินาที ยานอวกาศจึงสงบลง
“ยานเรามาถึงอย่างปลอดภัยดี และเข้าสู่ขอบเขตของจักรวาลทมิฬได้สำเร็จ!”
ในห้องควบคุมหลัก ส่วนควบคุมได้แจ้งเตือนอีกครั้ง
แค่นี้เองเหรอ!
ฉู่โม่วผงะไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกไม่เชื่อเล็กน้อย
เดิมทีเขาคิดว่าการข้ามห้วงมิติเพื่อเข้าสู่บริเวณของจักรวาลทมิฬจะต้องลำบากมากกว่านี้ แต่ใครจะรู้ว่ายานอวกาศจะสั่นสะเทือนเพียงสิบวินาทีเท่านั้น
เกินกว่าที่คาดไว้จริง ๆ
อย่างไรก็ตาม เขาสลัดความคิดเหล่านี้ออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะตอนที่เดินทางผ่านห้วงจักรวาลมา ฉู่โม่วมองออกไปผ่านหน้าต่างที่เคยเห็นทิวทัศน์ภายนอกมากมาย ตอนนี้เหลือเพียงวิสัยทัศน์ของจักรวาลอันมืดมิดในตอนนี้เท่านั้น
ฟังจากชื่อ ภาพตรงหน้าไม่ห่างไกลจากความคาดหมายนัก…
มันมีแต่ความมืด!
ดำสนิท!
ไม่มีแสงแม้แต่น้อย ไม่มีอะไรส่องแสงได้เลย
เป็นเพียงความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด มองไม่เห็นอะไรเลย แม้จะพยายามแผ่จิตสัมผัสออกไป ก็ไม่สามารถตรวจจับสิ่งใดได้เลย ราวกับว่าเป็นดินแดนรกร้างว่างเปล่าซึ่งเต็มไปด้วยปริศนา
“ลึกลับยิ่งกว่าที่จินตนาการไว้อีกใช่ไหมคะ”
กวนหนิงหนิงเดินมาอยู่ข้าง ๆ ฉู่โม่ว และถามเขา
“นิดหน่อยครับ”
ฉู่โม่วพยักหน้า
“ความจริงแล้ว ทุกคนที่มาถึงจักรวาลทมิฬเป็นครั้งแรกก็มีความคิดแบบเดียวกับคุณ มันถือว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ เพราะเมื่อเทียบกับจักรวาลปกติที่เราอาศัยอยู่ จักรวาลทมิฬนั้นไม่ได้เป็นเพียงสถานที่แห่งความว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความโกลาหลเท่านั้น แต่ยังมีการหวนกลับของชีวิตและเศษซากอารยธรรมอีกด้วยค่ะ”
เธอมองดูความมืดภายนอกผ่านหน้าต่างและพูดอย่างแผ่วเบา
“สถานที่รกร้างที่มีการหวนกลับของชีวิต มันหมายความว่าอะไรครับ?”
ฉู่โม่วถามอย่างงุนงง
ชายหนุ่มเข้าใจความหมายของความว่างเปล่าและความโกลาหล แต่รู้สึกงุนงงกับคำว่าสถานที่รกร้างที่มีการหวนกลับของชีวิต
“จากการค้นพบเขตแดนลับตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นในห้วงจักรวาลทมิฬค่ะ!”
เธอเอ่ยปากตอบคำถาม ที่ดูเหมือนจะไม่ตรงกับที่ชายหนุ่มถาม
แต่ฉู่โม่วเข้าใจในทันที
เขตแดนลับของจักรวาลเต็มไปด้วยเศษซากที่หลงเหลือหลังจากอารยธรรมล่มสลาย มีเพียงสิ่งก่อสร้างแต่ไม่มีสิ่งมีชีวิต
และเมื่ออารยธรรมใดสิ้นสุดลงก็จะมาปรากฏอยู่ในจักรวาลทมิฬแห่งนี้ ดังนั้นจึงเหมาะสมแล้วที่จะเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า สถานที่รกร้างที่มีการหวนกลับของชีวิต
‘ทว่า’
‘มันก็สมเหตุสมผลที่ทำไมแดนรกร้างถึงได้มาปรากฏขึ้นในสถานที่แห่งนี้’
‘อะไรคือความลับที่แท้จริงของจักรวาลทมิฬ’
‘หรือมันคือสถานที่รกร้างที่มีการหวนกลับของชีวิตจริง ๆ’
มีคำถามมากมายเกิดขึ้นในใจเขา
ทันใดนั้น
ก็มีความสอดคล้องทางเหตุผลบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในใจของฉู่โม่ว
มันเหมือนกับอีกด้านหนึ่งที่มืดมิดของโลก
เป็นสถานที่ที่ชีวิตจะหวนกลับไปเมื่อพังทลาย
มันทำให้ฉู่โม่วไม่สามารถหยุดคิดเรื่องพวกนี้ได้
‘อย่างไรก็ตาม…’
‘ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของฉัน มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำความเข้าใจ!’
‘บางที… ทางเดียวที่ฉันจะรู้ได้ก็คือต้องรอให้ความแข็งแกร่งพัฒนาขึ้นจนถึงขอบเขตขั้นเทวะยุทธ์ มหาเทวะยุทธ์ หรือเหนือกว่านั้น จึงจะมีคุณสมบัติในการหาคำตอบนี้ได้!’
ชายหนุ่มคิดอย่างนั้น
เมื่อครุ่นคิดไปสักพัก
ฉู่โม่วก็เลือกจะเก็บคำถามเหล่านี้ไว้ในใจ
สีหน้าของเขายังคงไม่เปลี่ยนและสนทนากับกวนหนิงหนิงต่อไป
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน ยานอวกาศยังคงแล่นไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง หลังจากเวลาผ่านไปสักพัก ยานอวกาศก็สั่นสะเทือนอย่างกะทันหัน จากนั้นได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากส่วนควบคุมเสมือนว่า “เราใกล้ถึงจุดหมายแล้ว กำลังจะถึงในอีกห้านาที โปรดเตรียมตัวให้พร้อม!”
ใกล้ถึงแล้ว!
ผู้ปลุกพลังทุกคนเริ่มเตรียมพร้อมและตรวจสอบอุปกรณ์ รวมถึงซูเจาเจาและกวนหนิงหนิงซึ่งแสดงท่าทางเคร่งขรึมพร้อมท่าทางเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
“ฉู่โม่ว คุณเพิ่งจะเคยมาเขตแดนลับครั้งแรกก็ต้องระวังตัวด้วย มันมีสิ่งแปลก ๆ มากมายข้างนอกนั้น รวมถึงบางสิ่งที่ลึกลับและคาดเดาไม่ได้ทุกประเภท คุณต้องระวังตัวให้มาก ๆ!”
ซูเจาเจาเตือน
“ฉันเข้าใจแล้ว”
ชายหนุ่มพยักหน้า