ตอนที่ 470
บทที่ 470 ถ้ำของสวีอวิ้นเอ๋อร์ และกลิ่นอายจิตวิญญาณระดับสีม่วง!
October 22, 2026
บทที่ 470 ถ้ำของสวีอวิ้นเอ๋อร์ และกลิ่นอายจิตวิญญาณระดับสีม่วง!
ฉู่โม่วมองออกไปยังที่ไหนสักแห่ง ห่างออกไปสิบกิโลเมตร ปรากฏเสาแสงจิตวิญญาณขนาดเล็กซึ่งมีความแวววาวจาง ๆ หากไม่สังเกตให้ดีก็อาจมองข้ามมันไปได้
แต่ฉู่โม่วสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยจากเสาแสงจิตวิญญาณแห่งนี้
‘ลองไปดูหน่อยดีกว่า!’
เขาบินตรงไปทันที
เพียงชั่วพริบตา ฉู่โม่วก็เข้าใกล้เสาแสงจิตวิญญาณขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งใกล้ยิ่งมีความรู้สึกคุ้นเคยตอบสนองกลับมารุนแรงมากขึ้น
ชายหนุ่มบินมาจนสุดทางบนยอดเขา และถัดไปเป็นหน้าผาสูงชัน
เขาสำรวจโดยรอบอย่างละเอียด
จึงพบว่าต้นตอของความรู้สึกนี้มาจากบริเวณริมหน้าผา ซึ่งมีลำแสงสว่างอยู่จาง ๆ
เขาเดินตรงเข้าไปและพบว่ามีถ้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นซ่อนอยู่ในผนังหน้าผาอีกที
“มีถ้ำอยู่ด้วยเหรอ?!”
ฉู่โม่วแปลกใจและกระโดดเข้าไปทันที
ข้างในเป็นถ้ำขนาดเล็ก กว้างเพียงไม่กี่ตารางเมตร เขาสันนิษฐานว่าเป็นเพียงถ้ำชั่วคราวที่ผู้ปลุกพลังสร้างขึ้น และเนื่องจากผ่านกาลเวลามานานหลายปี ภายในถ้ำจึงค่อนข้างโทรมมาก มีเพียงร่องรอยของพืชพรรณที่เหี่ยวเฉาหรือเศษฝุ่นตามพื้นผนัง
ทว่า
ยังคงสามารถเห็นถึงร่องรอยที่แหลมคมบนผนังถ้ำได้ มันเป็นสัมผัสอันแหลมคมบางอย่างที่กำลังแผ่ออกมา
“นี่มัน… เจตจำนงแห่งกระบี่?”
ฉู่โม่วใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งเพื่อแยกแยะที่มาของเจตจำนงแห่งกระบี่นี้
เมื่อสังเกตอย่างละเอียดและลองสัมผัสร่องรอยกระบี่เหล่านี้ด้วยมือ จึงพบว่าแม้รอยกระบี่จะพร่าเลือนจากการสึกกร่อนของกาลเวลา
แต่ยังคงสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่ง ไม่ก้มศีรษะให้ใคร และความเด็ดเดี่ยว!
ไม่มีสิ่งใดที่ฟันไม่ได้!
กระบี่เดียวสะกดข่มได้ทุกอย่าง!
ตัดผ่านทุกสิ่งกีดขวางเบื้องหน้า!
เจตจำนงเหล่านี้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด
ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่คุ้นเคยซึ่งเริ่มรุนแรงขึ้นในใจเรื่อย ๆ
“เจตจำนงกระบี่แบบนี้ หรือว่า…”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเองพร้อมขมวดคิ้ว ความทรงจำส่วนลึกผุดขึ้นมา จนเริ่มชัดเจนมากขึ้น
เกี่ยวกับความรู้สึกที่คุ้นเคยนี้ มันทำให้เขาตระหนักได้ทันทีว่ามันมาจากที่ใด!
‘สวีอวิ้นเอ๋อร์!’
‘สิบสามปีในโลกแห่งความฝัน สวีอวิ้นเอ๋อร์ น้องสาวตัวน้อยแห่งสำนักวิถีอากาศ!’
รูม่านตาของฉู่โม่วเบิกกว้างขึ้น และอุทานชื่อของเธอออกไปโดยไม่รู้ตัว
ใช่แล้ว!
เมื่อเขาหวนนึกถึงความทรงจำนี้ ความรู้สึกถึงกลิ่นอายเก่า ๆ ก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มมั่นใจว่านี่คือร่องรอยของเจตจำนงแห่งกระบี่ที่สวีอวิ้นเอ๋อร์ทิ้งไว้!
เรื่องจริงงั้นเหรอ
ฉู่โม่วสำรวจถ้ำทีละตารางนิ้ว และในไม่ช้าก็พบกับอักขระขนาดเล็กที่สลักไว้ด้วยคมกระบี่
‘สวีอวิ้นเอ๋อร์แห่งสำนักวิถีอากาศ ใช้เวลาอยู่ที่นี่สามปีในการรู้แจ้งและเข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่ จึงได้สลักข้อความนี้ทิ้งไว้!’
ลายมือถูกสลักด้วยคมกระบี่ซึ่งเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและความเด็ดเดี่ยว
‘เป็นเธอจริง ๆ ด้วย!’
ฉู่โม่วพึมพำ
ขณะเดียวกันความทรงจำมากมายก็แล่นเข้ามาในหัว
ช่วงเวลานี้
ดวงตาเหม่อลอย ความทรงจำหลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่องจนก่อตัวเป็นม้วนภาพ ในภวังค์นั้น เขาเห็นหญิงสาวในชุดสีคราม ดวงตาสดใส กำลังโบกมือทักทายชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ ‘ศิษย์พี่ฉู่ ท่านมาแล้ว!’
เสียงกระดิ่งที่ต้องลมดังก้องอยู่ในหูของเขา
ฉู่โม่วมองเห็นผ้าคาดผมสีม่วงบนศีรษะของหญิงสาว ปลิวไสวไปตามสายลม และได้กลิ่นหอมจาง ๆ จากปลายจมูกของเขา
…
“เฮ้อ…”
หลังจากเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ฉู่โม่วก็ถอนหายใจยาวออกมาและกลับมามีสติอีกครั้ง
สายตาของเขาดูซับซ้อนและเต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย
‘ทำไมสวีอวิ้นเอ๋อร์ถึงทิ้งข้อความไว้ที่นี่ได้’
‘หรือว่าหลังจากที่สำนักวิถีอากาศล่มสลายไป เธอยังรอด และใช้ชีวิตข้างนอกมาโดยตลอด’
‘เป็นไปได้ไหมว่า…’
‘ซากอารยธรรมบนแผ่นดินนี้ก็คือสำนักวิถีอากาศ จึงเป็นเหตุผลที่สวีอวิ้นเอ๋อร์เดินทางมายังที่นี่ได้?’
‘แต่นั่นก็ไม่สมเหตุสมผล เพราะกลิ่นอายจิตวิญญาณจะสามารถเกิดได้หลังจากการล่มสลายของอารยธรรมเท่านั้น และสาเหตุที่สวีอวิ้นเอ๋อร์มาเก็บตัวที่ถ้ำนี้ควรเป็นเพราะเธอเองก็มาดูดซับกลิ่นอายจิตวิญญาณเช่นกัน!’
‘นั่นหมายความว่าเธอเดินทางมาที่นี่ก่อนที่สำนักวิถีอากาศจะถูกทำลาย จากนั้นก็ค้นพบกลิ่นอายจิตวิญญาณแห่งนี้ ก่อนจะดูดซับมัน หลังจากเสร็จสิ้นแล้วเธอก็กลับไปที่สำนักวิถีอากาศและอาจตายไปพร้อมกับการล่มสลายของสำนัก!’
มีหนึ่งคำถามปรากฏขึ้นในใจ
แต่จากก้นบึ้งของหัวใจ เขาก็ยังคงหวังว่าสวีอวิ้นเอ๋อร์จะยังมีชีวิตรอดอยู่
สิบสามปีในโลกแห่งความฝัน
แม้จะเป็นเพียงความฝันอันยาวนาน ซึ่งเทียบกับชีวิตจริงไม่ได้ แต่ภายในใจฉู่โม่วก็เต็มไปด้วยความรู้สึกผูกพันตลอดช่วงเวลาสิบสามปีที่ผ่านมา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสวีอวิ้นเอ๋อร์ ศิษย์น้องตัวน้อยที่คอยเดินอยู่ข้างหลังเสมอ
ไม่ว่าสถานะตัวตนของเธอจะสูงส่งถึงเพียงใด แต่เมื่อเธอเห็นเขา ก็มักจะส่งยิ้มหวานและเรียกขานเขาว่าศิษย์พี่ทุกครั้งไป
ถ้าเป็นไปได้…
เขาหวังว่าสวีอวิ้นเอ๋อร์จะยังมีชีวิตอยู่!
‘สวีอวิ้นเอ๋อร์ ฉันหวังว่าเราจะได้พบกันอีกในสักวัน!’
ฉู่โม่วพึมพำอย่างเหม่อลอย
หลังจากระงับความคิดได้ ฉู่โม่วก็ลุกขึ้นและเดินไปที่เสาแสงจิตวิญญาณ